ไฮไลต์สำคัญ 5 ข้อจากรายงานสถิติ Fashion Month SS27
- นักแสดงและเซเลบริตี้ชาวไทย สร้างมูลค่าทางสื่อ หรือ EMV บนอินสตาแกรมในช่วงปารีสแฟชั่นวีก รวมกันมากถึง 412.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมคว้าตำแหน่งท็อป 5 ทั้งหมด
- กรุงปารีสคว้าแชมป์เมืองหลวงแฟชั่น ที่มีอิทธิพลสูงสุดบนโซเชียลมีเดีย สร้างมูลค่า EMV สูงถึง 795.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 64% ของมูลค่ารวมทั้งฤดูกาล ตามมาด้วยกรุงมิลาน 311.4 ล้านดอลลาร์, มหานครนิวยอร์ก 107 ล้านดอลลาร์ และ กรุงลอนดอน 27.3 ล้านดอลลาร์
- ข้อมูลจาก Lefty ระบุว่า Fashion Month SS27 สร้างมูลค่า EMV รวมกันสูงถึง 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้า FW26 ที่ทำไปได้ 755 ล้านดอลลาร์
- ข้อมูลจาก Puck และ Style Analytics ชี้ว่า Prada และ Gucci ครองสัดส่วนยอดการมีส่วนร่วมสูงสุดในบรรดา 63 แบรนด์ที่ทำการสำรวจ
- แบรนด์ลักชัวรีเริ่มปรับกลยุทธ์ หันไปดึงตัวกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม และนักกีฬารุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน เช่น สตรีมเมอร์ชื่อดัง 'Kai Cenat' ที่พากลุ่มผู้ชม เกมเมอร์ และ Gen Alpha เข้าสู่โลกแฟชั่น เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ
หลังจากแฟชั่นวีกฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 ได้จบลง ภาพรวมของการสร้างมูลค่าทางสื่อ และการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์ ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก โดยอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์ม Lefty ร่วมกับ Karla Otto รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียโดย Puck ที่เผยให้เห็นว่ากลยุทธ์การร่วมงานกับเหล่าคนดัง และกระแสวัฒนธรรมแฟชั่น ได้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวแล้ว
ปรากฏการณ์นักแสดงไทย ครองพื้นที่สื่อ
จุดเปลี่ยนเห็นได้ชัดที่สุดในฤดูกาลนี้ คือการสร้างอิทธิพลของนักแสดง และศิลปินชาวไทยตลอดแฟชั่นวีก ที่ 'Anna Ross' รองประธานฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของ Karla Otto เผยว่าในช่วงปารีสแฟชั่นวีก บนแพลตฟอร์มอินสตาแกรม นักแสดงไทยสามารถยึดพื้นที่อันดับท็อป 5 ทั้งหมดได้สำเร็จ โดยสร้างมูลค่า EMV รวมกันสูงถึง 412.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ามูลค่า EMV ของปารีสแฟชั่นวีกทั้งฤดูกาลก่อนหน้า FW26 ที่ทำไปได้ 403.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐเสียอีก
ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นจากความแข็งแกร่งของฐานแฟนคลับที่มีส่วนร่วมสูง ประกอบกับการลงคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง 20-30 โพสต์ในช่วงแฟชั่นวีก รวมถึงการที่ทีมงานเบื้องหลัง เช่น เมกอัปอาร์ติสต์และทีมงานส่วนตัว ได้ร่วมกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ จนกลายเป็นเครือข่ายอิทธิพลทางสื่อขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่นในโชว์ Dior ที่ยอด EMV พุ่งสูงถึง 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 309% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยได้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากเฮาส์แอมบาสเดอร์ชาวไทย 'ออม-กรณ์นภัส' ที่สร้าง EMV เพียงคนเดียวสูงถึง 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 20 โพสต์
