CHANEL คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027

RUNWAY

VOGUE FIRST TAKE | สวยน่ะสวย...แต่เริ่มชินตา 1 ปีของ 'Matthieu Blazy' กับ CHANEL

ความรู้สึกแรกของผู้เขียน หลังชมโชว์ CHANEL คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 โดย 'Matthieu Blazy'

07 ตุลาคม 2569

     เป็นที่เห็นพ้องกันว่า 'Matthieu Blazy' คือดีไซเนอร์มือทอง ที่เข้ามากอบโกยและสร้างเม็ดเงินให้กับ CHANEL ไปได้อย่างล้นหลาม นับตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างรรค์ ที่แม้จะผ่านพ้นไปเพียงแค่หนึ่งปี แต่กระแสความนิยม ความรัก และความชื่นชมที่ผู้คนมีต่อ 'Blazy' ตลอดจนปรากฏการณ์ 'Blazy Mania' ก็ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หน้าฟร้อนต์โรว์ ไปจนถึงหน้าร้านตามสาขาต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงหญิงสาวที่ปั่นจักรยานผ่าน Place de la Concorde ในยามค่ำคืน พร้อมสวมรองเท้าส้นสูงหัวสไตล์ Cap-toed ของ CHANEL ทว่าในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 แม้จะมีการยกระดับงานดีไซน์ และเทคนิคงานฝีมือขึ้นไปอีกขั้น แต่ผู้เขียนกลับรู้สึก 'เฉยๆ' ณ ขณะนั้น ในที่นี้หมายถึงความประทับใจแรกเห็น ที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับผลงานเปิดตัวก่อนหน้า ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ CHANEL เท่านั้น เพราะในฤดูกาลนี้หลายๆ แบรนด์เริ่มเข้าที่เข้าทางและเริ่มคงตัว เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง หลังเกมเก้าอี้ดนตรีได้สิ้นสุดลงครบหนึ่งปีพอดี

     โดยแฟชั่นรันเวย์ CHANEL คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 โดดเด่นด้วยเซ็ตติ้ง 'นก' โดยเฉพาะนก Swift และนกนางแอ่น Swallow ที่สยายปีกโบยบินอย่างอิสระ ใจกลาง Grand Palais กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สัญลักษณ์ของอิสรภาพ มาถ่ายทอดผ่านกระดุม เครื่องประดับ และงานปัก ขณะที่ 'Matthieu Blazy' หยิบยกบทสนทนาในอดีตระหว่าง 'Gabrielle Chanel' และ 'Louise de Vilmorin' ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติ 'Mémoires de Coco' ที่ว่า

 

 "เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น ยังคงอยู่กับฉันในวันนี้… ฉันใช้ชีวิตเพื่อสานฝันของเธอ ทำตามความปรารถนาของเธอ ความพิถีพิถันของฉันก็มาจากเธอทั้งนั้น  และเธอคือคนเดียวที่ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาใจ ไม่มีใครรู้จักฉันได้ดีเท่าเธออีกแล้ว เธอติดหนี้ชีวิตฉัน ส่วนฉันก็ติดหนี้เธอสำหรับทุกสิ่ง ที่ฉันได้สร้างไว้ให้โลกใบนี้"

 

     มาเป็นหลักสำคัญในการเล่าเรื่อง โดยร้อยเรียงโชว์ตามลำดับเวลา และประวัติศาสตร์ชีวิตของ 'Gabrielle Chanel' ตั้งแต่การหลุดพ้นจากคอร์เซ็ตยุค Edwardian ไปจนถึงยุคที่เริ่มหยิบเอาเสื้อผ้าผู้ชายเช่น เสื้อเชิ้ต กางเกง เสื้อกั๊ก หรือผ้าทวีดที่สมัยนั้นมีแค่ผู้ชายใส่ มาตัดเย็บและสวมใส่เอง ซึ่งในยุคนั้นผู้หญิงยังต้องใส่กระโปรงยาว รัดเอวแน่นๆ การที่ผู้หญิงลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าโครงสร้างแบบผู้ชาย จึงเป็นเรื่องที่ปฏิวัติวงการแฟชั่นในยุคนั้นมากๆ ตลอดจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงปี 1950s ที่ 'Gabrielle Chanel' เปิดตัว 'Chanel Suit' สูทผ้าทวีดที่เราคุ้นตากันทุกวันนี้ เพื่อสะท้อนถึงตัวตนที่หลากหลายของผู้หญิง ในแบบฉบับของสาวชาเนล

