Vogue Thailand

FASHION

เปิดคลังภาพเก่าลาย Monogram สุดยอดความไอคอนิกของ Louis Vuitton ในโอกาสครบรอบ 130 ปี

นับตั้งแต่ปี 1896 ทาง Georges Vuitton รังสรรค์ลวดลาย Monogram เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และมันกลายเป็นความไอคอนิกของเมซงนับแต่นั้นเป็นต้นมา

30 ธันวาคม 2568

     หากจะกล่าวถึงโลโก้หรือลวดลายที่เป็นไอคอนิกของวงการแฟชั่น ลายโมโนแกรมจาก Louis Vuitton คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความสำเร็จ ต่อยอดจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นรากฐานงานออกแบบจนดีไซเนอร์และช่างฝีมือทั้งหลายในเมซงต่างยึดถือและถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2026 ลวดลายโมโนแกรมของหลุยส์ วิตตองกำลังจะครบรอบ 130 ปี โว้กจึงไม่พลาดพาไปทำความรู้จักกับลายไอคอนิก ตั้งแต่จุดกำเนิดเรื่อยไปจนถึงการพัฒนาสู่การเป็นลายโมโนแกรมที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

     รู้หรือไม่…รากฐานของงานออกแบบชิ้นนี้ถูกคิดค้นเพื่อตอบโจทย์การผลิตและกลไกทางการตลาด เล่าย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 1890s ณ ตอนนั้น เมซงหลุยส์ วิตตองถือกำเนิดมาได้ราวเกือบ 4 ทศวรรษ ผู้ก่อตั้งเมซงในชื่อเดียวกันศึกษาและใช้ประสบการณ์ร่วมกับ Monsieur Maréchal สรรสร้างอุปกรณ์ใส่สัมภาระสำหรับการเดินทางหลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งเปิดเมซงของตัวเองในปี 1854 ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี หลุยส์ วิตตองโด่งดังอย่างมากในการผลิตทรังก์และกระเป๋าสัมภาระตามยุคสมัย เน้นความคงทนและสัดส่วนการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ทว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้น่าหงุดหงิดใจคือการลอกเลียนแบบ แม้จะมีเอกลักษณ์ทั้งเรื่องดีไซน์ ตัวล็อคชนิดพิเศษ เรื่อยไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุ ทว่ากระเป๋าหีบทรงคลาสสิกอาจต้องหาลวดลายเพื่อประกาศว่าเป็นผลงานของเมซงอย่างชัดเจนที่สุด

     ปี 1896 คือจุดเริ่มต้นของความพิเศษเหนือระดับที่เปลี่ยนโฉมหน้าของหลุยส์ วิตตองไปตลอดกาล Georges Vuitton ทายาทของผู้ก่อตั้งรังสรรค์ลวดลายโมโนแกรมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีความตั้งใจให้เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงสินค้าของเมซงอย่างชัดเจน พร้อมอุทิศแด่ผู้เป็นพ่อ รายละเอียดสำคัญคือตัวอักษรไข้ว ‘LV’ ซึ่งเป็นอักษรย่อตามชื่อของพ่อ มาพร้อมกับลวดลายดอกจิก 4 แฉก ดอกไม้ และเพชร นำมาสู่การวางแพตเทิร์นบนสินค้าเกือบทุกรูปแบบของหลุยส์ วิตตอง เหตุผลสำคัญคือการต่อต้านของเลียนแบบทั้งหมด รากฐานแรงบันดาลใจจากตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลแบบญี่ปุ่น (จากการอ้างอิงบางแหล่ง) ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายการออกแบบนีโอ-โกธิก การควบรวมแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมต่างท้องถิ่น กลายเป็นตัวตนของเมซงหลุยส์ วิตตองจวบจนปัจจุบัน มากไปกว่านั้นยังสะท้อนภาพของความนำสมัย และยังคงร่วมสมัยถึงทุกวันนี้

