Bottega Veneta ประกาศเปิดตัว Woven Mycelium หรือวัสดุสานจากเส้นใยเห็ดรา ที่่เป็นการตอกย้ำว่า ความหรูหราและความยั่งยืน สามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ 'Louise Trotter' โดยไอเท็มในชีวิตประจำวันอย่าง กระเป๋าสตางค์ ที่ใส่นามบัตร ที่ใส่พาสปอร์ต และพวงกุญแจ จะถูกนำมาตีความใหม่ ผ่านวัสดุ Woven Mycelium นี้
รู้จักวัสดุ Woven Mycelium จากเทคโนโลยี EPHEA®
วัสดุ Woven Mycelium ถูกพัฒนาขึ้นจากโครงข่ายเส้นใยชีวภาพ ที่มีลักษณะแตกแขนงคล้ายรากพืชใต้ดิน ช่วยให้โครงสร้างแข็งแรง ผ่านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจาก EPHEA® ในประเทศอิตาลี ที่ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล น้ำหนักเบา สามารถทำลวดลาย หรือย้อมสีได้ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละชิ้นงาน ที่เผยให้เห็นร่องรอยของธรรมชาติ นอกจากนี้ Woven Mycelium ใช้เวลาเพาะเลี้ยงในโรงงานเพียง 2 สัปดาห์ แตกต่างจากหนังสัตว์ที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการเลี้ยงดู และแปรรูป อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด สร้างคาร์บอนเพียงเศษเสี้ยวเดียว และสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน
เบื้องหลังการ 'สาน' หนึ่งเดียวของ Bottega Veneta
ในความเป็นจริงแล้ว วัสดุเส้นใยเห็ดราไม่ใช่สิ่งใหม่แกะกล่องสำหรับโลกแฟชั่น เพราะนวัตกรรมสุดล้ำนี้ ได้วนเวียนอยู่ตามรันเวย์มานานสองสามปีแล้ว โดยมีแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกมากมายที่เดินหน้าทดลอง และเปิดตัวผลิตภัณฑ์จาก Woven Mycelium ออกสู่สายตาประชากรโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Stella McCartney ผู้เป็นกระบอกเสียงด้านแฟชั่นยั่งยืน ที่เข้ามาสำรวจวัสดุนี้เป็นกลุ่มแรกๆ หรือแบรนด์เครื่องหนังอย่าง Hermès ที่เคยทดลองนำเส้นใยเห็ดรา มาประยุกต์ใช้กับไอเท็มของแบรนด์ รวมถึง Balenciaga ที่เคยสร้างความฮือฮาบนรันเวย์ปี 2022 ด้วยการส่งเสื้อโค้ตยาวลากพื้น ที่ทำจากวัสดุนี้ลงสู่รันเวย์
แต่แนวทางของ Bottega Veneta นั้นแตกต่างออกไป เพราะในขณะที่แบรนด์อื่นเลือกใช้ Woven Mycelium ในลักษณะของการตัดเย็บแทนหนังสัตว์ Bottega Veneta กลับเลือกทำในสิ่งที่ไม่มีใครในอุตสาหกรรมลักชัวรี เคยพยายามทำมาก่อน นั่นคือการนำมันมา 'สาน'
Intercciato งานฝีมือกว่า 50 ปีของ Bottega Veneta
หากจะเข้าใจว่าทำไม Woven Mycelium ของ Bottega Veneta ถึงแตกต่าง และมีความโดดเด่น เราต้องย้อนกลับไปดูรากฐานของเทคนิค Intrecciato ซึ่งเป็น 'ลายสาน' อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ทำด้วยมือในเวิร์กชอปภูมิภาค Veneto ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีมา ตั้งแต่ปี 1975 ซึ่งกระบวนการทำซ้ำๆ มานานนับครึ่งศตวรรษ ทำให้ 'การสาน' นั้น เริ่มกลายเป็นดีเอ็นเอของ Bottega Veneta
เดิมทีเทคนิคนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาทางโครงสร้าง โดยการนำแถบวัสดุที่มีความกว้างพอๆ กับนิ้วมือ มาตัดและสานทับซ้อนกันผ่านช่องของอีกแถบหนึ่ง เพื่อกระจายแรงตึงไปทั่วทั้งชิ้นงาน แทนที่จะไปกระจุกตัวอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่ง Woven Mycelium เป็นที่รู้กันดีในหมู่ดีไซเนอร์ว่า มันเป็นวัสดุที่หยิบใช้ยาก มีความหนาไม่สม่ำเสมอ และเปราะบางกว่าเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน แต่เทคนิค Intrecciato ของ Bottega Veneta สามารถเข้ามาจัดการกับจุดอ่อนทางโครงสร้างนี้ได้อย่างตรงจุด แถบวัสดุจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กันและกัน ทำให้ยังคงรูปทรงไว้ได้ตามมาตรฐานของแบรนด์
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bottega Veneta (‘เสียงดังแบบไม่ต้องตะโกน!’ Bottega Veneta Winter 2026 งานคราฟต์ที่เหนือกว่าแค่หนังสาน)

















