TREATMENTS

5 วิธีลดเหนียง ไขมันสะสมใต้คาง คืนหน้าเรียว ผิวคอยกกระชับ

คืนใบหน้าเรียวสวยด้วยวิธีลดเหนียงที่มีทั้งท่าบริหารไปจนถึงวิธีเทคนิคทางการแพทย์

     เหนียง (Double Chin) คือชั้นไขมันสะสมใต้คางและคอทำให้เห็นเป็นคางสองชั้น ซึ่งการเกิดเหนียงนั้นมีหลายปัจจัยโดยอย่างแรกคือ ‘พันธุกรรม’ เพราะโอกาสการเกิดเหนียงมีได้สูงหากสมาชิกในครอบครัวมีเหนียงด้วยเช่นกัน ส่วน ‘น้ำหนักที่มากขึ้น’ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการสร้างชั้นไขมันส่วนเกินบริเวณคางและลำคอ นอกจากนี้ ‘อายุที่มากขึ้น’ ทำให้ผิสูญเสียความยืดหยุ่น บริเวณที่เคยตึงกระชับจะหย่อนคล้อยลงจึงทำให้คางและคอมีลักษณะเป็นชั้นขึ้นมา

     อาจกล่าวได้ว่าเหนียงเป็นส่วนเกินของใบหน้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเพราะจะทำให้ดูอ้วนและมีอายุเกินกว่าความเป็นจริง แต่ก็มีทางแก้ปัญหาอันน่ารำคาญนี้ได้ด้วยตัวเองและเทคนิคทางการแพทย์อย่างที่วันนี้โว้กบิวตี้ได้นำมาฝากทุกคน พร้อมช่วยคืนใบหน้าเรียวสวยกลับมาอีกครั้ง

ภาพ: SistaCafe

1. โยคะหน้า

โยคะหน้า เป็นวิธีออกกำลังกายใบหน้าที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยกระชับผิว และลดชั้นไขมันส่วนเกินรอบคอและคาง ซึ่งท่าโยคะหน้าที่ช่วยลดเหนียงมีด้วยกัน 5 ท่า ได้แก่

  • ก้มและเงย: ตั้งศีรษะให้ตรงแล้วเงยหน้าไปข้างหลังจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 5 วินาที แล้วจึงค่อยกลับมาก้มหน้าให้คางชิดลำคอ ค้างไว้ 5 วินาที ทำอย่างนี้สลับไปมา 8 รอบ นับเป็น 1 เซ็ต ทำวันละ 1 เซ็ต
  • ยื่นคาง: ตั้งศีรษะให้ตรง แล้วยื่นคางไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุดจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 5 วินาที ทำติดกันทั้งหมด 8 รอบ
  • จูบเพดาน: เงยหน้ามองเพดาน แล้วยื่นปากจู๋เหมือนจูบเพดาน จนรู้สึกเกร็งทั้งคอและกราม ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำอย่างนี้วันละ 3 รอบ
  • ปากจู๋: นั่งศีรษะตรง อ้าปากให้กว้างที่สุด จากนั้นพยายามทำปากจู๋ขณะที่กำลังอ้าปาก ค้างไว้สัก 10-15 วินาที ทำวันละ 3 รอบ
  • หมุนคอ: นั่งหรือยืนให้มั่นคง หมุนคอเป็นวงกลมไปทางขวาช้าๆ 3-5 รอบ จากนั้นทำเหมือนเดิมแต่หมุนไปทางซ้าย 3-5 รอบ ทำแบบนี้สัก 3 เซ็ตต่อวัน

 

 

2. ลดน้ำหนัก

     เพราะน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดเหนียง ดังนั้นการลดน้ำหนักส่วนเกินจึงเป็นหนทางที่จะกำจัดเหนียงไปออกได้ วิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักคือการกินอาหารเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แนวทางการกินเพื่อสุขภาพ:

  • กินผักและผลไม้ให้มากขึ้นต่อวัน
  • แทนที่เมล็ดพืชที่ขัดแล้วด้วยธัญพืชไม่ขัดสี
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • กินโปรตีนไร้มัน เช่น ไก่ และปลา
  • กินไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่ว
  • กินผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
  • ควบคุมแคลอรี่ให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที / สัปดาห์

 



WATCH



ภาพ: Antara News

3. ศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด

     หากเหนียงเกิดจากพันธุกรรม การออกกำลังกายอาจช่วยให้ผิวกระชับขึ้นได้ แต่การลดน้ำหนักอาจยังไม่เห็นผล ในกรณีนี้อาจต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วย เช่น

  • Coolsculpting: การกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ด้วยการนำความเย็นระดับลบ 11 องศา ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน เซลล์ไขมันจะค่อยๆ ตายไป และแปรเปลี่ยนเป็นของเสียเข้าสู่ระบบน้ำเหลือง เป็นกระบวนการ Non-invasive จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผล
  • Mesotherapy: เมโสแฟตเหนียง คือการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันเข้าไปบริเวณเหนียง ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน ทำให้เหนียงลดลง ผิวกระชับ และใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเห็นผล

 

 

4. เลเซอร์

     การรักษาด้วยเลเซอร์เป็นกระบวนการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่จะใช้เลเซอร์ยิงเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อสลายเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง ข้อดีของการเลเซอร์คือเจ็บน้อย ระหว่างทำใช้เพียงยาชาเฉพาะบริเวณ และใช้เวลาไม่นานในการทำ

 

 

ภาพ: Kapook

5. ดูดไขมัน

     วิธีลดเหนียงที่เห็นผลลัพธ์รวดเร็วทันใจที่สุดคือการดูดไขมัน เพราะเป็นการกำจัดเหนียงได้อย่างตรงจุดและเห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ ขั้นตอนการทำจะใช้ยาชาเฉพาะที่และใช้เวลาประมาณ 1 ชม. หลังทำเสร็จอาจมีอาการบวมและช้ำ แต่ร่างกายจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว 

 

 

     ข้อแนะนำสำหรับคนที่ต้องการลดเหนียง ควรลองใช้วิธีลดเหนียงที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองก่อน อย่างการไดเอต หรือทำท่าบริหารต่างๆ แต่ถ้าหากยังไม่เห็นผล ค่อยเลือกวิธีที่ต้องอาศัยเทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วยเป็นลำดับถัดไป

 

WATCH