Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE WATCH | 6 นาฬิกาไฮไลต์จาก ‘Watches for ELA’ การประมูลนาฬิกาเพื่อการกุศลครั้งสำคัญ

‘Watches for ELA’ คือการประมูลนาฬิกาเพื่อนำรายได้เข้าสู่องค์กรการกุศลสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว โรคลิวโคดิสโทรฟี (Leukodystrophies) รวมถึงการวิจัยพัฒนาการรักษา ทว่าสิ่งที่น่าสนใจคือเหล่านาฬิกาชนิดเรือนเดียวในโลกที่รังสรรค์เพื่อโปรเจกต์ครั้งนี้โดยเฉพาะ

27 ตุลาคม 2569

เมื่อจำนวนตัวเลขเชิงธุรกิจพุ่งทะยานสู่ระดับมาตรฐานของคำว่า “มหาศาล” วงการนาฬิกาจึงเป็นแวดวงที่มีเม็ดเงินไหลเวียนจำนวนนมากจากผลผลิตที่มีมูลค่าสูง ทั้งจากเมซงระดับยักษ์ใหญ่ ไปจนถึงนักสร้างสรรค์นาฬิกาอิสระที่ฝึกปรือฝีมือและสร้างมาตรฐานจนได้การยอมรับจากคนทั่วโลก มากไปกว่านั้นเรือนเวลาชิ้นสำคัญยังเชื่อมโยงกับการประมูลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาเก่าแก่หายาก นาฬิการุ่นพิเศษ ไปจนถึงนาฬิกาที่สรรสร้างขึ้นเพื่อเข้าระบบประมูลโดยเฉพาะ ซึ่งการประมูลเพื่อการกุศลเป็นอีกรูปแบบของงานประมูลที่เกี่ยวข้องกับโลกนาฬิกาโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘Watches for ELA’ ที่รวบรวมผลงานนาฬิกาอันน่าสนใจ และส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงเรือนเดียวในโลก โว้กจึงไม่พลาดหยิบยกไฮไลต์ประจำปี 2026 มานำเสนอถึงทุกคน
 

‘Watches for ELA’ คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญกับวงการนาฬิกา และสามารถใช้จุดเด่นเรื่องมูลค่าเพื่อประโยชน์ทางสังคม

ท่ามกลางการประมูลนาฬิกาหายากตลอดทั้งปี คนในแวดวงนาฬิกาโดยเฉพาะเหล่านักสะสมต่างเฝ้ารอการเปิดประมูลนาฬิกาอันทรงคุณค่าต่างๆ นานา ซึ่งนาฬิกาหลายเรือนที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นสุดยอดนาฬิกาที่มีมูลค่าสูงเสียดฟ้า ถึงกระนั้นจำนวนเม็ดเงินดังกล่าวอาจไม่ได้กลับสู่สังคมเท่าที่ควร ‘Watches for ELA’ ถือเป็นโปรเจกต์การประมูลครั้งพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับองค์กร European Leukodystrophy Association ซึ่งมีบทบาทในการวิจัยเกี่ยวกับโรคลิวโคดิสโทรฟี (Leukodystrophies) หรือโรคเกี่ยวกับกลุ่มเม็ดเลือดขาวที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุ่นแรง หรือที่คุ้นเคยกับคำนิยามโรคภาษาไทยว่า “โรคเม็ดเลือดขาวผิดปกติ” นอกจากจะวิจัยพัฒนาแนวทางการรักษา ส่งพลังการดูแลถึงผู้ป่วย ยังรวมถึงการสนับสนุนครอบครัวที่ต้องเผชิญกับภาวะอันหนักหนานี้อีกด้วย โดยการประมูลประจำปี 2026 จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2026 โดย Christie’s มีเมซงนาฬิกาเข้าร่วมรังสรรค์นาฬิกาชนิดเรือนเดียวในโลกเพื่อประมูลโดยเฉพาะมากมายกว่า 20 เมซง รวมถึงการเปิดประมูลนาฬิกาสะสมเรือนแรกของ Zinedine Zidane ตำนานดาวเตะและโค้ชทีมชาติฝรั่งเศส วันนี้โว้กจึงหยิบยกนาฬิกาไฮไลต์จากโปรเจกต์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2024 และในปีนี้ก็หวนกลับมาจัดอีกครั้ง คาดว่าจะมีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี แม้จะยังไม่ได้มีการยืนยันข้อสันนิษฐานสำหรับอนาคตดังกล่าว ก่อนอื่นมาชมกันว่าปีนี้มีไฮไลต์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

