ในวาระครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram สัญลักษณ์อันเป็นหัวใจของ Louis Vuitton เมซงไม่ได้หวนกลับไปมองอดีตเพียงเพื่อรำลึก หากเลือกขับเคลื่อนตำนานให้ก้าวต่อไป ผ่านคอลเล็กชั่นแคปซูลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 ไลน์ ได้แก่ Monogram Origine, VNN และ Time Trunk ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดบทสนทนาอันงดงามระหว่างมรดกดั้งเดิมและนวัตกรรมร่วมสมัย ตั้งแต่บทกวีของผืนแคนวาส ความบริสุทธิ์ของหนังธรรมชาติ ไปจนถึงวิสัยทัศน์แห่งศิลปะการทำหีบเดินทาง เมื่อรวมเป็นหนึ่ง ทั้งสามคอลเล็กชั่นสะท้อนแก่นแท้ที่มีชีวิตของ Louis Vuitton พื้นที่ซึ่งงานช่างชั้นสูง (savoir-faire) ความงาม และดีไซน์เหนือกาลเวลาเดินทางเคียงคู่กันมาโดยไม่เคยหยุดนิ่ง
Monogram Icon
สัญลักษณ์แห่งความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลาของ Louis Vuitton ลวดลาย Monogram ที่ประกอบด้วยอักษรย่อ LV พร้อมดอกไม้สี่แฉกและเรขาคณิต ที่ถูกออกแบบอย่างประณีตจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่จดจำได้ทันที ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1896 และยังคงขึ้นแท่นไอเท็มซิกเนเจอร์ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน โดย Monogram Icon ไม่เพียงสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ แต่ฉายภาพความหรูหรา รสนิยม และงานฝีมือระดับสูง ทั้งยังสะท้อนการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
Monogram Origine: A Heritage Reimagined Leather goods
การคารวะจุดกำเนิดของ Louis Vuitton และจิตวิญญาณแห่งการเดินทางในยุคแรก ผืนแคนวาสเคลือบแบบใหม่ถูกพัฒนาขึ้นให้แข็งแรงเหนือกาลเวลา พร้อมสัมผัสที่นุ่มและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ถ่ายทอดลายโมโนแกรมผ่านการผสานสีสัน ฝีมือช่าง และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างประณีต ด้วยแรงบันดาลใจสำคัญจากสมุดทะเบียนลูกค้าปี 1908 ซึ่งบันทึกหมายเลขกุญแจของลูกค้าแต่ละราย สะท้อนแนวคิดเรื่องความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล อันเป็นรากฐานของเมซงตั้งแต่เริ่มต้น
แคนวาสที่ผสมผสานผ้าลินินและผ้าฝ้าย โดดเด่นด้วยเฉดประวัติศาสตร์ Ebène เสริมด้วยพาสเทลอ่อน 4 สี ได้แก่ Lin (สีครีม), Vert Asnières (สีเขียว), Rose Ruban (สีชมพู) และ Bleu Courrier (สีฟ้า) รวมกันเป็นเอฟเฟ็กต์สีรุ้งอันละมุน พื้นผิวเคลือบเงานุ่มคล้ายเรซิ่น ผสานความอบอุ่นของมรดกดั้งเดิมเข้ากับความเบาและแข็งแรงแบบสมัยใหม่ กระเป๋าทุกใบมาพร้อมแท็กชื่อสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ใช้ใส่การ์ดได้ พร้อมงานปั๊มร้อนลายเซ็นต์จริงของ Louis Vuitton จากสิทธิบัตรหีบ Flat Trunk ปี 1867 เชื่อมโยงโดยตรงกับนวัตกรรมยุคบุกเบิกของเมซง

