Vogue Thailand

LIFESTYLE

VOGUE LIVING | ‘Rachel Brosnahan’ กับการรีโนเวตอะพาร์ตเมนต์คลาสสิกในแมนแฮตตัน

นักแสดงมือรางวัล ‘Rachel Brosnahan’ ขอให้มัณฑนากร ‘Zoë Feldman’ มาเติมชีวิตใหม่ให้อะพาร์ตเมนต์สุดภูมิฐานในแมนแฮตตันที่สร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลก

28 มิถุนายน 2569

ช่างภาพ: Pernille Loof

สไตลิสต์: Dorcia Kelley

เรื่อง: Lola Ogunnaike

แปลและเรียบเรียง: วิริยา สังขนิยม

     ทุกอย่างเริ่มต้นจากข้อความหลังไมค์ในอินสตาแกรม เรเชล บรอสนาแฮน นักแสดงเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ผู้โด่งดังจากซีรี่ส์ขวัญใจนักวิจารณ์ The Marvelous Mrs. Maisel ก่อนมารับบท Lois Lane ใน Superman ที่ออกฉายในปีนี้ (แล้วก็จะกลับมารับบทเดิมในภาคต่อที่ผู้สร้างวางไว้ว่าจะออกฉายปี 2027) และตอนนี้กำลังถ่ายทำซีซั่น 2 ของซีรี่ส์ Presumed Innocent ที่ชมได้ใน Apple TV “เธอโผล่มาใน DM ของฉัน” มัณฑนากรโซอี้ เฟลด์แมนเล่ากลั้วหัวเราะถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น “ฉันนึกว่าโดนหลอกเล่นเสียแล้ว” แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เรเชลตั้งใจจริงจังว่าจะร่วมงานกับนักออกแบบคนนี้หลังจากค้นพบเธอในช่วงล็อกดาวน์ “ฉันติดตามแอ็กเคานต์เกี่ยวกับการปรับปรุงบ้านและงานออกแบบเยอะมากเพื่อจะได้หยุดเลื่อนดูแต่เรื่องลบๆ” เรเชลเล่าบ้าง “ฉันกำลังทำมู้ดบอร์ดอะพาร์ตเมนต์ในฝันของเราอยู่ ระหว่างที่สะสมรูปก็ฉุกใจขึ้นมาว่าเป็นรูปจากโซอี้เสียเยอะ”

     เรเชลย้ายมานิวยอร์กเพื่อเข้าเรียนที่ NYU และต่อมาก็ตัดสินใจปักหลักอยู่เมืองนี้ ส่วนสามีของเธอ Jason Ralph ซึ่งเป็นนักแสดงเหมือนกันนั้นเติบโตที่เท็กซัส ทั้งสองมาพบอะพาร์ตเมนต์แบบ Classic Six ในอาคารที่สร้างก่อนสงครามโลกในแมนแฮตตัน ซึ่งต่างกันคนละขั้วกับอะพาร์ตเมนต์สองชั้นแนวอินดัสเตรียลที่ทั้งสองอาศัยอยู่ในขณะนั้น สองสามีภรรยารู้ทันทีว่านี่แหละอะพาร์ตเมนต์ในฝัน แม้ว่าจะต้องปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยก็ตาม “เราเดินดูยังไม่ทันจะทั่วก็หลงรักไปหมดแล้วทั้งใจ แบบรู้เลยว่านี่แหละอะพาร์ตเมนต์ของเรา” เรเชลเล่า “พูดไปก็จะว่าเหลวไหล แต่พลังงานในพื้นที่นี้ แสง และความรู้สึกที่เราได้รับ มันมีอะไรบางอย่าง เราเลยตัดสินใจซื้อเกือบจะทันที”

 

 