Article
  • LOUIS MOINET - 1816 Chronograph Made for ELA

เมซงนาฬิกาอย่าง Louis Moinet ที่มีอายุเก่าแก่โบราณ โดยชื่อเสียงเรียงนามเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ตำนานผู้รังสรรค์นาฬิกาที่มีผลงานระดับตำนาน ทั้งนาฬิกาสั่งทำพิเศษสำหรับลูกค้าคนใหญ่โตในหน้าประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น Napoleon Bonaparte, Thomas Jefferson และ James Monroe เป็นต้น ซึ่งผลงานเหล่านั้นก็ถูกจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากมาย วันนี้สำหรับโปรเจกต์การประมูล ‘Watches for ELA’ เมซงยังสานต่อความเป็นเลิศด้านนาฬิกากับการพัฒนาเรือนเวลา 1816 Chronograph เวอร์ชั่นพิเศษชนิดเรือนเดียวโนโลก เพื่อส่งเข้าสู่กระบวนการประมูลครั้งนี้โดยเฉพาะ นาฬิกาเรือนนี้โดดเด่นกับแรงบันดาลใจจากกลไกจับเวลารุ่นแรกของโลก พร้อมผสมผสานกับมิติเชิงศิลป์ที่ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนเพื่อโปรเจกต์ครั้งนี้โดยเฉพาะ รายละเอียดหน้าปัดสีขาวผสมผสานกับโทนสีฟ้าอมเทาตามขอบต่างๆ รวมถึงหน้าปัดจับเวลา มาพร้อมการตกแต่งสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขององค์กร ELA ที่สื่อความหมายถึงความหวังและจิตวิญญาณร่วมของสังคม รวมถึงพลังแห่งการรักษา จุดนี้เมซงใช้วัสดุอเวนจูรีนสีดำขับความโดดเด่นให้สะดุดตา ในขณะเดียวกันตัวเรือนก็โดดเด่นด้วยวัสดุไทเทเนียม เชื่อมต่อกับสายอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยวัสดุเดียวกัน รวมถึงคิดคำนึงถึงงานออกแบบสถาปัตกยรรมทรงเรขาคณิตรูปตัว ‘U’ และด้วยตัวเรือนขนาด 40.6 มิลลิเมตร ถือเป็นขนาดมาตรฐานพอเหมาะสำหรับนาฬิกาสายสปอร์ต ภายในจับเคลื่อนด้วยกลไก LM1816 ที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบัน ด้านหลังเปิดใสเพื่อเผยให้เห็นความงดงามดังกล่าว พร้อมเติมพลังด้วยกลไกไขลาน นับเป็นนาฬิกาที่ใช้ความคลาสสิกของศาสตร์จากอดีตเพื่อสรรสร้างผลงานอันทรงคุณค่าอย่างมีเอกลักษณ์ ราคาประเมินสำหรับการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ราว 30,000 – 50,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 1,22x,xxx – 2,03x,xxx บาท

Article
  • GERALD CHARLES - Maestro 2.0 Ultra-Thin Prototype ‘Tiger’s Eye’

