Vogue Thailand

LIFESTYLE

VOGUE LIVING | ‘Mandy Moore’ เปิดบ้าน Spanish Colonial Revival ใน Altadena ที่สร้างขึ้นจากความรัก

หลังจากไฟป่าสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลเมื่อปีที่แล้ว ‘Mandy Moore’ และ ‘Taylor Goldsmith’ มุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในชุมชน Altadena ที่ทั้งคู่ได้รู้จักก็รักเลย

24 พฤษภาคม 2569

ช่างภาพ: TREVOR TONDRO

แต่งหน้า: Denika Bedrossian @ Forward Artists

ทำผม: Barb Thompson @ Forward Artists

ฝ่ายศิลป์: Sarah Sherman Samuel, Claire Oswalt

เรื่อง: Christine Lennon

แปลและเรียบเรียง: วิริยา สังขนิยม

     ระหว่างขับรถผ่านถนนหนทางที่ไม่พลุกพล่านในอัลตาดีน่า เกือบหนึ่งปีหลังเหตุการณ์ไฟป่ามรณะอีตัน (Eaton Fire) ที่สร้างความเสียหายให้ชุมชนแห่งนี้อย่างมหาศาล สิ่งที่สังเกตได้คือต้นโอ๊กในย่านนี้ยังคงยืนต้น เศษซากต่างๆ ได้รับการเก็บกวาดไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือฐานรากของบ้านและถนนทางเข้า ทว่าบ้านประวัติศาสตร์ที่เคยยืนตระหง่านนั้นไม่เหลือแล้ว แต่ต้นโอ๊กก็ยังคงอยู่ ต้นไม้ต้นหญ้าผลิใบใหม่หลังได้น้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อเร็วๆ นี้ เห็นได้ชัดถึงความเขียวชอุ่มและเงียบสงบที่ดึงดูดผู้คนมายังชุมชนเชิงเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิสที่สายสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกแน่นแฟ้นจนแมนดี้ มัวร์ หนึ่งในผู้อยู่อาศัยย่านนี้และกำลังรับบทนำในภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Breadwinner กับเทย์เลอร์ โกลด์สมิท นักดนตรีอาชีพ คู่ชีวิตของเธอ บอกว่าพวกเขาคือ “นักฝันอัลตา” (Alta-Dreamers) แม้จะมองผ่านเลนส์ของความเสียหายร้ายแรงก็ยังเห็นได้ชัดว่าไอหมอกยามเช้า ร่มไม้ใบบัง และสัมผัสของเมืองเล็กคือเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาที่นี่และผูกใจพวกเขาไว้อย่างเหนียวแน่น

     

 

Article

     นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่แมนดี้กับเทย์เลอร์มาทัวร์บ้านทรง Spanish Colonial Revival หลังนี้โดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ในเดือนมิถุนายน 2020 แมนดี้บอกว่า “เราเดินเข้ามาปุ๊บก็ ‘โห เราต้องย้ายมาอยู่นี่แล้วหรือเปล่า’” เธอนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่ในห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งในโครงการปรับปรุงและบูรณะบ้านนาน 5 ปี “ฉันโทร.หา Emily Farnham สถาปนิกเจ้าประจำของเราทันทีแล้วถามเธอว่า ‘มันจะบ้าเกินเบอร์ วาดวิมานในอากาศมากไปหรือเปล่า’ เธอมาเดินดูแล้วบอกว่า ‘ไม่นะ มันก็งานช้างอยู่นะ แต่เราทำได้’”

     แมนดี้กับเทย์เลอร์ตัดสินใจซื้อบ้านที่ตอนนั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรม ห้องครัวที่ผ่านการปรับปรุงใหม่ดูไม่เข้ากับตัวบ้าน ในบริเวณบ้านมีรังไคโยตี หลังบ้านมีเรือนรับรองแขกสไตล์วิกตอเรียสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ที่ยกมาจากที่อื่นทั้งหลัง บรรยากาศของบ้านมีความแกลมที่เลือนรางไปตามวันเวลาเหมือนเรื่อง Grey Gardens จากนั้นทั้งคู่ก็เรียกรวมพลเพื่อนร่วมทีมของเอมิลี่ คือ Sarah Sherman Samuel และบริษัทออกแบบภูมิทัศน์ Terremoto ที่เคยร่วมกันแปลงโฉมบ้านสไตล์มิดเซนจูรีของแมนดี้ในแพซาดีนาให้ออกมาเรียบเนี้ยบสดใสจนได้ขึ้นปก AD ฉบับเดือนกรกฎาคม 2018 มาแล้ว แม้ว่าตอนนั้นแมนดี้กับเทย์เลอร์จะยังเป็นคู่หนุ่มสาว (ยังไม่มีลูก) แต่ก็มีภาพในใจชัดเจนว่าจะเปลี่ยนบ้านข้างหลังให้เป็นสตูดิโอเพลงของเทย์เลอร์ผู้ร่วมก่อตั้งวง Dawes ส่วนบ้านใหญ่ที่โรแมนติกนั้นจะเป็นที่ที่เขาและเธอเลี้ยงดูลูกๆ