นอกจากนี้ในฝั่งของมิลานแฟชั่นวีก แบรนด์ Prada ครองแชมป์ด้วยมูลค่า 61.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้อิทธิพลหลักจากแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญอย่าง 'น้ำตาล-ทิพนารี' ที่ทำยอด EMV ไปได้ 17.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย 'วิน-เมธวิน' ทำยอดได้ 6.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Ferragamo มีมูลค่า 56.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขับเคลื่อนของ 'ฝ้าย-พีรญา' ที่สร้าง EMV สูงถึง 43.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Gucci ทำยอดได้ 47.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี 'พีพี-กฤษฏ์' สร้างมูลค่าสื่อไป 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภาพรวมสถิติและตัวเลข EMV ตลอดสัปดาห์แฟชั่นวีก
กรุงปารีสยังคงเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น ที่มีอิทธิพลสูงสุดบนโซเชียลมีเดีย ด้วยการสร้างมูลค่า EMV รวมกว่า 795.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 64% ของมูลค่ารวมทั้งหมดทั่วโลกในฤดูกาลนี้ ขณะที่กรุงมิลานตามมาเป็นอันดับสองด้วยตัวเลข 311.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 25% มหานครนิวยอร์กทำได้ 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 9% และกรุงลอนดอนเก็บยอดไปได้ 27.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2% โดยกรุงลอนดอนได้รับอานิสงส์จากการกลับมาร่วมตารางโชว์ของ Alexander McQueen เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ร่วมกับแบรนด์ใหญ่อย่าง Burberry ที่ทำไปได้ 10.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ H&M 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพรวมของลอนดอนแฟชั่นวีกเติบโตขึ้น 6.2%
ทางด้านโซเชียลมีเดียจีนอย่าง Weibo ปารีสแฟชั่นวีกได้สร้าง EMV ได้สูงถึง 328.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ากรุงมิลานถึง 3 เท่า โดยหัวข้อ Hot Topics บน Weibo ในฝั่งกรุงปารีสได้รับความสนใจมากกว่า 128 ล้านเอนเกจเมนต์ และพื้นที่ส่วนใหญ่ในท็อป 10 ถูกครอบครองโดยตัวแบรนด์แฟชั่นเอง ต่างจากมหานิวยอร์ก และกรุงลอนดอน ที่บทสนทนาส่วนใหญ่ถูกนำโดยเหล่าเซเลบริตี้
ขณะที่ TikTok แฮชแท็กเกี่ยวกับแฟชั่นวีก สร้างยอดเข้าชมทะลุ 1,000 ล้านครั้ง จากโพสต์มากกว่า 140,400 โพสต์ โดยแบรนด์ Prada สามารถครองพื้นที่บน TikTok ได้อย่างโดดเด่นจากแฮชแท็ก #PradaSS27 ซึ่งสร้างยอดวิวได้มากกว่า 140 ล้านครั้งจากเพียง 1,900 โพสต์เท่านั้น
กลยุทธ์ของแบรนด์ที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลการวิเคราะห์บัญชีอินสตาแกรมของ 63 แบรนด์แฟชั่น โดย 'Molly Rooyakkers' ซึ่งตีพิมพ์ผ่าน Puck ชี้ให้เห็นถึงสถิติที่น่าสนใจ เกี่ยวกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้รับชม แม้ว่าการสร้างเอนเกจเมนต์รวมจะเป็นเรื่องที่หลายแบรนด์ทำได้ดี แต่มุมมองที่ว่าผู้ชมสนใจ 'เสื้อผ้าบนรันเวย์' หรือ 'คนดังที่มาร่วมงาน' นั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
แบรนด์อย่าง Prada, Calvin Klein และ Miu Miu ได้รับยอดเอนเกจเมนจ์ส่วนใหญ่ จากโพสต์ที่มีเซเลบริตี้และแขกแถวหน้า คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 93% - 98% ของยอดรวม ในทางกลับกันแบรนด์ Gucci ที่เน้นโพสต์เกี่ยวกับชุดและโชว์บนรันเวย์ สามารถสร้างเอนเกจเมนต์คิดเป็นสัดส่วนถึง 37% ซึ่งสูงสุดในบรรดาแบรนด์ใหญ่ในกลุ่มท็อป 5 รวมถึงแบรนด์อย่าง Ralph Lauren และ Roberto Cavalli ที่มียอดเอนเกจเมนต์จากรันเวย์สูงเกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
