Vogue Thailand

LIFESTYLE

VOGUE LIVING | Single Minded การแต่งบ้านแบบจับนั่นผสมนี่ของ Romanos Brihi

หลังจากตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะแปลงโฉมอะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนในตึกแถวสไตล์วิกตอเรียให้เป็นบ้านหนึ่งห้องนอนสำหรับตัวเอง Romanos Brihi ผู้เป็นทั้งมัณฑนากรและนักสะสมงานศิลปะก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากบ้านที่ปรับผังภายในจนโอ่โถง

25 เมษายน 2569

ช่างภาพ: Michael Sinclair
เรื่อง: Marco Mansi
แปลและเรียบเรียง: วิริยา สังขนิยม


     Serendipity ซึ่งบางทีก็เรียกกันว่าความบังเอิญที่มาในรูปพรหมลิขิต เป็นคำที่เข้ากันได้ดีกับมัณฑนากร Romanos Brihi กับบ้านในลอนดอนที่เปี่ยมไปด้วยคาแร็กเตอร์ของเขา โรมาโนสซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Studio Vero ร่วมกับ Venetia Rudebeck มาเจอบ้านนี้ครั้งแรกในปี 2006 และยังจำได้อย่างชัดเจนว่า “ตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ผมสะดุดทันทีเลยครับกับดอกเชอร์รี่ที่บานสะพรั่งทั่วไปหมด” เขาเล่าความประทับใจ “ช่วงเวลานั้นในย่านถนนไม่กี่สายแถวนี้มีมนตร์ขลังมาก และความรู้สึกของการมาถึงที่ผมได้สัมผัสในตอนนั้นก็ตราตรึงอยู่ในใจเรื่อยมา”

     แฟลตสองชั้นของโรมาโนสอยู่บนชั้นหนึ่งและชั้นกึ่งใต้ดินของตึกแถวแบบวิกตอเรียเทอร์เรซหลังงามย่านเคนซิงตัน ที่เขียวขจีด้วยแมกไม้ สัดส่วนและรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรมอันวิจิตรของแฟลตดึงดูดโรมาโนสในทันที สวนหลังบ้านก็เช่นกัน แต่เขาก็ต้องปล่อยให้มันหลุดมือไปเพราะราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับเขาในตอนนั้น เจ้าของจึงปล่อยเช่าแทน

 

 

Article

      สี่ปีต่อมาโชคชะตามาทักทายอีกครั้ง และครั้งนี้โรมาโนสขานรับอย่างไม่ลังเล “พออะพาร์ตเมนต์นี้กลับมาประกาศขายอีกครั้งผมก็ซื้อไว้ทันที” แต่สิ่งที่ได้พบนั้นห่างไกลจากภาพในอุดมคติมาก “แฟลตทั้งหลังสภาพน่าเศร้านิดหนึ่งครับ” เขาเล่า “ชั้นล่างแบ่งซอยเป็นห้องเล็กห้องน้อย เพดานต่ำ สวนก็ค่อนข้างรก แถมยังเข้าได้ทางเดียว คือต้องเดินทะลุห้องนอนเข้าไป”

     การปรับปรุงอะพาร์ตเมนต์ไม่ใช่งานเล็กๆ ต้องลดจำนวนห้องนอนจากสามห้องเหลือห้องเดียวเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ให้กว้างขวางขึ้น พร้อมกับขยายพื้นที่ภายในบ้านโดยไม่ให้กระทบต่อบูรณภาพของอาคาร โรมาโนสเล่าว่า “ผมไม่อยากต่อห้องกระจกสี่เหลี่ยมแบบร่วมสมัยออกไปด้านหลัง” เขาเลือกทำบันไดแบบยื่นจากผนังและขุดชั้นกึ่งใต้ดินลงไปเพื่อเพิ่มความสูงของเพดานแล้วปรับเปลี่ยนพื้นที่ด้วยการทำห้องครัวที่เป็นห้องรับประทานอาหารในตัวไว้ด้านหลังของบ้าน และทำห้องนอนไว้ด้านหน้า ส่วนชั้นบนตอนนี้มีห้องนั่งเล่นด้านหน้าหนึ่งห้องและด้านหลังอีกหนึ่งห้อง

 

 

