ในซีซั่นแห่งการเปิดตัวคอลเล็กชั่นสำหรับสุภาพบุรุษ ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 'Pharrell Williams' ได้พา Louis Vuitton ก้าวข้ามผ่านนิยามแฟชั่น ไปสู่การตั้งคำถามกับคำว่า 'Timeless' หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจกันได้ง่ายๆ ก็คือความงามที่อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนคงจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่เคยฉุกคิดกันไหมว่า "นิยามของความหรูหราที่แท้จริงคืออะไร?" ในยุคที่คำว่า Luxury นั้ันถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือย ซึ่ง 'Pharrell Williams' เลือกที่จะตีความนิยามผ่านความแม่นยำ และคุณภาพ โดยผสมผสานความคลาสสิกของเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ เข้ากับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตในปัจจุบัน และเปลี่ยนผ่านจากความจัดจ้านของสตรีตแวร์ในยุคแรกเริ่มของเขา สู่ความหรูหราที่สุขุมนุ่มลึก และมีความคลาสสิกมากขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลวดลาย Monogram ในตำนานของแบรนด์
ซึ่งครั้งนี้ 'Pharrell Williams' ได้เนรมิตรันเวย์ให้กลายเป็น 'DROPHAUS' นวัตกรรมที่พักอาศัย ที่พัฒนาร่วมกับ NOT A HOTEL โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีแห่งอนาคต และวิถีธรรมชาติ ผ่านดีไซน์บ้านกระจกประหยัดพลังงานที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่กึ่งภายนอก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระเบียงญี่ปุ่น Engawa เพื่อเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยเข้ากับสวนหย่อมอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนแนวคิด 'The Art of Living' ที่เปลี่ยนบ้านที่อยู่อาศัย ให้กลายเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนย้ายได้ และยั่งยืน

ไฮไลต์ของคอลเล็กชั่น Louis Vuitton Men’s Fall/Winter 2026 ภายใต้การนำของ 'Pharrell Williams' คือการหลอมรวมมรดกความหรูหรา เข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตผ่านแนวคิด LVERS ที่เน้นสำรวจ 'รากเหง้า และวิวัฒนาการ' โดยมีจุดเด่นอยู่การตัดเย็บเทเลอริ่งเฉียบคม ผสมผสานกับกลิ่นอายสตรีตแวร์ และสไตล์ยุค 1970s ที่ถูกตีความใหม่ ผ่านเสื้อนอกตัวโคร่ง และกางเกงขากว้าง ในพาเลตสีเอิร์ธโทนที่สะท้อนความหรูหราแบบยั่งยืน พร้อมทำลายกำแพงระหว่างแฟชั่นชั้นสูง กับฟังก์ชั่นการใช้งาน ด้วยการนำนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง เส้นใยอลูมิเนียมมาถักทอเพื่อให้เสื้อผ้าดัดคงรูปทรงได้ตามต้องการ การใช้ผ้าแจ็กการ์ดสะท้อนแสง และหนังกลับกันน้ำ ซึ่งยกระดับชุดเอาต์เตอร์แวร์ ให้ดูภูมิฐาน และมีความทันสมัย
นอกจากนี้ 'Pharrell Williams' ได้หยิบยกปรัชญา '10% Imperfection' เพื่อสร้างเสน่ห์งานฝีมือ ที่ดูมีชีวิตชีวาผ่านรอยยับที่ตั้งใจ ผสานกับเทคนิคการทอลายรูปแบบใหม่ และการปักประดับด้วยมือ ที่สะท้อนจิตวิญญาณ Savoir-faire ชั้นสูง พร้อมเปิดตัวกลุ่มเครื่องหนังดีไซน์ใหม่ อาทิ Stained Glass Trunk ที่งดงามราวกับงานศิลปะกระจกสีในโบสถ์ยุโรป เสริมทัพด้วยกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Speedy, Keepall และ Alma ตีความใหม่ ผ่านสัดส่วนที่บิดเบี้ยวแต่ลงตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ชายหนุ่ม Louis Vuitton ผู้หลงใหลในความคลาสสิก แต่ก็พร้อมก้าวไปสู่นวัตกรรมแห่งอนาคตเช่นเดียวกัน
และถือเป็นครั้งแรกที่ ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์‘ เฮาส์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Louis Vuitton ได้เดบิวต์ในฐานะนายแบบบนรันเวย์ โดยแบมแบมสวมใส่แจ็กเก็ตบุนวม แมตช์กับกางเกงสแล็ค และถุงมือหนัง ก่อนคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋า Keepall Bandoulière 25 ลายโมโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และแขกคนสำคัญอีกคนอย่าง 'โฟร์ท-ณัฐวรรธน์' ที่มาร่วมชมโชว์ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการหลอมรวมมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ เข้ากับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Louis Vuitton ได้ที่ (Louis Vuitton Monogram 130 ปีแห่งความสำเร็จ และการเฉลิมฉลองครั้งประวัติศาสตร์!)

เจาะลึกการเดินทางตลอด 130 ปีของ LV Monogram ความสร้างสรรค์และความเป็นนิรันดร์ของ Louis Vuitton

Louis Vuitton Monogram 130 ปีแห่งความสำเร็จ และการเฉลิมฉลองครั้งประวัติศาสตร์!

เปิดลิสต์ไอเท็มเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ลวดลาย Monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton ฉบับสมบูรณ์

เปิดคลังภาพเก่าลาย Monogram สุดยอดความไอคอนิกของ Louis Vuitton ในโอกาสครบรอบ 130 ปี











