Vogue Thailand

FASHION

VOGUE FIRST TAKE | ‘ความโปร่งเบาและพลิ้วไหวดุจอากาศ’ นิยามของ Hermès ที่แสนสมบูรณ์แบบ

Hermès คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 โดย Nadège Vanhée คือการถ่ายทอดผ่านผลงานบนรันเวย์ผ่านคอนเซ็ปต์ ‘The shape of air’ นำมาสู่การสรรสร้างคอลเล็กชั่นที่โปร่งสบาย เรียบง่าย แต่กลับทรงพลังด้วยตัวมันเอง

04 ตุลาคม 2569

‘คอลเล็กชั่นอันเงียบสงบแต่สะกดผู้ชมด้วยความโปร่งเบา’ ผู้เขียนนิยามให้ผลงานคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 จาก Hermès โดย Nadège Vanhée คอนเซ็ปต์แสนเรียบง่ายนำเสนอความโปร่งเบา ความเคลื่อนไหว เรื่อยไปจนถึงแสงส่องสว่าง ภายใต้ชื่อ ‘The shape of air’ คือเลเยอร์ทางความคิดที่ถูกตีความและวางระเบียบผ่านวิสัยทัศน์อันชัดเจน ดังนั้นโชว์ Hermès ครั้งนี้บรรยากาศจึงไม่สลับซับซ้อน แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความโปร่งสบาย สะอาดตา และทำให้ไฮไลต์ทุกอย่างเกิดขึ้นจากลุคต่างๆ ที่นางแบบเดินออกมาจากหลังฉากเพียงเท่านั้น หรือจะกล่าวว่านี่คือคอลเล็กชั่นที่นำเสนอเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ โดยปราศจากสิ่งรบกวนด้วยประทั้งปวง
 

ผืนฟ้าที่เคลื่อนไหวและแสงประกายระหว่างวัน สัญลักษณ์ของฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิถือเป็นหัวใจสำคัญในการสรรสร้างคอลเล็กชั่นอย่างชัดเจน เมื่อลุคสีเบจและฟ้าปรากฏบนรันเวย์ มันช่างกำหนดทิศทางความน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น นอกจากเรื่องสีซิลูเอตที่ Nadège Vanhée ตั้งใจเปรียบเปรยความโปร่งเบาราวกับขนนกที่ถูกพัดปลิวด้วยสายลม ในขณะเดียวกันก็เว้นพื้นที่ว่างระหว่างสรีระผู้สวมใส่กับเนื้อผ้า รวมถึงวิธีการปรับระดับความยาวของเสื้อผ้า การผ่าช่องระบายอากาศและสร้างความอิสระในการเคลื่อนไหวราวกับว่าเสื้อผ้าของ Hermès ไร้น้ำหนักจนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอย่างน่าทึ่ง

ท่ามกลางกระแสความหวือหวาและโจทย์ปัญหาแสนท้าทายที่แบรนด์ลักชัวรีต้องเผชิญ โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและค้นหาแนวทางเพื่อยืนหยัดอย่างมั่นคง Hermès ไม่ต้องตอบปัญหาเหล่านั้น เพราะอัตลักษณ์ที่หนักแน่นเปิดประตูความอิสระให้ได้นำเสนอผลงานที่เน้นย้ำถึงรายละเอียดเสื้อผ้าอย่างไร้กังวล ไล่เรียงตั้งแต่การเนรมิตนิตแวร์ที่โปร่งเบาสำหรับอากาศร้อน วัสดุหนังถูกตัดเส้นเป็นแพตเทิร์นกราฟิกอย่างละเอียดประณีต และอื่นๆ อีกมากมาย จะเห็นว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่ความสะดุดตาอย่างหวือหวา ทว่าคือทุกรายละเอียดสามารถเชื่อมประสานไปกับแนวคิดและองค์รวมของคอลเล็กชั่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
 

การเล่าเรื่องผ่านคอนเซ็ปต์แสนเรียบง่ายคือจุดเด่นที่ทำให้คอลเล็กชั่นนี้น่าติดตาม ฉากสีขาว ห้องโปร่งโล่ง และแพตเทิร์นการเดินที่เบสิกธรรมดา มันไม่ใช่ความขี้เกียจหรือไร้ความสร้างสรรค์ แต่คือวิธีสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพเหลือเกิน สีขาวเปรียบดั่งฉากผ้าใบที่สามารถแต่งแต้มด้วยอะไรก็แล้วแต่ ลุคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดทอนความหนาและหนักแน่น ชุดเดรสที่อ่อนละมุนเหมาะสำหรับใส่แบบเลเยอร์เดียวในช่วงอากาศร้อนสุดขีด กระโปรงยาวระดับเข่า หรือจะเป็นการเพิ่มเสื้อแขนกุดในหลากรูปแบบตั้งแต่เสื้อเลเยอร์ด้านในไปจนถึงเสื้อชั้นนอกตัวยาว มากไปกว่านั้นแนวคิดเรื่องการสวมใส่จริงเพื่อสะท้อนภาพความสวยงามและฟังก์ชั่น ปรากฏผ่านไอเท็มเบสิกที่คิดมาอย่างถี่ถ้วน ทั้งกางเกงขาตรงทรงหลวมใส่สบาย ไปจนถึงกระโปรงและเสื้อเชิ้ต
 

สุดท้ายหลังจากค้างเติ่งกับเรื่องสีสันทั้งสีเบจและสีฟ้า Nadège Vanhée ช่างชาญฉลาดกับการเล่าเรื่องเพิ่มเติมผ่านสีโทนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทนสีเหลืองและส้มที่ค่อยๆ ไล่เรียงปรากฏมาเรื่อยๆ เชื่อมประสานระหว่างภาพเปรียบเทียบผืนฟ้าในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ความโปร่งสบายยามเช้า แสงแดดที่ส่องสว่าง ไปจนถึงการสื่อความหมายถึงแสงสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เวลายามค่ำคืน โดยมีสีน้ำตาลสุดคลาสสิกหล่อเลี้ยงความสมดุลตลอดทั้งโชว์ ทั้งหมดเหล่านี้ผสมผสานกับงานเครื่องหนังที่ไม่ได้ปรากฏแค่บนเสื้อผ้า แต่ยังมีกระเป๋าหลากหลายทรงและไซซ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในช่วงฤดูร้อนครบทุกรูปแบบ “คอนเซ็ปต์ที่สื่อถึงความบางเบาที่นำเสนอได้อย่างหนักแน่นมีน้ำหนัก” ผู้เขียนอาจนิยามความสมบูรณ์แบบของคอลเล็กชั่นด้วยคำกล่าวที่สื่อให้เห็นภาพองค์รวมของโชว์ครั้งนี้ได้อย่างดีที่สุด

ภาพ : Vogue Runway