Article

     โซอี้ตั้งใจจะรักษาเสน่ห์แบบนิวยอร์กสมัยก่อนเอาไว้แต่ก็อยากเสริมรายละเอียดร่วมสมัยเข้าไปด้วย เริ่มจากโซฟาเซ็กชันนัลขนาดยักษ์รูปตัว U สีดินเผาในห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นความเสี่ยงในแง่ดีไซน์ที่ทำให้สองสามีภรรยารู้สึกสองจิตสองใจในตอนแรก แต่ที่ลังเลไม่ได้เป็นเพราะขนาดแต่อย่างใด เรเชลบอกว่า “โซฟาตัวโตนั่งสบายเป็นของที่เราอยากได้อยู่แล้ว มันเป็นเงื่อนไขที่ต่อรองไม่ได้ข้อหนึ่งสำหรับเรา” แต่สิ่งที่ทำให้เธอกับเจสันใจไม่ค่อยดีก็คือสี “สิ่งแรกๆ ที่คุณจะเห็นเวลาเดินเข้ามาในอะพาร์ตเมนต์ก็คือโซฟายักษ์สีชมพู มันมีสิทธิ์จะออกมาแย่มากๆ” เรเชลบอก “สีต้องเป็นเฉดที่ใช่เท่านั้น โชคดีที่เราหาจนเจอ”

     อาร์มแชร์แบบฝรั่งเศสงานวินเทจสองตัวที่ตั้งขนาบเตาผิงนั้นได้มาจากเมืองแซนตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก เมืองที่เรเชลกับเจสันไปเยือนบ่อยๆ เก้าอี้สองตัวนี้เดิมหุ้มผ้าลายทางสีแดงและผ่านการใช้งานมานานจนผ้าแทบจะยุ่ย จึงนำมาหุ้มใหม่ด้วยผ้าไหมสีครีมสลับดำเด่นสะดุดตา “เรเชลปลื้มลายทางมาก” โซอี้บอก “ดังนั้นคุณจะเห็นลายทางแบบต่างๆ อยู่ทั่วไปหมด”

 

 

Article

     ก็จริงอย่างที่เธอว่า ลายทางสารพัดแบบมีให้เห็นทั้งในซุ้มผนังแสนสบาย ในห้องนอนแขก บนแจกัน บนหัวเตียง และบนเก้าอี้ยาว เตียงในห้องนอนใหญ่กับสตูลคู่ตรงปลายเตียงนั้นหุ้มผ้าลายทางเข้าชุดกันจาก Bennison ส่วนวัสดุปิดผนังริมทางเดินสุดภูมิฐานก็ลายทางอีกเช่นกันแต่ว่าได้มาจาก Lee Jofa “พื้นที่ใดก็ตามที่ออกไปทางคลาสสิกมากหน่อย พอใส่ลายทางเข้าไปก็จะดูใหม่และทันสมัยขึ้นทันที” เรเชลอธิบาย “ความสมดุลแบบนั้นมีเสน่ห์ดีค่ะ”

     สีเขียวก็ได้พื้นที่อวดความเด่นเช่นกัน การเสาะหาเฉดสีเขียวที่ลงตัวสำหรับห้องครัวแบบแกลลีย์ต้องใช้เวลาหลายเดือน ก่อนจะมาลงเอยที่สี Bancha จาก Farrow & Ball “เรามองๆ สีเขียวไพรบางเฉดไว้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าไวบ์มันยังไม่ใช่ สีนี้ให้ความรู้สึกเฟี้ยวขึ้นหน่อย” โซอี้เล่า “ถ้าเป็นสีเขียวไพรหรือเขียวหัวเป็ด ความรู้สึกจะเป็นแนว ‘คันทรี่คลับ’ มากกว่า ซึ่งสองคนนี้ไม่ใช่แนวนั้น”

 

 