สำหรับ Gerald Charles แบรนด์นาฬิกาที่ถือกำเนิดขึ้นจากตำนานแห่งโลกนาฬิกาอีกหนึ่งคนอย่าง Gérald Genta ผู้ได้รับสมญานามว่า ‘Picasso แห่งโลกนาฬิกา’ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 แม้ประวัติศาสตร์ของเมซงจะไม่ได้ยาวนานเท่าไหร่นัก แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนักสรรสร้างนาฬิการะดับตำนานทำให้ผู้คนจับจ้องให้ความสนใจเรือนเวลามาโดยตลอด โดยเมซงเลือกส่งเรือนเวลา Maestro 2.0 ในฉบับ Ultra-Thin และเป็นตัวต้นแบบพร้อมหน้าปัดหิน ‘Tiger’s Eye’ เข้าสู่ระบบการประมูลเพื่อการกุศล โดยจับมือร่วมกับ Ahmed Seddiqi องค์กรด้านธุรกิจจิวเวลรีและนาฬิกาจากดูไบที่เฉลิมฉลองครบ 75 ปี จุดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้คือรูปทรงเรขาคณิตแบบสมมาตรตามแบบฉบับของโมเดล มาในโทนสีน้ำตาลกับวัสดุสเตนเลสสตีล จับคู่เข้ากับหน้าปัดหินที่ต้องใช้ฝีมือและความบรรจงในการตัดแต่งและประกอบชิ้นส่วนอย่างลงตัว ซึ่งการลงสีวัสดุตัวเรือนด้วยการผสมเข้าเนื้อด้านในเป็นครั้งแรกของเมซงที่ใช้เทคนิคดังกล่าว เดิมทีใช้เทคนิคนี้กับเพียงชิ้นส่วนองค์ประกอบภายในเท่านั้น ความน่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการจับคู่สีให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเข็มมีโทนสีเหลือบทองทั้ง 3 เข็ม บอกหลักเวลาพื้นฐานครบถ้วน เพิ่มเติมด้วยสายรับเบอร์สีโทนเดียวกันแต่ปรับระดับให้นุ่มนวลมากกว่า มาพร้อมโมทีฟอันเป็นเอกลักษณ์ ความพิเศษอีกระดับนอกจากเทคนิคกลไก งานออกแบบ และศาสตร์วิชาในงานเจียระไนหินอัญมณี ยังมีเรื่องความพิเศษในการหยิบยกนาฬิกาต้นแบบมาเพื่อการประมูล ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้เป็นต้นแบบของโมเดลรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นที่มีผลิตขึ้นเพียง 20 เรือนทั่วโลกเท่านั้น นาฬิกาเรือนนี้จึงมีราคาประเมินในการประมูลอยู่ราว 15,000 – 25,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 61x,xxx – 1,01x,xxx บาท

Article
  • BOVET - Amadeo ‘Miss Audrey ELA’

นาฬิกาจาก Bovet ขนาดตัวเรือน 36.2 มิลลิเมตร คือผลงานการรังสรรค์ที่สามารถแปรเปลี่ยนแนวทางการใช้งานได้อย่างน่าทึ่ง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับความหรูหราเหนือระดับจากการสรรสร้างนาฬิกากลไกซับซ้อนและการเลือกใช้วัสดุอย่างเยลโลว์โกลด์หรือไวต์โกลด์ และอื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวันนี้เมซงหวนกลับคืนสู่ความเรียบง่ายโดยตัวเรือนใช้วัสดุสเตนเลสตีล โดย Amadeo ‘Miss Audrey ELA’ ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อการประมูล ‘Watches for ELA’ โดยเฉพาะ ซึ่ง Pascal Raffy เจ้าของเมซงคนปัจจุบันใส่ใจทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่กลไกอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนการบอกเวลาพื้นฐานผ่านเข็มที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์อย่างแม่นยำ ลดทอนความซับซ้อนเหลือเพียงหลักชั่วโมงและนาที หันมาใส่ใจเรื่องศาสตร์เชิงศิลป์ทดแทน หน้าปัดใช้เทคนิคลงแล็กเกอร์พร้อมรายละเอียด ‘Mystical Dash’ และสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ประจำ ELA ด้านการตกแต่งนาฬิกาเรือนนี้เสริมความหรูหราด้วยเพชรเจียระไน round-cut น้ำหนักรวมราว 0.99 กะรัต ไล่เรียงตั้งแต่หลักเวลา 4 จุด เบเซล และขอบข้อต่อ แต่จุดเด่นที่สุดของนาฬิกาเรือนนี้อาจไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดที่กล่าวไป หรือแม้กระทั่งสายหนังจระเข้สีเหลืองสะดุดตา แต่เป็นกลไกการปรับเปลี่ยนนาฬิกาข้อมือให้กลายเป็นนาฬิกาจี้สร้อยคอและนาฬิกาตั้งโต๊ะ ในสไตล์ของ ‘Amadeo’ นับเป็นอีกหนึ่งผลงานเรือนเวลาที่มีจุดเด่นและรายละเอียดความน่าสนใจที่ทั้งสะท้อนอัตลักษณ์ของโบเวต์ และเนรมิตความสร้างสรรค์ผสมผสานกับความเรียบง่ายพอดิบพอดี นาฬิกาเรือนเดียในโลกเรือนนี้มีราคาประเมินราว 40,000 – 50,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 1,62x,xxx – 2,03x,xxx บาท