     ตั้งแต่ลุคเปิดที่ได้แรงบันดาลใจจากอันเดอร์แวร์ผ้าเจอร์ซี่ ประดับดอกคามิเลียสองสี สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ พร้อมกระเป๋า 2.55 อันเป็นเอกลักษณ์ และเสื้อผ้าที่มีความมาสคิวลีนทั้ง เสื้อกั๊กขอบรุ่ยจับคู่กับกางเกง หรือเสื้อเชิ้ต Charvet รูปแบบใหม่ ตลอดจนเสื้อเอวต่ำสไตล์ Flapper ในยุค 1920s เลเยอร์ซ้อนทับด้วยเสื้อเชิ้ตคอตตอนเนื้อบางเบา และชุดสูทกระโปรงทรงสอบไหล่มนไร้เสื้อตัวในตามสูตรสำเร็จ ที่เริ่มถูกกลืนกินด้วยโจทย์ของการรักษามาตรฐานและดีเอ็นเอดั้งเดิมของเมซง

     ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนจะกลายเป็นตัวชูโรงและไฮไลต์ของคอลเล็กชั่นนี้คือ นวัตกรรมผ้าทวีดรูปแบบใหม่ ที่ 'Blazy' ทุ่มเทซุ่มพัฒนามานานนับปี โดยนำผ้าออร์แกนซ่า และผ้าไหมปักประดับมาอัดย่น จนได้ผิวสัมผัสคล้ายผ้าทวีดที่มีความยืดหยุ่น สวมใส่สบายราวกับผิวชั้นที่สอง ราวกับเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ต รวมถึงการร่วมมือกับทีมเวิร์กช็อป Le19M, Lesage และ Maison Lemarié ในการพัฒนาเส้นด้ายและปรับตั้งเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้สามารถปักเลื่อม และมุกเข้าไปในเส้นใยผ้าได้โดยตรง ตั้งแต่กระบวนการถัก ที่เห็นได้ชัดในชุดเซ็ตเสื้อสองชิ้น และกระโปรงสีเหลืองสดใส ตลอดจนรองเท้าส้นสูงหลากดีไซน์จากทั้งหมด 83 ลุคบนรันเวย์
     โดยสรุปแล้ว CHANEL คอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ อาจไม่ได้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกตื่นตาตื่นใจตั้งแต่แรกเห็น แต่เป็นคอลเล็กชั่นที่ยิ่งใช้เวลากับมัน ก็ยิ่งหลงรักมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะดีเทล รายละเอียด งานฝีมือสุดประณีต ที่ตอกย้ำว่า 'Matthieu Blazy' คือหนึ่งในดีไซเนอร์แห่งยุคจริงๆ และทิศทางของ CHANEL กับ ‘Blazy’ หลังจากนี้ ก็คงจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เหล่าสาวกไม่ต้องคอยลุ้นว่าจะรอด หรือจะร่วง เพราะจากผลงานตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นกันเป็นที่ประจักต์แล้ว โดยไม่ต้องมีโชว์โน้ต หรือคำอธิบายใดๆ มากางอธิบายเพื่อบอกว่า นี่คือคอลเล็กชั่นที่สวยและดีจริงๆ

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'CHANEL' ได้ที่ (ชมศิลปะร่วมสมัยของ ‘แทน-นวิน’ ศิลปินไทยหนึ่งเดียวใน ‘Chanel Gateway Commission’ โปรเจคต์แห่งปีที่ Chanel Culture Fund จับมือกับ Dib Bangkok)

ภาพ : Vogue Runway