     รากฐานจากลวดลายเก่าแก่มันกลายเป็นความพิเศษที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้อีกแล้ว ตลอดระยะเวลานานเกินหลักศตวรรษ ลายโมโนแกรมถูกประทับลงบนสินค้าของเมซงในรูปแบบต่างๆ มากมาย ในช่วงเริ่มแรกทรังก์สำหรับใส่สัมภาระคือความโดดเด่นของเหล่านักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลวดลายโมโนแกรมที่เพียบพร้อมด้านศักยภาพ มันกันน้ำ เป็นรอยยาก สะท้อนความคงทน ในขณะเดียวกันก็นำเสนอความหรูหราและมีระดับ ต่อมากับเส้นทางของลวดลายบนโมโนแกรมบนผืนฟ้า เมื่อการเดินทางทางอากาศเข้ามาเปลี่ยนโลก การเดินทางพร้อมสัมภาระกับทรังก์หลุยส์ วิตตองแปรเปลี่ยนจากขนด้วยรถม้าและรถไฟ สู่การเก็บสัมภาระบนอากาศ เป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนรูปแบบกระเป๋าเดินทาง ซึ่งลวดลายโมโนแกรมของหลุยส์ วิตตองก็ยังคงรักษาความโดดเด่นและมีสถานะพิเศษในตัวเองอยู่เสมอ

     หลังจากการเดินทางรูปแบบต่างๆ ลายโมโนแกรมก็ซึมซับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน กระเป๋ารูปแบบต่างๆ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้จากเมซงได้รับความนิยมขึ้นมากตั้งแต่ช่วงยุค 1960s เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าถือ และกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Speedy ก็ได้รับความนิยมพร้อมกับลวดลายโมโนแกรมมาจนถึงตอนนี้ และยิ่งทวีความนิยมขึ้นอีกครั้งหลัง Pharrell Williams เนรมิตความสดใหม่มอบชีวิตให้กับกระเป๋าใบเด่นนี้มีที่ยืนอย่างมั่นคงในโลกแฟชั่นสมัยใหม่ เช่นเดียวกับ Nicolas Ghesquière กับการเนรมิตโลกแห่งหลุยส์ วิตตองในแบบฉบับแฟชั่นแห่งศิลปะ เขานำเสนอลวดลายโมโนแกรมทั้งแบบดั้งเดิมและมีการปรับโฉมบางรายละเอียดสานต่อความสำเร็จในแบบที่ไม่ต้องลบล้างมนต์เสน่ห์แบบดั้งเดิมเลยแม้แต่น้อย
 

     นอกจากดีไซเนอร์ปัจจุบันของเมซงทั้งฝั่งชายและหญิง หลุยส์ วิตตองยังเคยสรรสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจกับวิถีการออกแบบของดีไซเนอร์ระดับแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น Marc Jacobs ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่และนำเสนอนิยามความเก๋มีสไตล์ไปพร้อมกับลวดลายโมโนแกรม ไม่ว่าจะเป็นลวดลายแบบคลาสสิกไปจนถึงความหวือหวาที่นำลายโมโนแกรมมาสรรสร้างใหม่ในชนิดที่สาวกแฟชั่นอาจไม่เชื่อสายตา นอกจากนี้ยังมี Virgil Abloh ที่นำเสนอผลงานแฟชั่นผู้ชายไปพร้อมกับควาอมตะเหนือกาลเวลาของลวดลายโมโนแกรมจากเมซงหลุยส์ วิตตอง
 

     ปิดท้ายเรื่องราวความสำเร็จของหลุยส์ วิตตองกับลวดลายโมโนแกรมด้วยเสน่ห์ของความลื่นไหล เพราะลวดลายโมโนแกรมประจำเมซงสามารถปรับเปลี่ยน เพิ่มรายละเอียด หรือรื้อสร้างใหม่ได้อย่างน่าสนใจ การจับมือร่วมกับศิลปินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Takashi Murakami และ Yayoi Kusama ศิลปินระดับพระกาฬจากแดนทิตย์อุทัย หรือจะเป็นการเฉลิมฉลอง 160 ของเมซงที่ดึง Karl Lagerfeld, Frank Gehry, Cindy Sherman, Marc Newson, Christian Louboutin และ Rei Kawakubo มาสรรสร้างผลงานศิลปะผสานเข้ากับลวดลายโมโนแกรมจนเป็นตำนานของโลกแฟชั่น วันนี้หลุยส์ วิตตองกำลังจะเฉลิมฉลอง 130 ปีของลวดลานในตำนาน ทางเมซงจึงเผยเซ็ตภาพจากคลังเก่าเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้แฟนๆ ทุกคนได้รับรู้ว่านี่คือเส้นทางประวัติศาสตร์อันนำมาสู่ความยิ่งใหญ่ของเมซงและลวดลายสัญลักษณ์ตลอดกาล สามารถชมภาพอาร์ไคฟ์จากหลุยส์ วิตตองที่เชื่อมโยงกับลวดลายโมโนแกรมได้แล้วที่ด้านล่าง

ภาพ : Courtesy of Louis Vuitton