Article
  • KONSTANTIN CHAYKIN – Seneca II

สุดยอดนักรังสรรค์นาฬิกาในโลกยุคใหม่อย่าง Konstantin Chaykin สร้างความตื่นเต้นในโลกนาฬิกามาแล้วนักต่อนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรือนเวลาบางเฉียบที่กลายเป็นกระแสตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนา วันนี้กับโปรเจกต์ ‘Watches for ELA’ การพัฒนาเรือนเวลาเริ่มต้นด้วยมิติความสร้างสรรค์และการเนรมิตงานศิลปะบนเรือนเวลาให้สะดุดตา ผลงาน Seneca II อาจไม่ใช่นาฬิกาโมเดลใหม่แกะกล่องเสียทีเดียว แต่ก็เป็นเรือนเวลาสำคัญที่คอนสแตนตินใส่ใจคิดค้นและเดินหน้าสรรสร้างอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ยังคงหยิบยกหน้าตา ‘Wristmon’ อันเป็นเอกลักษณ์มาสรรสร้างบนหน้าปัด โดยดวงตาทั้ง 2 ข้างเป็นหน้าปัดย่อยแสดงหลักชั่วโมงและนาที มาพร้อมรูปทรงปากและลวดลายงานศิลปะเกลียวคลื่นที่จำลองคล้ายหนวดบนใบหน้าเพื่อแสดงมูนเฟส ซึ่งงานศิลปะดังกล่าวไม่ใช่การนำเสนอผลงานเชิงศิลป์รูปแบบใหม่แกะกล่องเสียทีเดียว แต่เป็นการหยิบยกแรงบันดาลใจจากความเชื่อมโยงถึงงานวรรณกรรมและกล่าวถึง Lucius Annaeus Seneca the Younger พร้อมผสมผสานแนวคิดเรื่องเวลาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ นอกจากนี้รายละเอียดเชิงโครงสร้างก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ตัวเรือนทำจากวัสดุไทเทเนียม มีขนาด 40 มิลลิเมตร หน้าปัดหลักสีเทาผสมผสานเข้ากับมิติเชิงศิลป์จากใบหน้าสะดุดตาและเผยให้เห็นกลไกด้านใน มาพร้อมเม็ดมะยม 2 ฝั่งสำหรับการตั้งเวลาแยกหลักกันอย่างอิสระ นับเป็นความสร้างสรรค์ที่เชื่อมมิติหลากหลายมิติเข้าไว้ด้วยกัน นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการประเมินราคาคร่าวๆ อยู่ระหว่าง 15,000 – 25,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 61x,xxx – 1,01x,xxx บาท

