Vogue Thailand

FASHION

VOGUE SCOOP | หรือ 'พีพี' จะเป็นผู้จุดชนวนเกมเก้าอี้ดนตรี ของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ในอนาคต?

ศิลปินไม่จำเป็นต้องผูกติดกับแบรนด์ไปตลอดชีวิต! สำรวจทิศทางที่น่าจับตาของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ หลัง 'พีพี' ย้ายจาก Balenciaga ไปซบไหล่ 'Demna' อีกครั้งที่ Gucci

18 กันยายน 2569

5 ประเด็นสำคัญ เกมเก้าอี้ดนตรีของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ในอนาคต

  • การที่ 'พีพี-กฤษฏ์' ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Gucci ในยุคสมัยของ 'Demna' หลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันที่ Balenciaga หรือการที่ 'Jonathan Anderson' ดึงตัวเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ จากยุคสมัยที่ยังกุมบังเหียนอยู่ LOEWE มาสู่ Dior สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของแบรนด์และศิลปิน นั้นมาจากเคมีและวิสัยทัศน์ ไม่ใช่การผูกขาดในเรื่องของสัญญา
  • หลังจากเกมเก้าอี้ดนตรีของเหล่าผู้อำนวยการฝ่ายสร้าสรรค์ได้สิ้นสุดลง แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำบ้านก็ย่อมขยับตาม จนเกิดเป็นปรากฏการณ์เก้าอี้ดนตรีระลอกใหม่ที่น่าจับตาในอนาคต
  • การเสียแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญ ไม่ได้แปลว่าแบรนด์พังทลาย แต่เป็นโจทย์ท้าทายที่แบรนด์ลักชัวรีต้องพิสูจน์ว่าเอกลักษณ์ของตนแข็งแกร่งพอหรือยัง ที่จะยืนหยัดในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวบุคคลเดียว
  • ศิลปินไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแบรนด์เดียวตลอดชีวิต การเปลี่ยนผ่านนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ศิลปินได้เติบโตขึ้น ขยายฐานแฟนคลับ รวมถึงการสร้างเม็ดเงิน และโปรไฟล์
  • เกมเก้าอี้ดนตรีของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ Win-Win ทั้งสองฝ่าย เพราะการหมุนเวียนแอมบาสเดอร์ ย่อมกระตุ้นความสดใหม่ สร้างกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดีย และตอบโจทย์พฤติกรรมบริโภคของ Gen Z ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

     หากย้อนกลับไปในอดีตเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ มักจะถูก 'พันธสัญญา' ผูกมัดไว้อย่างเหนียวแน่น ภาพของคนดังคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าจากเมซงเดิมซ้ำ ๆ บนพรมแดง หรือแอบขายอย่างแนบเนียนผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ที่กลายเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความจงรักภักดีแบรนด์ แต่อย่าลืมไปว่าในยุคปัจจุบันอุตสาหกรรมแฟชั่นลักชัวรี รวมถึงกระแส และพฤติกรรมของผู้บริโภค ได้ขับเคลื่อนไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม จากแรงกระแทกจากปรากฏการณ์ 'Fashion Musical Chairs' หรือการหมุนตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ที่ระลอกคลื่นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ได้สาดซัดมาถึงฝั่งของตัวแทนแบรนด์อย่างเลี่ยงไม่ได้

     ซึ่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของปรากฎการณ์ 'เกมเก้าอี้ดนตรีของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์' คือการที่ 'พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร' ศิลปินชาวไทยมากความสามารถ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Gucci คนล่าสุด ภายใต้ยุคสมัยของ 'Demna' ดีไซนเนอร์คู่บุญตั้งแต่ Balenciaga ที่พิสูจน์ว่าศิลปินไม่จำเป็นต้องสวมหมวกแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งไปตลอดชีวิตแล้ว

ความท้าทายของแบรนด์ การรักษาอัตลักษณ์เดิม ในวันที่ไร้ 'บุคคลสำคัญ'

     ในมุมของแบรนด์แฟชั่น เกมเก้าอี้ดนตรีของแบรนด์แอมบาสเดอร์ นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่ แบรนด์เดิมที่ต้องเสียแอมบาสเดอร์ระดับแม่เหล็กไปอย่าง Balenciaga หรือ LOEWE ต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญในการตั้งคำถามว่า "เราจะรักษาภาพลักษณ์ และกระแสความสนใจไว้อย่างไร โดยไม่ให้รู้สึกว่าดีเอ็นของแบรนด์ หลุดลอยไปตามตัวบุคคล?"