           

 

Article

     “แมนดี้อยากได้สีสันลวดลายและเส้นขอบที่นุ่ม รสนิยมเธอโก้แต่มีความกุ๊กกิ๊ก แล้วทั้งสองคนก็ครีเอทีฟมาก ฉันชอบบอกว่าบ้านนี้เป็นผู้ใหญ่มากแต่มีความวิบวับนิดๆ” ซาราห์เล่า “พวกเขาปล่อยให้เราสร้างสรรค์กันตามสบาย”

     กว่าจะได้ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านในเดือนพฤศจิกายน 2023 แมนดี้กับเทย์เลอร์ก็มีลูกชายวัยเตาะแตะถึงสองคน คนโตชื่อ Gus คนรองชื่อ Ozzie งานปรับโฉมบ้านโดยเอมิลี่ประกอบด้วยการทำผนังปูนปลาสเตอร์ที่ละมุนราวกำมะหยี่และซุ้มโค้งแสนโอ่อ่า ขยายห้องครัวให้กว้างขึ้น บูรณะคานแต่งลายฉลุในห้องนั่งเล่นให้สวยงามดังเดิม และสร้างบ้านเล็กพร้อมโรงรถที่เข้ากันดีกับสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีงามเกินความคาดหมายของเจ้าของบ้าน จากนั้นซาราห์ก็เข้ามาตกแต่งภายในบ้านด้วยกระเบื้องลายเด่น สีสันเข้มก่ำ รวมทั้งสิ่งทอและเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งมนที่เธอออกแบบเอง ห้องเด็กที่แต่งผนังด้วยภาพวาดฝีมือ Sammy Hauschild สีแห้งเรียบร้อยแล้ว สวนและสระที่เหมาะกับครอบครัวก็เสร็จแล้วทั้งคู่ มัณฑนากรพาตากล้องมาเก็บภาพห้องที่สวยงามเหมือนภาพวาดเพื่อลงในหนังสือเล่มแรกของเธอ Sarah Sherman Samuel: The Intersection of Art and Design (สำนักพิมพ์ Abrams) ที่จะวางจำหน่ายในเดือนหน้าและได้แมนดี้มาเขียนคำนำให้

             

Article

     พ่อแม่ลูกใช้ชีวิตเหมือนฝันสมดังจินตนาการได้ระยะหนึ่ง ร้านอาหารร้านโปรดของครอบครัวอยู่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ พ่อแม่ของเทย์เลอร์และกริฟฟินน้องชาย (และเพื่อนร่วมวง) ของเขากับภรรยาก็มีบ้านอยู่ไม่ไกล แต่แล้วค่ำวันหนึ่งในเดือนมกราคมปีที่แล้ว ขณะที่เทย์เลอร์กำลังเตรียมพาลูกชายเข้านอน ส่วนแมนดี้กำลังให้นม Lou ลูกสาวคนเล็ก กริฟฟินก็โทร.มาบอกว่าเขากับภรรยากำลังอพยพออกจากบ้านเพราะไฟลามมาถึงละแวกบ้านของเขา ลมกระโชกแรง ถึงเวลาต้องไปแล้ว

 

Article

     เทย์เลอร์กับแมนดี้จับลูกๆ กับแมวสามตัวและสุนัขอีกหนึ่งใส่รถขับหนีไปบ้านเพื่อน ระหว่างทางต้องผ่านต้นไม้ที่กำลังโค่นลงมา ลูกไฟปลิวว่อนน่าหวาดเสียว หลังจากคืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีใครได้นอน เพื่อนบ้านสองคนก็โทร.มา พวกเขาเชื่อว่าบ้านของแมนดี้กับเทย์เลอร์วอดในกองเพลิงไปเสียแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงแมนดี้กับเทย์เลอร์ก็ทราบว่าสตูดิโอเพลงและบ้านเล็กถูกเพลิงผลาญหมด แต่บ้านใหญ่กลับรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้โครงสร้างบ้านและของตกแต่งที่เป็นของแข็งอย่างกระเบื้องและโคมไฟนั้นพอจะกอบกู้คืนมาได้แต่ของใช้ประเภทผ้าถูกไฟทำลายจนไม่เหลือ

 

Article

     “พวกเรานี่...ฉันไม่อยากร้องไห้นะ” แมนดี้หยุดพูดเพื่อสงบสติอารมณ์ “แต่เพื่อนบ้านที่แสนน่ารักของเราบอกว่าหากจะมีบ้านใครรอดมาได้ เขาก็ดีใจที่เป็นบ้านของเราเพราะเราใช้เวลาทำบ้านนานเหลือเกิน คนที่เพิ่งสูญเสียชีวิตทั้งชีวิตแต่ยังมีน้ำใจให้เพื่อนบ้านเป็นอะไรที่สุดจริงๆ ฉันว่ามันบ่งบอกนะว่าชุมชนนี้เป็นอย่างไร”