Article
  • BOUCHERON – Ajourée Volute Made for ELA

สำหรับเมซงนาฬิกาอาจเป็นเรื่องไม่แปลกใหม่มากที่จะสรรสร้างนาฬิกาเรือนพิเศษสำหรับโปรเจกต์การกุศล แต่สำหรับเมซงจิวเวลรีระดับสูงอย่าง Boucheron เป็นเรื่องที่น่าสนใจและชวนให้ติดตาม เรือนเวลา Ajourée Volute ที่สรรสร้างขึ้นเพื่อโปรเจกต์ ‘Watches for ELA’ โดยเฉพาะ คือผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมซงจิวเวลรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะปรากฏในรูปแบบของเรือนเวลาก็ตาม ความงดงามของเรือนเวลาแบบจิวเวลรีเน้นย้ำเรื่องความสวยงามและศาสตร์การรังสรรค์จิวเวลรีในรูปแบบที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ นาฬิกาขนาด 38 มิลลิเมตร ไม่ได้หนาทึบและนำเสนอความสปอร์ตหรือมิติความซับซ้อนเชิงกลไก แต่เป็นการนำเสนอศาสตร์ของงานฝีมือชั้นยอด เพราะตัวเรือนด้านในถูกวางโครงสร้างให้ลวดลายร้อยเรียงไปพร้อมกับช่องว่างแห่งความโปร่งเบา ชิ้นส่วนต่างๆ เชื่อมต่อกันแต่ก็จำลองภาพคล้ายกำลังลอยอยู่ในอากาศด้วยการใช้วัสดุไวต์โกลด์ 18k ทั้งเรือน และเพิ่มความหรูหราด้วยกาประดับเพชรอย่างระยิบระยับมากถึง 395 เม็ด น้ำหนักราว 2.6 กะรัต นาฬิกาเรือนนี้เป็นการแสดงถึงความยอดเยี่ยมในศาสตร์การรังสรรค์นาฬิกาอีกรูปหนึ่งที่หยิบยกความละเอียดประณีตมาสวมกรอบกับความแม่นยำ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ที่เสถียร ถ่ายทอดออกมาผ่านการบอกเวลาบนหน้าปัดเพชรพาเว่ ทำให้นาฬิกาที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิดโล่งคือผลงานชิ้นสำคัญที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในการประมูลครั้งนี้ โดยนาฬิกาจากบูเชอรงได้รับการประเมินตัวเลขไว้ราว 40,000 – 60,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 1,62x,xxx – 2,44x,xxx บาท

Article
  • FRÉDÉRIQUE CONSTANT – Worldtimer Made for ELA

ปิดท้ายกันด้วยเรือนเวลาจาก Frédérique Constant ที่อาจไม่ได้เทียบขั้นความหรูหราเหนือระดับหรือรูปแบบของนาฬิการะดับเพชรยอดมงกุฎ แต่ถือเป็นเมซงนาฬิกาที่รังสรรค์ผลงานอย่างมีมาตรฐานสม่ำเสมอ และราคาเข้าถึงได้ไม่ยากนัก วันนี้กับโปรเจกต์ ‘Watches for ELA’ รูปแบบเรือนเวลา Wolrdtimer ที่บอกเวลาได้ครบถ้วนถึง 24 ไทม์โซนคือผลงานชูโรงที่เมซงส่งเข้าประมูลเพื่อการกุศล นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ แสดงหลักเวลาอย่างเรียบง่ายผ่านรูปแบบนาฬิกา 3 เข็มสุดคลาสสิก ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตรทำจากวัสดุสเตนเลสสตีล แต่องค์ประกอบเด่นชวนสะดุดตาต้องยกให้กับหน้าปัดสีแดงเชอร์รี่ผสมผสานเข้ากับ ‘map of the world’ หรือแผนที่โลกในโทนสีเงินตัดกัน รายล้อมด้วยวงแหวนแบ่งเมืองตามไทม์โซนต่างๆ อย่างครบถ้วน ก่อนจะเพิ่มเติมความหรูหราด้วยการประดับเพชรบริเวณเบเซลและหลัก 12 ชั่วโมงบนหน้าปัดภายใน นอกจากนี้ยังจับคู่สีหน้าปัดเข้ากับสายหนังจระเข้สีเข้ากัน ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างโทนสีแดงเชอร์รี่และสีเงินของตัวเรือนและแผนที่ด้านในอย่างลงตัว จึงถือว่านาฬิกาเรือนนี้ที่มีต้นกำเนิดการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012 สามารถถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของเมซงออกมาอย่างชัดเจน เช่นเดียวกันกับการแสดงกลไกซับซ้อนแต่กลับใช้งานอย่างเรียบง่าย สอดแทรกความหรูหรา และยังคงมาตรฐานการรังสรรค์เรือนเวลาอันเปี่ยมคุณภาพเสมอมา นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการประเมินราคาอยู่ราว 3,000 – 6,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 122,xxx – 244,xxx บาท


(สามารถอ่านเรื่องราวนาฬิกาที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้กับบทความ VOGUE WATCH | สำรวจนาฬิกาผู้หญิงที่มนตร์เสน่ห์ความเฟมินีนบอกเล่าถึงศาสตร์นาฬิกาในทุกแขนง)

ภาพ : Courtesy for Watches for ELA