Article

     หลังจากใช้เวลาปรับปรุงอยู่หนึ่งปีก็ถึงเวลาย้ายเข้า และวันนั้นก็สร้างความประทับใจขั้นสุดให้กับเจ้าของบ้าน “ตอนนั้นเป็นเดือนธันวา หิมะตกหนัก ลอนดอนเกือบจะนิ่งสนิททั้งเมือง” โรมาโนสเล่า “แล้วก็ตามประสาผมนะครับ นอกจากจะย้ายเข้าตอนเช้าวันนั้นแล้วผมยังจัดปาร์ตี้ดื่มฉลองคริสต์มาสตอนค่ำอีก” เขาย้ายของเข้าบ้านเสร็จจนได้ แถมยังมีเวลาเหลือพอที่จะจัดวางเครื่องดื่มค็อกเทลและของกินเล่นไว้ให้แขก งานเลี้ยงในค่ำคืนนั้นวิเศษมาก เพื่อนๆ มากันเยอะเกินคาด เพราะเที่ยวบินถูกยกเลิก จึงต้องอยู่ลอนดอนกันต่อ

     ความรู้สึกว่าเป็นไปเองตามสัญชาตญาณยังครอบคลุมไปถึงการตกแต่งบ้านด้วยงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ในแบบจับนั่นผสมนี่ สะท้อนพฤติกรรมการสะสมแบบหยุดไม่ได้และเท่าไรก็ไม่พอที่เติบโตงอกงามจากเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปลูกไว้ตั้งแต่เด็กชายโรมาโนสติดตามพ่อแม่ไปตะลุยตลาด Portobello Road และงาน Grosvenor House Antiques แล้วมาผ่านการลับคมที่ปารีส ช่วงที่เขาอายุ 20 ต้นๆ ซึ่งวันหยุดสุดสัปดาห์ของเขาหมดไปกับการตามเก็บงานหรูๆ จากกรุของคฤหาสน์หัวเมือง เอามาจับคู่ผสมผสานกับข้าวของที่ได้จากตลาดและร้านขายของมือสองในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยให้การตามหาของเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย

 

 

Article

      รสนิยมของโรมาโนสเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตามวันเวลา แต่ยังคงเป็นไปตามสัญชาตญาณของเจ้าตัวอยู่นั่นเอง “ผมว่าคอลเล็กชั่นของผมถ้าดูจากการจัดแสดงจะเหมือนผ่านการคัดสรรมาเยอะพอดู แต่ที่จริงมันเป็นไปตามสัญชาตญาณมากกว่า” เขาว่า “นอกจากชิ้นใหญ่ๆ แล้วผมยังสนใจของเล็กๆ อย่างหนังสือเก่าด้วย ผมมีหนังสือของ Virginia Woolf และนิยายชุด เจมส์ บอนด์ ของ Ian Fleming ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยครับ”

     ชั้นบนและชั้นล่างของแฟลตสื่อถึงจิตวิญญาณที่แตกต่างทว่าไปด้วยกันได้ ชั้นบนเพดานสูงและกว้างขวาง เหมาะกับการตกแต่งแบบภูมิฐานแต่ไม่เป็นทางการเสียทีเดียว ห้องนั่งเล่นด้านหน้าตกแต่งด้วยโซฟาสั่งทำพิเศษหุ้มด้วยผ้าจาก Adam Bray ภาพเขียนที่แขวนเต็มผนังทำหน้าที่เป็นกรอบของห้องและยังสะท้อนความหลงใหลส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะฝีมือ David Hockney และ Raoul Dufy หรือผลงานของ Celina Teague เพื่อนของเขา ภาพภูมิทัศน์ที่ดูลึกลับจากฝีแปรงของ Gary Bunt แขวนเด่นอยู่เหนือชั้นวางของเหนือเตาผิง “บางคนมองว่างานของเขาดูหม่นทึม แต่ผมว่ามันมีความดราม่าและทรงพลัง โดยเฉพาะเมื่อมาอยู่ในที่นี้”

 

 