Fragrance
นอกจากนี้ ลายโมโนแกรมยังถูกนำมาตีความใหม่บนขวดน้ำหอมด้วยลูกเล่นของสีสันที่สดใสแต่เปี่ยมด้วยความประณีต โดยยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเมซงไว้อย่างครบถ้วน ผ่านน้ำหอม Imagination ในเฉด Lin, Attrape-rêves ในโทน Rose Ruban และ eLVes ในเฉด Bleu Courrier พร้อมเสริมความสมบูรณ์ให้กับคอลเล็กชั่นด้วยเคสเดินทาง 2 รุ่นใหม่ในสี Rose Ruban และ Bleu Courrier ที่ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานจริงเข้ากับความสง่างามอันเป็นซิกเนเจอร์ของ Louis Vuitton ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Monogram Origine ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นคืนอดีต หากแต่เป็นการเฉลิมฉลองบทสนทนาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ซึ่งสีสัน งานช่างชั้นสูง และความทรงจำหลอมรวมกันเป็นบทใหม่ของตำนานโมโนแกรม

VNN: The Art of Natural Leather
คอลเล็กชั่น VNN (Vache Végétable Naturelle) คือการยกย่องหนังวัวฟอกฝาดสีอ่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุอันทรงคุณค่าที่สุดของ Louis Vuitton มาตั้งแต่ปี 1880 หนังธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งนี้เผยความงามผ่านพาทินาที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สะท้อนความซื่อตรง ความแท้จริง และ savoir-faire ของเมซงอย่างลึกซึ้ง โดยทุกชิ้นงานถูกรังสรรค์ด้วยความประณีต เพื่อคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนัง สัมผัสนุ่มแต่แข็งแรง ถ่ายทอดประสบการณ์หรูหราทางประสาทสัมผัส VNN นำรูปทรงไอคอนิกของเมซงมาตีความใหม่ในเวอร์ชั่นที่นุ่มนวลและสง่างาม เสริมด้วยรายละเอียดซิกเนเจอร์อย่างแท็กชื่อโมโนแกรมแบบถอดได้ และซับในผ้าแจ็กการ์ด สำหรับนักสะสม นี่คือผลงานที่งดงามยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เป็นสัญลักษณ์มีชีวิตของความเรียบง่ายอันสูงส่ง

Time Trunk: A Dialogue Across Time
การแปรเปลี่ยนมรดกแห่งหีบแข็งของ Louis Vuitton ให้กลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัย เปิดตัวครั้งแรกในแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าสตรีฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2018 และถูกนำกลับมาตีความใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 เพื่อเฉลิมฉลอง 10 ปีของ 'Nicolas Ghesquière' ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ด้วยเทคนิค trompe-l’oeil อันสมจริง พื้นผิวหีบโบราณจากคลังอาร์ไคฟ์ถูกถ่ายทอดลงบนแคนวาสผ่านการพิมพ์ความละเอียดสูง เผยรายละเอียดของพาทินา มุมโลหะ และหมุดย้ำอย่างแม่นยำ ทุกใบมาพร้อมแท็กหนังสลักชื่อรุ่นและวันที่สร้าง โดยอักษรย่อของกระเป๋าถูกซ่อนอย่างแนบเนียนในลายพิมพ์ ส่งให้ Time Trunk คือการรวมศตวรรษแห่งนวัตกรรมไว้ในหนึ่งการแสดงออก ทั้งชวนหวนคิดถึงอดีตและล้ำสู่อนาคต เปลี่ยนประวัติศาสตร์การเดินทางของ Louis Vuitton ให้กลายเป็นภาพลวงตาแห่งกาลเวลา ที่ซึ่งอดีตและปัจจุบันมาบรรจบกันผ่านฝีมืองานช่าง ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ

ฤดูหนาวนี้ Louis Vuitton ชวนไปลิ้มรสเมนูใหม่สุดเอ็กคลูซีฟ ณ Le Cafe Louis Vuitton

เปิดหนังสือ Louis Vuitton ท่องโลกแห่งความสร้างสรรค์และนวัตกรรมของเมซงนานกว่าศตวรรษ

LV Diamonds จิวเวลรีใหม่จาก Louis Vuitton กับเพชรทรงใหม่ 'LV Monogram Star' เปี่ยมเอกลักษณ์!


















