ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในโลกแฟชั่น “หนัง” ถือเป็นวัสดุสำคัญที่สามารถพลิกแพลงแปลงรูปโฉมไปเป็นสิ่งใดก็ได้ตามที่ดีไซเนอร์จินตนาการ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้สร้างสรรค์โดยยังยึดมั่นแก่นแท้ของวัสดุไว้ได้อย่างครบถ้วน ทว่าในปี 1975 บอตเตก้า เวเนต้ากลับท้าทายขีดจำกัดนั้นด้วยการเชื่อมโยงทั้งวัสดุชั้นเยี่ยม ภูมิปัญญาพื้นถิ่น และศาสตร์แห่งการออกแบบงานศิลป์สมัยใหม่จนเกิดเป็น “Intrecciato” ลายสานซิกเนเจอร์ที่ร้อยเรียงหนังแบน Fettucce เข้าไปในแผ่นหนังเจาะรูเป็นแนวแถว ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่งต่อกันมานานในงานฝีมืออิตาลี ก่อนจะเสริมมิติร่วมสมัยด้วยการเปลี่ยนจากแนวนอนตั้งฉากแบบดั้งเดิมไปสู่การสานตามแนวทแยงมุมเอียง 45 องศา จนทำให้ลายสานคลาสสิกแลดูนุ่มนวลและพลิ้วไหวขึ้นกว่าเดิม การผสานมรดกตกทอดเข้ากับวิสัยทัศน์การออกแบบในครั้งนั้นบอตเตก้า เวเนต้าไม่เพียงแต่ทำให้คุณค่าของหนังเด่นชัด แต่ยังทำให้ทั่วโลกได้สัมผัสกับความวิจิตรของงานสานหนังอิตาลีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพื้นที่แห่งศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเมืองเวนิส เช่นเดียวกับทำให้ Intrecciato กลายเป็นพื้นผิวที่พร้อมเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ของ 3 ศิลปินชาวไทยอย่าง Gongkan, Suntur และ Subannakrit ที่มาร่วมถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างงานหัตถศิลป์และศิลปะร่วมสมัย ผ่านโปรเจกต์พิเศษซึ่งนำลายสานอันเป็นเอกลักษณ์มาตีความใหม่ด้วยสไตล์ศิลปะเฉพาะตัวของแต่ละคน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าความคิดที่แตกต่าง สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน พร้อมยืนยันว่าคุณค่าของ Intrecciato ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในฐานะงานฝีมือการสานหนังอันประณีตบนกระเป๋า หากยังเป็นแรงบันดาลใจที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์แตกแขนงออกไปอย่างไร้ขอบเขตผ่านมุมมองของผู้สร้างสรรค์แต่ละคนราวกับเส้นหนังแต่ละเส้นที่สอดประสานกันจนเกิดเป็นผลงานอันสมบูรณ์
Thread of Connection
Gongkan สะท้อนจิตวิญญาณของกระเป๋ารุ่น Barbara ได้ลึกซึ้งกว่าการหยิบเส้นสายที่สอดประสานกันมาอ้างอิง หากแต่นำ “การอยู่รวมกันของสิ่งที่แตกต่าง” ซึ่งเกิดจากรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนังแนป้า และงานฝีมือหนังสาน Intrecciato บนกระเป๋ารุ่นนี้มาตีความเป็น “Thread of Connection” ผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสองต้นไม้ใหญ่ต่างพันธุ์ในวันที่แรงลมพัดพามาบรรจบกันท่ามกลางแสงอาทิตย์รำไรที่เปรียบดั่งช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพื่อสะท้อนว่าความแตกต่างมิใช่อุปสรรคของความสัมพันธ์แต่คือพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่ความงามแบบใหม่ที่ทั้งสมดุลและกลมกลืน
Woven Slowly
ในปี 2002 โลกทั้งใบมีโอกาสได้สัมผัสผลงานชิ้นใหม่ที่จัดวาง Intrecciato ไว้บนรูปทรงโค้งมนของกระเป๋านามว่า Veneta เพื่อส่งต่องานหัตถศิลป์ถือได้ที่ไร้ซึ่งสัญลักษณ์และสิ่งบ่งบอกที่มา หากแต่ใครก็ตามที่ปรายตามองก็พลันทราบได้ว่ามีที่มาจากแบรนด์ใด ซึ่งไม่ต่างจากความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสัตว์ที่ปรากฏอยู่บน “Woven Slowly” ผลงานศิลปะโดย Suntur ที่ใช้สีเขียวหลากเฉดของทุ่งหญ้าตัดสลับกันไปมาจนชวนให้นึกถึง Intrecciato เป็นฉากหลังให้กับการสบตากันระหว่างสตรีที่กำลังถือกระเป๋าตัวดังของแบรนด์กับแดลเมเชียนผู้ซื่อสัตย์ เพื่อบอกเล่าสายใยที่แม้จะไม่มีบทสนทนา แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ทันทีว่าทั้งสองเป็นความสบายใจซึ่งกันและกัน
Mount Intrecciato
คำว่า Andiamo ในโลกภาษาศาสตร์จะมีความหมายว่า “ไปกันเถอะ” ในขณะที่โลกแฟชั่นเครื่องหนัง คำสามพยางค์นั้นหมายถึงชื่อรุ่นและจิตวิญญาณของกระเป๋าหนังเรียบลายสาน Intrecciato ที่แบรนด์ออกแบบมาเพื่อสดุดีการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของทุกชีวิต จนแนวคิดนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ Subannakrit โดยการขยาย Intrecciato ให้กลายเป็นขุนเขาสง่างามบน “Mount Intrecciato” ผลงานศิลปะที่ฉายภาพการปีนป่ายของผู้คนจากหลากหลายวิชาชีพในสายงานสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนว่าความสำเร็จไม่ต่างอะไรกับการพิชิตยอดสูงชัน แต่ยังต้องอาศัยความอ่อนโยน อุตสาหะ และพละกำลังที่มั่นคงร่วมด้วย
(สามารถตามไปอ่าเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bottega Veneta ได้ที่ https://vogue.co.th/article/bottega-veneta-weaving-matter-and-memory-kols-artists)