Article

      จากห้องนั่งเล่นด้านหลังมองออกไปจะเห็นสวนหลังบ้าน ภายในห้องตกแต่งด้วยงานศิลปะอีกเช่นกัน เหนือประตูแขวนภาพพิมพ์หินฝีมือ Matisse และยังมีผลงานของ Le Corbusier ซึ่งมีคุณค่าทางใจเป็นพิเศษสำหรับโรมาโนสอยู่ในห้องนี้ด้วย “สมัยผมกำลังโต ครอบครัวเรามีบ้านอยู่ทางใต้ของฝรั่งเศส ไม่ไกลจากกระท่อมของเขา และผมก็ปลื้มเขามาตลอด ภาพพิมพ์พวกนี้พ่อกับแม่มอบให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดครบ 40”

     ห้องครัวที่กว้างขวางและจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นส่วนรับประทานอาหารนั้นทำงานหนักไม่แพ้ครัวของ Martha Stewart เลยทีเดียว แม้โรมาโนสจะบอกว่าเขาไม่ใช่สาวกของเจ้าแม่การเรือนผู้นี้ก็ตาม เขาเล่าว่า “ผมมีภาพในใจมาตั้งแต่แรกว่าจะทำห้องครัวกว้างๆ มีประตูเปิดออกไปที่สวน แต่จนวันนี้ผมก็ยังทำอาหารไม่เก่งนะครับ” แทนที่จะใช้โต๊ะใหญ่ในห้องครัวเป็นที่จัดเลี้ยงเนื้ออบวันอาทิตย์ เขาก็ใช้มันเป็นโต๊ะทำงาน บนโต๊ะเต็มไปด้วยข้าวของแปลกๆ และหนังสือเป็นตั้งๆ เจ้าของบ้านบอกว่า “ได้นั่งมองความเขียวชอุ่ม มีของเหล่านี้อยู่รอบตัว สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างเหลือเชื่อครับ”

 

 

Article

     สวนหลังบ้านทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายตามธรรมชาติของตัวบ้านและได้รับการปรับเปลี่ยนผังใหม่ให้รองรับการเอนเตอร์เทนแขก “พอขุดตัวบ้านให้ลึกลงเพื่อเพิ่มความสูงให้ชั้นกึ่งใต้ดินแล้วมาขุดบริเวณสวนให้ลึกเท่ากัน ผมก็ทำม้าหินให้พอดีกับพื้นที่ได้ ซึ่งวิเศษมาก แขกนั่งได้ 20 คนสบายๆ เลยครับ”

     ห้องนอนคือที่เก็บ “งานศิลป์ชิ้นสำคัญที่สุดหลายๆ ชิ้นที่ผมมีในครอบครอง” ผนังติดวอลเปเปอร์สีหินชนวนเป็นตัวกำหนดโทนของห้อง งานศิลป์ชิ้นสำคัญที่สุดในห้องนี้คือภาพสีกวอชฝีมือ Fernand Léger ศิลปินคิวบิสต์ชาวฝรั่งเศสที่แขวนอยู่ตรงข้ามกับเตียง “ผมเพลิดเพลินกับงานชิ้นนี้มาก ไม่ว่าจะตอนตื่นขึ้นมาดื่มกาแฟ หรือก่อนเข้านอนตอนกลางคืน” เจ้าของบ้านกล่าว “มันพิเศษเหมือนกันนะครับที่เก็บงานชิ้นนี้ไว้ในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวที่สุดในแฟลต”

 

 

Article

     คอลเล็กชั่นงานศิลปะจะว่าไปก็เหมือนคำสารภาพเพราะมันเผยให้เห็นรสนิยมและความชอบส่วนตัวของนักสะสมผู้นั้น บ้านก็เช่นเดียวกัน “ผมออกแบบบ้านของผมตามตัวตนของผมทั้งหมด” โรมาโนสกล่าว “ในลอนดอนนี่คนหมกมุ่นกับห้องนอนกันนะครับ ห้องนอนยิ่งเยอะบ้านนั้นก็ยิ่งขายง่าย แต่ผมปฏิเสธความคิดนี้อย่างสิ้นเชิง บางทีคนก็เรียกแฟลตนี้ว่าบ้านหนึ่งห้องนอน เพราะดูจากขนาดและสัดส่วนพื้นที่แล้วมันให้ความรู้สึกว่าใหญ่กว่าแฟลตเยอะ ซึ่งถูกใจผมมากครับ”

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE LIVING | New Beginnings จากชีวิตในฮอลลีวู้ดของ Cassandra Grey สู่บ้านในฝันของเธอ ได้ที่นี่)