Article

     ห้องน้ำแขกห้องหนึ่งซึ่งโซอี้เรียกว่า “ห้องน้ำเล็กที่สุดในอเมริกา” ตกแต่งแบบจัดเต็ม ผนังทุกด้านกรุวอลเปเปอร์ลายดอกสุดวิจิตรจาก House of Hackney และจัดวางรางวัลด้านการแสดงที่เรเชลไปคว้ามาจากหลายเวที ไว้ให้ความสำราญแก่แขกที่อาจจะอยากลองถือลูกโลกทองคำเวลาอยู่ตามลำพัง เรเชลบอกว่า “เราพบว่าหลายคนสนุกกันใหญ่ที่ได้เล่นกับรางวัลพวกนี้ แล้วกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลหน้ากระจก” เธอยังบอกด้วยว่านอกจากรางวัลที่เปล่งประกายของเธอแล้วยังมีถ้วยเบสบอล Little League ของเจสันวางอยู่ด้วย “เราไม่อยากจริงจังกับของพวกนี้มากเกินไป แม้จะรู้สึกขอบคุณที่ได้มันมาก็ตาม”

     ผลงานของศิลปินกว่า 20 คนแขวนประดับอยู่เต็มพื้นที่ รวมทั้งของ Salvador Dali, Ilaria Rosselli Del Turco, Yusuke Okada, Timothy Mendonça และ Moya Aiken “ในฐานะคนมีโชคที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางศิลปินชั้นเยี่ยมที่เผยให้เราเห็นโลกที่มีสีสันมาค่อนข้างจะมาก เราอยากให้อะพาร์ตเมนต์ของเราสะท้อนถึงตรงนี้” เรเชลบอก “เราอยากให้อะพาร์ตเมนต์นี้เต็มไปด้วยงานศิลปะที่เรารักและศิลปินที่เราชื่นชม”

 

 

Article

     Resting in the Valley ภาพเขียนฝีมือศิลปินชื่อดัง Lauren Pearce (ซึ่งเผอิญเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจสัน) แขวนอยู่ในห้องอ่านหนังสือ “ฉันอึ้งและทึ่งกับรูปนี้” เรเชลเผยความรู้สึกก่อนจะบอกต่ออีกว่า “เธอเก่งมากจริงๆ ฉันรู้สึกชื่นใจและมีอภิสิทธิ์ที่ได้เห็นผลงานของเธอดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาในช่วง 10 ปีหลังนี้”

     ผลงานของ Don Buchta อดีตเพื่อนบ้านสมัยที่ครอบครัวของเรเชลยังอยู่ที่วิสคอนซินก็มีให้เห็นทั่วอะพาร์ตเมนต์ “ตั้งแต่ฉันเกิดเขาก็เริ่มส่งรูปมาให้ปีละ 2 ครั้งทุกปีเลย รูปมีกระดาษสีน้ำตาลห่อหุ้มและใส่มาในกล่องซิการ์ยี่ห้อ Dutch Masters เกือบทุกครั้ง” เรเชลผู้เป็นเจ้าของผลงานของดอนเกือบ 55 ชิ้นพูดถึงที่มาของงานศิลปะเหล่านี้ “ฉันซึ้งใจมากกับความมุ่งมั่นของเขาที่จะส่งมาให้ เขาเป็นเหมือนเทวดาประจำตัวสายศิลปะของฉันเลยค่ะ”

 

 

Article

     แม้โครงการปรับปรุงอะพาร์ตเมนต์จะใช้เวลาเกือบ 3 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์เพราะเจ้าของบ้านตารางแน่นกันทั้งคู่ แต่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกินกว่าคำว่าคุ้มค่ากับการรอคอย “ฉันย้ายบ้านมา 11 ครั้ง ในเวลา 10 ปี และชีวิตของเราสองคนก็หมดไปกับการเดินทางเยอะมาก สำหรับพื้นที่นี้เรามองหาอะไรที่รู้สึกเหมือนบ้านจริงๆ เป็นที่ที่เราไม่อยากจากไปไหน ที่ที่บุคคลที่เรารักสามารถมาใช้เวลาร่วมกับเราได้” เรเชลบอก “เราอยากได้พื้นที่ที่รู้สึกเหมือนกับว่าเราสามารถลงหลักปักฐานได้เป็นครั้งแรก”

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE LIVING | ‘Mandy Moore’ เปิดบ้าน Spanish Colonial Revival ใน Altadena ที่สร้างขึ้นจากความรัก ได้ที่นี่)