เปิดโผ 10 แบรนด์ยอดนิยมในแฟชั่นวีก
ในส่วนของการจัดอันดับแบรนด์ลักชัวรีที่สร้างมูลค่าสูงสุด อันดับที่ 1 ตกเป็นของ Dior ด้วยมูลค่า EMV สูงถึง 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขับเคลื่อนความสำเร็จโดย เฮาส์แอมบาสเดอร์ 'ออม-กรณ์นภัส' พร้อมทำยอดเอนเกจเมนต์ บนอินสตาแกรมสูงถึง 2.52M คิดเป็น 7.3% โดยมีสัดส่วนการมีส่วนร่วมที่มาจากฝั่งรันเวย์ 40% และเซเลบริตี้ 46% ตามด้วย Schiaparelli ที่พุ่งทะยานขึ้นมารั้งรองแชมป์ ด้วยมูลค่า EMV กว่า 6มทสาลดัด3ล้านดอลลาร์สหรัฐนำโดย 'น้ำปิง-นภัสกร' ที่สัดส่วนการมีส่วนร่วมจากคอนเทนต์รันเวย์สูงถึง 49% เทียบกับฝั่งเซเลบริตี้ที่ 26% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ความสนใจของผู้ชม เทน้ำหนักมาที่รันเวย์และตัวดีไซน์มากกว่าตัวบุคคล ทั้งยังสร้างอัตราการเติบโตของ EMV สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 974% ปีต่อปี ถัดมาที่อันดับที่ 3 ได้แก่ Prada ผู้นำฝั่งมิลานแฟชั่นวีกด้วยมูลค่า EMV กว่า 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐขับเคลื่อนโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ 'น้ำตาล-ทิพนารี' ที่สามารถครองแชมป์ยอดเอนเกจเมนต์สูงสุด เป็นอันดับ 1 ของโลกบนอินสตาแกรม ด้วยตัวเลขพุ่งสูงถึง 5.00M คิดเป็น 14.4% ของทั้งหมด โดยพึ่งพาพลังจากเซเลบริตี้และแขกแถวหน้าสูงถึง 94% ควบคู่ไปกับกระแสไวรอลบน TikTok อย่างแฮชแท็ก #PradaSS27 ที่กวาดยอดวิวทะลุ 140 ล้านครั้ง
ถัดมาที่อันดับที่ 4 อย่าง CHANEL ด้วยมูลค่า EMV กว่า 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขับเคลื่อนด้วย 'ลีน่า-ลลินา' และทำยอดเอนเกจเมนต์รวม 1.03M คิดเป็น 2.9% โดย CHANEL มีสัดส่วนเอนเกจเมนต์จากฝั่งรันเวย์ 42% สูงกว่าฝั่งเซเลบริตี้ 35% นอกจากนี้ยังสร้างกระแสฮือฮาทั่วโลกด้วยการดึง 'Rachel Ojuromi' ครีเอเตอร์สาวชาวไนจีเรีย ผู้โด่งดังจากการทำคอนเทนต์ สร้างลุคของ 'Matthieu Blazy' มาเดินบนรันเวย์จริง ตามมาด้วยอันดับที่ 5 กับ Ferragamo ด้วยมูลค่า EMV กว่า 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐนำโดย 'ฝ้าย-พีรญา' ที่กวาดยอดเอนเกจเมนต์บนอินสตาแกรมไปถึง 888k คิดเป็น 2.6% โดยอาศัยพลังขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มเซเลบริตี้ และแขกแถวหน้าในสัดส่วน 77% ที่ช่วยสร้างการพูดถึงในวงกว้าง ต่อด้วยอันดับที่ 6 ได้แก่ Gucci ด้วยมูลค่า EMV ถึง 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย แบรนด์แอมบาสเดอร์ 'พีพี-กฤษฏ์' ทำยอดรวมบนอินสตาแกรมสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Prada ที่ตัวเลข 4.93M คิดเป็น 14.2%
