5 ข้อสรุปสำคัญ ผลประกอบการ Kering ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2026
- Gucci ผลงานดีกว่าคาด สามารถทำยอดขายใน Q2/2026 ติดลบเพียง 2% แตะ 1.41 พันล้านยูโร และฟื้นตัวก้าวกระโดดจาก Q1 ที่ลดลง 8%
- ภาพรวมของกลุ่ม Kering ในไตรมาสที่ 2 กลับมาเป็นบวก 2% นับบนฐานเปรียบเทียบเดียวกัน ทำรายได้รวมกว่า 3.65 พันล้านยูโร
- แผนปรับโครงสร้าง ReconKering เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร ด้วยการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไปแล้วถึง 84 แห่งในครึ่งปีแรก ดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานขึ้นมาอยู่ที่ 12.8%
- Gucci ร่วมมือกับทีม Alpine F1 เตรียมบุกตลาดสปอร์ตแวร์ พร้อมเตรียมดันยอดขายครึ่งปีหลัง ด้วยคอลเล็กชั่นเดบิวต์ของ 'Demna' อย่าง Primavera และ GucciCore Cruise
- แบรนด์จิวเวลรีในเครืออย่าง Boucheron และ Qeelin ยอดขายโตพุ่งถึง 18% โดยเฉพาะอเมริกาเหนือ +10% และญี่ปุ่น +9% ที่ยังคงเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง
หลังจากเผชิญสภาวะตลาดสินค้าลักชัวรีซบเซา ล่าสุดกลุ่มทุนแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง Kering ได้ออกมาเปิดเผยรายงานผลประกอบการ ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ที่สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวขององค์กร นำโดยแบรนด์ Gucci ที่เริ่มชะลอการติดลบและทำผลงานได้ดี ส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่ม Kering กลับมาเติบโตได้อีกครั้งที่ 2% บนฐานเปรียบเทียบเดียวกัน ด้วยมูลค่ารวมกว่า 3.65 พันล้านยูโร
Gucci พลิกฟื้น จุดประกายความหวังครึ่งปีหลัง
ผลการดำเนินงานของ Gucci ทำรายได้หลักให้กับกลุ่ม Kering โดยในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2026 ยอดขายของ Gucci ลดลงเพียง 2% คิดเป็นมูลค่า 1.41 พันล้านยูโร ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ที่มองว่าจะติดลบถึง 4.7% และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรก ที่ยอดขายดิ่งลงไปถึง 8%
โดยปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย จะมาจากสินค้ากลุ่มคอลเล็กชั่นใหม่ของ Gucci โดยเฉพาะคอลเล็กชั่น Primavera ซึ่งเป็นผลงานเดบิวต์ของ 'Demna' เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่เริ่มทยอยลงหน้าร้านตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคม ควบคู่กับการประโคมแคมเปญการตลาดใหญ่ในเดือนสิงหาคม รวมถึงการวางจำหน่ายคอลเล็กชั่น GucciCore Cruise ที่จัดแสดง ณ ไทม์สแควร์ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่ง 'Armelle Poulou' CFO ของ Kering เชื่อมั่นว่าจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
เดินหน้าแผน ReconKering กอบกู้วิกฤต
เพื่อตอบรับกับความท้าทายในระยะยาว Kering ภายใต้การนำของ 'Luca de Meo' (CEO) และ 'Armelle Poulou' (CFO) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์กู้วิกฤต ภายใต้ชื่อ ReconKering อย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร และการปรับโครงสร้างเครือข่ายหน้าร้านค้าปลีกทั่วโลก
โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 Kering ได้ดำเนินการปิดหน้าร้าน ที่ไม่สามารถทำกำไรไปแล้วถึง 84 แห่ง หลังจากที่เคยปิดตัวไปกว่า 75 แห่งในปี 2025 ซึ่งจากการปรับขนาดเครือข่ายร้านค้าอย่างจริงจังนี้ ส่งผลให้ยอดขายต่อพื้นที่ปรับตัวดีขึ้น และดันให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานประจำครึ่งปีแรก แตะระดับ 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยฝ่ายบริหารตั้งเป้าว่าอัตรากำไรในครึ่งปีหลัง จะเติบโตสูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก
การเปิดตัว Gucci Racing และผลงานกลุ่มจิวเวลรีที่พุ่งทะยาน
นอกจากการปรับโครงสร้างภายในแล้ว Kering ยังได้ขยายขอบเขตธุรกิจ สู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ โดย 'Luca de Meo' ได้เปิดเผยถึงความร่วมมือกับทีมแข่งรถ Alpine Formula One ของ Renault ด้วยการก่อตั้งแผนกใหม่ Gucci Racing ที่จะรับหน้าที่พัฒนาสินค้าสปอร์ตแวร์โดยเฉพาะ ซึ่ง Kering เชื่อว่ารายได้จากธุรกิจนี้ จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และมีอัตราการเติบโตที่สูง กว่าค่าใช้จ่ายในการเป็นสปอนเซอร์ โดย Gucci Racing จะเป็นการนำร่อง ก่อนการร่วมมือกับกิจกรรมกีฬาอื่นๆ ในอนาคต
ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจอัญมณี และเครื่องประดับในเครือ Kering ประกอบด้วย Boucheron, Pomellato, Dodo และ Qeelin ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยยอดขายเติบโตสูงถึง 18% คิดเป็นมูลค่า 252 ล้านยูโร ส่วนธุรกิจ Kering Eyewear ขยายตัว 8% แตะระดับ 476 ล้านยูโร ขณะที่แบรนด์แฟชั่นอย่าง Bottega Veneta, Saint Laurent และ Brioni มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ส่วน Balenciaga แม้จะเผชิญความท้าทายในไตรมาสนี้ แต่ก็อยู่ในช่วงระหว่างการปรับเปลี่ยนทิศทางเช่นเดียวกัน
ทิศทางของ Kering ในตลาดลักชัวรี
โดยยอดขายของ Kering ในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2026 มีการฟื้นตัวที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อเมริกาเหนือ ที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง +10% ขณะที่ญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง ด้วยอัตราการเติบโต +9% ถัดมาที่ยุโรปตะวันตก และเอเชียแปซิฟิก ซึ่งชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ -1% ตลอดจนตะวันออกกลาง และพื้นที่อื่นๆ ที่ลดลงกว่า -8% จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ฉุดการเติบโตของยอดขายรวมลงไปประมาณ 1%
ซึ่งรายงานผลประกอบการของของ Kering นั้นสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดสินค้าลักชัวรี ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว เห็นได้จากผลประกอบการของ LVMH ที่กลุ่มแฟชั่นและเครื่องหนัง พลิกกลับมา +1% แตะ 8.89 พันล้านยูโร ยุติการติดลบต่อเนื่อง 7 ไตรมาส รวมถึง Richemont ที่ยอดขายไตรมาสแรกโตพุ่งถึง 20% ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคระดับบน ยังคงตอบรับต่อสินค้าที่มีคุณภาพ และการปรับเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ใหญ่ในอุตสาหกรรม
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gucci ได้ที่ (Gucci กระโดดเข้าสู่วงการ Formula One อย่างเป็นทางการแล้ว!)

ฉลอง 60 ปี ลาย ‘Flora’ ของ Gucci กับการต่อยอดมิติใหม่จากบทที่สองของแคมเปญ ‘Monte Carlo’

'Gucci Monte Carlo' แคมเปญล่าสุดจาก Gucci ร่วมกับ 'Tian Xiwei' ฉลอง 60 ปี ลวดลายพิมพ์ Flora