     คำตอบของเรื่องนี้...อาจอยู่ที่การพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรากฐาน มรดก และตัวตนของแฟชั่นเฮาส์เอง การที่แอมบาสเดอร์หมดสัญญาหรือย้ายไปอยู่กับแบรนด์อื่น ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์เดิมจะสูญเสียคุณค่าไป ในทางกลับกันมันอาจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้เมซงแห่งนั้นได้รีเซ็ตและค้นหา 'หน้าใหม่' หรือทิศทางใหม่ที่จะดึงดูดฐานลูกค้าที่กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกันแบรนด์ที่รับแอมบาสเดอร์คนใหม่เข้ามาอย่าง Gucci ก็ต้องทำการบ้านหนักในการตีความตัวตนของศิลปินคนเดิม ให้สอดรับกับบริบทและภาพจำใหม่ของแบรนด์ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับภาพจำเก่า กลับกันหากมองในมุมของศิลปิน เกมเก้าอี้ดนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ 'ผลประโยชน์และโอกาส' ที่มีมูลค่ามหาศาล ทั้งการได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่หลากหลายมากขึ้น ตลอดจนการสร้างโปรไฟล์ และภาพลักษณ์ให้กับตนเอง ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกกว่าการถูกผูกมัดเป็นเวลาหลายปี

    ถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจจะเกิดคำถามที่ว่า ทำไมกลุ่มทุนลักชัวรียักษ์ใหญ่อย่าง LVMH หรือ Kering จึงยอมไฟเขียวเปิดทางให้เกิดการหมุนเวียนแอมบาสเดอร์? แน่นอนว่าเมื่อตัวเลขการเติบโตของตลาดไฮเอนด์เริ่มคงตัว บวกกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แบรนด์ต่าง ๆ จึงไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากการผูกติดกับแอมบาสเดอร์คนเดิมในระยะยาวหากกระแสเริ่มนิ่ง การเซ็นสัญญาในปัจจุบันจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่ทั้งรูปแบบ Project-Based, Capsule Collaboration หรือสัญญาที่มีระยะเวลาสั้นและยืดหยุ่นกว่าเดิม เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางสื่อ และยอด Engagement ในโซเชียลมีเดีย ที่เป็นผลตอบแทนด้านการตลาด ที่อาจคุ้มค่าที่สุดสำหรับแบรนด์ในยุคนี้ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะการันตีได้เลยว่า ในระยะยาวกลยุทธ์เหล่านี้จะยังได้ผลอยู่ไหม...

     บทพิสูจน์อีกอย่างคือในแง่ความนิยม ที่วิธีนี้คือ 'ทางลัด' ชั้นดีของการสร้างฐานความสนใจ และจุดกระแสความน่าตื่นเต้น โดยไม่จำเป็นต้องปลุกปั้น หรือคาดเดาว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จตามมาตรฐานความนิยม และอีกประเด็นคือการหมุนเวียนแบรนด์แอมบาสเดอร์ อาจแตกต่างจากดีไซเนอร์ เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้กำหนดอัตลักษณ์อย่างเบ็ดเสร็จ แต่เป็นผู้เปิดเส้นทางและสร้างความรับในวงกว้าง ที่จะสร้างผลลัพธ์ทั้งในนามธรรมและรูปธรรม หรือแม้กระทั่งการคาดเดาความสำคัญของแบรนด์ภายในเครือ ว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จจะถูกโยกย้ายเป็นว่าเล่นนั้น คือการเล่นบทกอบกู้ ผลักดัน และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งนอกเหนือจากเรื่องอัตลักษณ์เพียงอย่างเดียวหรือเปล่า

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'Fashion' ได้ที่ (เปิดโผ The Fashion Awards 2026 ส่อง 6 แคนดิเดตตัวเต็ง ใครจะคว้า Designer of the Year ไปครอง?)

ภาพ : Courtesy of Gucci