      ซาราห์กับเอมิลี่ก็เสียใจมากเช่นกันแต่ยังมีความตั้งใจมั่น

     “ทุกคนต่างก็ช็อกกันอยู่พักหนึ่ง” เอมิลี่เล่า “เราไม่ได้คุยกันทันทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป ฉันกันที่ไว้ให้พวกเขา คิดว่าพวกเขาพร้อมเมื่อไรก็จะโทร.มาเอง”

     “ฉันรู้หมดว่าในบ้านเขามีอะไรบ้างเพราะฉันเก็บรวบรวมไว้เป็นแค็ตตาล็อก” ซาราห์เล่าบ้าง “ถ้าไม่นับเครื่องดนตรีวินเทจของเทย์เลอร์ที่สูญไป อย่างอื่นสามารถหามาทดแทนได้หมด”

            

Article

     สี่เดือนเต็มที่บ้านอยู่ในสภาพเหมือนไทม์แคปซูลที่มีขี้เถ้าปกคลุม หนังสือบนเคาน์เตอร์ยังคงเปิดอยู่ จานอาหารเช้าที่แมนดี้จัดไว้บนโต๊ะคืนก่อนเกิดเหตุก็ยังอยู่ที่เดิม พวกเขาค่อยๆ นำชิ้นส่วนที่เหลืออยู่มาปะติดปะต่อกัน เหมือนภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างเหนือจริงและยาวนานกว่าเดิม “แมนดี้บอกฉันว่า ‘คุณจะซื้อของที่เหมือนกันมาแทน หรือจะริเริ่มเลือกใหม่เลย ฉันก็แฮปปี้ 100 เปอร์เซ็นต์นะ’” ซาราห์บอก “เราหาผ้าใหม่ พรมใหม่มาเปลี่ยนบ้าง แล้วก็หาของคล้ายๆ กันมาแทนของวินเทจที่สูญไป แต่นอกนั้นเหมือนเดิมทั้งหมด”

      เสื้อผ้า สิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในบ้านต้องโยนทิ้งทั้งหมด จากนั้นก็ถึงเวลาของการหยุดความเสียหายด้วยกระบวนการ “เชิงศัลยกรรม” ด้วยการเจาะผนังเพื่อเปลี่ยนระบบท่อ รวมทั้งระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ ตามด้วยการทดสอบอย่างครอบคลุมเพื่อความแน่ใจว่าสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย เทย์เลอร์บอกว่า “พอมีเด็กวัยเท่าลูกเราก็ไม่มีคำว่าระวังเกินกว่าเหตุหรอกครับ”

             

Article

     พอถึงเดือนกันยายนทั้งครอบครัวได้กลับเข้าบ้านอีกครั้งด้วยสายใยที่แน่นแฟ้นกว่าเดิมกับชุมชนเชิงเขาแห่งนี้ “ตอนเรากลับขึ้นมา ก่อนจะมีการเคลียร์พื้นที่แต่ละบ้าน พอได้เห็นระดับความสูญเสียก็ใจสลาย” แมนดี้เล่า “ฉันครุ่นคิดอยู่ในใจว่าเราจะกลับเข้ามาอยู่ได้อย่างไร แต่เพราะว่ามีบางจุดที่ไม่เสียหายเลยแล้วก็มีการสร้างทดแทนเป็นแถบๆ ทั่วเมืองจึงเห็นได้ชัดว่าผู้คนยังอยากอยู่ที่นี่และมีจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ คนน่ะชอบแซะแอลเอด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ซึ่งบางเรื่องมันก็สมควร แต่พอถึงเวลาจำเป็นพวกเขาก็มาช่วยเพื่อนบ้านของตัวเอง ฉันว่าตรงนี้เห็นชัดที่สุดก็ตอนไฟไหม้นี่แหละ”

     งานยังไม่จบเพียงเท่านี้ บ้านเล็กสร้างจะเสร็จแล้วและเจ้าของบ้านก็กำลังเริ่มลงมือสร้างสตูดิโอใหม่ สนามเด็กเล่นติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ดอกกุหลาบกำลังบาน และแมนดี้กับเทย์เลอร์ก็ส่งใจเชียร์อย่างเงียบๆ ขณะที่เพื่อนบ้านทยอยกลับเข้ามาด้วยความมุ่งมั่นไม่ต่างกันว่าจะสร้างบ้านขึ้นมาใหม่

     “ดีต่อใจมากเลยที่ได้ทำงานกับสองคนนี้” เอมิลี่พูดถึงลูกค้าเจ้าประจำทั้งคู่ “แต่ก็จะดีถ้าจากนี้ไปพวกเขาจะได้อยู่อย่างสงบหลายๆ ปี ฉันอยากให้เขาไม่ต้องการฉัน อย่างน้อยก็สักพัก

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE LIVING | Single Minded การแต่งบ้านแบบจับนั่นผสมนี่ของ Romanos Brihi ได้ที่นี่)