Vogue Thailand

FASHION

‘เสียงดังแบบไม่ต้องตะโกน!’ Bottega Veneta Winter 2026 งานคราฟต์ที่เหนือกว่าแค่หนังสาน

ผลงานของ Louise Trotter ต่อยอดความสร้างสรรค์และการเน้นย้ำเรื่องงานฝีมือสุดประณีตกับคอลเล็กชั่นลำดับที่ 2 อันงดงาม

02 มีนาคม 2569

ขณะที่บรรยากาศบนสมรภูมิแฟชั่นซึ่งกำลังร้อนระอุใน พ.ศ. นี้เริ่มกลับมาคึกคักด้วยสไตล์ฟู่ฟ่าจนดูท่าว่ากำลังเตรียมจะ ตะโกน’ อีกครั้ง จึงกลายเป็นประเด็นชวนถกซึ่งเกิดจากคำถามน่าสนใจเกี่ยวกับความท้าทายครั้งใหญ่ นั่นคือนักออกแบบหญิงคนเก่งอย่าง Louise Trotter จะพา Bottega Veneta แบรนด์ซึ่งมีจุดกำเนิดเมื่อหกทศวรรษที่แล้ว โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราแบบไร้โลโก้และลวดลายฉูดฉาดบาดตาตามปรัชญา When Your Own Initials Are Enough’ เชิดชูคุณค่างานฝีมือในการตัดเย็บและการเลือกใช้วัสดุเป็นเลิศจนถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของสไตล์ หรูเงียบ’ หรือ Quiet Luxury ฝ่าวิกฤตได้อย่างไร? แล้วเธอก็ให้คำตอบผ่านผลลัพธ์เป็นงานสร้างสรรค์ที่เห็นในฤดูกาล Fall/Winter 2026 ล่าสุด ความสำคัญของการตัดเย็บอันประณีตทว่าดูเรียบง่ายและใช้โครงร่างซิลลูเอตสะดุดตาซึ่งถือเป็นงานถนัด กลายมาเป็นหัวใจของการรังสรรค์ซึ่งถูกนำไปใช้แก้เกมในช่วงวิกฤตแฟชั่นหรูและรับมือกับกระแสนีโอแม็กซิมัลลิสต์ที่กำลังคืบคลานเข้ามา

สำเนียงและภาษาของ Bottega Veneta ยังนุ่มนวลราวกับเหล่าผู้รากมากดี แนวคิดการให้คุณภาพของชิ้นงานบอกเล่าความหรูหรามากกว่าเน้นโลโก้และลวดลายยังถูกสานต่อเป็นฤดูกาลที่สอง หากคอลเลกชั่นแรกคือการถ่ายทอดเรื่องราวจุดกำเนิดการสานหนัง Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อในแบบของเธอ ฤดูกาลนี้ถึงทีการขยายภาพงานคราฟต์ในเทคนิคอื่นๆ ที่ทางเฮาส์สามารถสรรสร้างได้ดีไม่เป็นรองใคร แถมเชื้อเชิญให้เข้าไปสำรวจอย่างชิดใกล้กว่าเก่า เพราะหลายลุคหลากชิ้นที่เห็นเพียงผิวเผินอาจไม่เป็นดังที่เราคาดคิดไว้ เธอเล่นกับภาพมายาซึ่งเบนการรับรู้ของผู้พบเห็นผ่านการเปลี่ยนผิวสัมผัสและสร้างสีสันใหม่ให้วัสดุดูผิดแปลกและแตกต่าง อย่างการสร้างผิวสัมผัสดูคล้ายขนสัตว์จากผ้าไหม หรือเชิ้ตคัตติ้งคมที่ตัดเย็บมาจากผืนหนังเนื้อนุ่ม ไปจนถึงความฟู่ฟ่องของเส้นใยแก้วรีไซเคิล ผ้าฟิลคูเป้ และผ้าถักเนื้อนุ่ม “ฉันทำงานร่วมกับช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยมที่สุด และคุณค่าของงานฝีมือคือหัวใจสำคัญของสิ่งที่พวกเรากำลังทำ” เธอเน้นย้ำถึงแก่นแท้ตลอด 60 ปีของการก่อตั้งเฮาส์ผ่านการให้สัมภาษณ์หลังจบโชว์

นอกจากการร่วมงานกับทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของเฮาส์ในการเนรมิตพื้นผิวของวัสดุขึ้นใหม่ เธอยังใช้เวลาในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูกาลโดยง่วนอยู่กับการเฟ้นหาสัดส่วนและโครงสร้างใหม่ ซึ่งนั่นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ Trotter สร้างไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งร่วมงานกับ Lacoste ต่อเนื่องยัง Carven ก่อนจะมาลงตัวและประจักษ์ชัดที่ Bottega Veneta โครงสร้างของคอลเลกชั่นฤดูหนาวคราวนี้จึงมีทั้งดูแข็งแกร่ง และเย้ายวนชวนพิสมัย แจ็กเก็ตตัวยาวชิ้นเด่นทั้งสำหรับหญิงและชาย มีไหล่ซึ่งทอนความแข็งทื่อสไตล์พาวเวอร์เดรสซิ่งจากทศวรรษ 1980 จากฤดูกาลที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด แถมยังสอดแทรกกลิ่นอายเซ็กซี่ตามสไตล์สาวมาดมั่นซึ่งไม่เน้นไปที่การโชว์เนื้อหนัง แต่เล่นกับความโค้งเว้า ขนาดสั้นและยาว และการเผยออย่างกระโปรงที่บานออกเล็กน้อยและตำแหน่งของการเดรปที่เน้นทรวดทรงอิสตรี “ฉันใช้เวลาและใส่ใจอย่างมากในการสร้างโครงสร้าง รูปทรง และส่วนโค้งเว้าโดยไม่ทำให้รู้สึกหนักและอึดอัด” เธอเน้นย้ำพร้อมทั้งยืนยันว่าเสื้อผ้าหลายลุคในคอลเลกชั่นซึ่งมีโครงสร้างใหญ่โตและดูหนักนั้นกลับมอบความรู้สึกบางเบาราวกับขนนก

เป็นอีกครั้งที่ความหรูหราของ Bottega Veneta ถูกตีความและก่อร่างโดยเข้าใจถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง เป็นความหรูหราที่สัมผัสได้ด้วยดีไซน์และผิวสัมผัสซึ่งยากที่จะหาใครเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ททรงสวิงที่ต้องใช้ขนแกะมากกว่า 2,000 ชิ้น เสื้อโค้ทสไตล์มิลิทารีที่มีการเสริมไหล่ให้โดดเด่น และโค้ทบุหนังสานดูเลอค่าและสมราคา (สูงลิ่ว...) ไม่ใช่ได้มาด้วยมนต์วิเศษ แต่เป็นความพิเศษอันเกิดจากการโคจรมาพบกันของพลังสร้างสรรค์และองค์ความรู้ด้านงานฝีมือของเฮาส์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 60 ปีของการก่อตั้งได้รับการสรรเสริญและเยินยอโดยคนทั่วโลกผ่านคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ที่สร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้แก่สถานะของการเป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรีอย่างแท้จริง


(สามารถอ่านบทวิเคราะห์ Vogue Special เพิ่มเติมได้กับบทความ Demna กับแนวคิดเรื่องจุดร่วมแห่งอัตลักษณ์​ นำมาสู่การจัดโชว์รันเวย์ครั้งแรกภายใต้ร่ม Gucci)

เรื่อง : ฆนากร เพชรตระกูล