ต่อด้วยอันดับที่ 7 กับ Miu Miu แบรนด์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ ด้วยมูลค่า EMV กว่า 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐขับเคลื่อนโดย 'เบคกี้ รีเบคก้า' ที่ทำยอดเอนเกจเมนต์รวม 1.33M คิดเป็น 3.8% โดยแบรนด์พึ่งพาพลังจากเหล่าซูเปอร์สตาร์ และแขกฟรอนต์โรว์สูงถึง 93% พร้อมสร้างสีสันด้วยการเลือกใช้นักแสดง และบุคคลสำคัญมาเซอร์ไพรส์ร่วมเดินรันเวย์ เช่น 'เอมี่-ทสร' , 'Olivia Colman', 'Jamie Bell' และ 'Emma Corrin' ขณะที่อันดับที่ 8 ได้แก่ Louis Vuitton ด้วยมูลค่า EMV 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สามารถรักษากลุ่มฐานแฟนคลับระดับโลกได้อย่างเหนียวแน่น โดยมี Top Influencer คือ 'FELIX' ที่แบรนด์เน้นการใช้แอมบาสเดอร์ระดับโกลบอล เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับฐานแฟนคลับอินเตอร์ อันดับที่ 9 คือ Saint Laurent ด้วยมูลค่า EMV ที่ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย 'ROSE' แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ที่ทำยอดเอนเกจเมนต์รวม 1.09M คิดเป็น 3.1% ซึ่งมีความน่าสนใจตรงที่สัดส่วนการมีส่วนร่วมระหว่างฝั่งรันเวย์ และฝั่งเซเลบริตี้ มีความสมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบที่ 45% เท่ากันพอดิบพอดี เข้าสู่อันดับที่ 10 ได้แก่ Tommy Hilfiger ด้วยมูลค่า EMV กว่า 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยแบรนด์แอมบาเดอร์ 'JISOO' ทำยอดเอนเกจเมนต์รวม 1.18M คิดเป็น 3.4% ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์คนดังบนฟรอนต์โรว์ถึง 92% พร้อมสร้างความเซอร์ไพรส์ ด้วยการดึงดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง 'Slayyyter' มาแสดงปิดท้ายโชว์
การเปิดรับผู้ชมกลุ่มใหม่ในแฟชั่นวีก
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญใน SS27 คือการที่แบรนด์แฟชั่นขยายขอบเขตการเข้าถึงไปยังกลุ่มคน และวัฒนธรรมย่อย เช่น สตรีมเมอร์ชื่อดัง 'Kai Cenat' ที่พาแบรนด์ Vivet ของตนเองเข้าร่วมนิวยอร์กแฟชั่นวีก และสร้าง EMV ได้ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้แฮชแท็ก #KaiCenat บน TikTok เติบโตขึ้น 265% ในขณะที่ 'Marlon Lundgren Garcia' สตรีมเมอร์ชาวสวีเดน กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ทำผลงานสูงสุดในลอนดอนแฟชั่นวีกด้วยยอด EMV ที่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการร่วมงานกับ Burberry และ H&M
การเข้าถึงกลุ่มเกมเมอร์ และวงการสตรีมมิ่งถือเป็นกลยุทธ์ระยะยาว ในการปูทางเข้าหาผู้บริโภค Gen Alpha โดยผลสำรวจระบุว่า Gen Alpha 100% มีส่วนร่วมกับการเล่นเกมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ทำให้การปรากฏตัวของแบรนด์แฟชั่นในโลกเกม และการร่วมงานกับสตรีมเมอร์จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดามากยิ่งขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้บุคคลในวงการกีฬาก็ยังคงเป็นจุดเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ตั้งแต่นักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง 'Hugo Ekitiké' ที่นั่งชมโชว์ Balenciaga ข้าง 'Anna Wintour' ไปจนถึงนักเทนนิสระดับโลกอย่าง 'Jannik Sinner' และ 'Aryna Sabalenka' ที่โชว์ Gucci และ 'Naomi Osaka' ที่โชว์ Moschino ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ต่างๆ ยังมองข้ามผ่านกีฬาหลักไปสู่ Niche Sports เช่น Burberry ที่เชิญ 'Wu Yize' แชมป์สนุกเกอร์ชาวจีน และ 'Luke Littler' ดาวรุ่งวงการปาเป้าเข้าร่วมงาน เพื่อสร้างความเชื่อมโยง ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่อาจไม่ได้ติดตามแฟชั่นโดยตรง
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'แฟชั่นวีก' ได้ที่ ('หลิง-ออม' ครองแชมป์ ดัน Dior คว้าอันดับ 1 ใน PFW SS27 กว่า 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)





