Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE BIJOUX | Cameo Jewelry คืออะไร? เจาะประวัติเครื่องประดับภาพแกะสลักจากยุคกรีกสู่แฟชั่นปัจจุบัน

ทำความรู้จัก Cameo เครื่องประดับศิลปะการแกะสลักภาพนูนบนอัญมณีที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกและโรมันโบราณ ก่อนจะถูกสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

16 มีนาคม 2569

     Cameo Jewelry คือหนึ่งในรูปแบบเครื่องประดับที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงยุคกรีกและโรมันโบราณ เมื่อศิลปินเริ่มใช้เทคนิคการแกะสลักภาพนูนลงบนหินหลายชั้นอย่างซาร์โดนิกซ์ อาเกต หรือคอร์เนเลียน เพื่อสร้างภาพพอทเทรตรูปเทพเจ้า หรือสัญลักษณ์ในตำนาน เครื่องประดับประเภทนี้ในยุคแรกถูกใช้ทั้งในฐานะเครื่องประดับของชนชั้นสูง ตราประทับประจำตัว และวัตถุสะสมเพื่อสะท้อนถึงรสนิยมทางศิลปะ ต่อมาในยุคเรอเนซองส์และวิกตอเรียน Cameo ได้รับความนิยมอย่างสูงในราชสำนักยุโรป จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม แม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ เทคนิคการแกะสลักแบบคาเมโอยังคงถูกนำมาตีความใหม่ในโลกเครื่องประดับร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง

 

 

Article

     หนึ่งในผลงานที่สะท้อนความประณีตของศิลปะ Cameo ยุคเรอเนซองส์คือ 'A Carved Oval Onyx Cameo Bust of a Bearded Warrior' จากศตวรรษที่ 16 ซึ่งแกะสลักลงบนหินออนิกซ์รูปวงรีเป็นภาพนักรบมีเคราสวมสวมหมวกเกราะ โดยหมวกนั้นประดับลวดลายอันเป็นดีเทลที่พบได้ในศิลปะยุโรปช่วงเวลานั้น ตัวคาเมโอถูกติดตั้งในกรอบทองแบบ Openwork พร้อมประดับอัญมณีสีทั้งสิบสองเม็ดในตัวเรือนรูปไข่ ผลงานชิ้นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นสำคัญของ George, 4th Duke of Marlborough (1739-1817) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการสะสมศิลปะโบราณระดับยุโรป

 

 

Article

     ในศตวรรษที่ 18 ศิลปะ Cameo ยังคงพัฒนาไปพร้อมกับแรงบันดาลใจจากตำนานกรีก-โรมัน อย่างเช่น 'A Carved Oval Cornelian Cameo of Hercules' ซึ่งแกะสลักภาพเฮอร์คิวลีสอย่างมีชีวิตชีวา รายล้อมด้วยรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ เช่น เถาองุ่นที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ และถ้วยไวน์ที่เขาถืออยู่ในมือ รอบองค์ประกอบยังมีสัตว์อย่างลาและแพะ รวมถึงเทพ Pan ปรากฏอยู่ในฉากเดียวกัน ตัวคาเมโอถูกตั้งอยู่ในกรอบทรงแปดเหลี่ยมที่ตกแต่งด้วยลาพิสลาซูลีและหินเนื้อแข็ง พร้อมห่วงสำหรับแขวน ทำให้ชิ้นงานนี้เป็นทั้งเครื่องประดับและงานศิลป์ขนาดย่อม

 

 

Article

     ก้าวเข้าสู่ยุควิกตอเรียน Cameo ได้กลายเป็นเครื่องประดับยอดนิยมในหมู่ชนชั้นสูง ตัวอย่างเช่น 'Victorian Black Onyx Cameo Pendant' ชิ้นงานนี้ที่ปัจจุบันถูกจัดจำหน่ายโดย Pragnell แบรนด์จิวเวลรีเก่าแก่ของอังกฤษที่คัดสรรงานแอนทีกหายาก ผลงานนี้ใช้หินออนิกซ์สีดำเป็นพื้นหลังแกะสลักภาพเทพธิดาโรมันที่มีท่วงท่าอ่อนช้อย ทำให้จี้ชิ้นนี้สะท้อนทั้งความโรแมนติกและความละเอียดอ่อนของเครื่องประดับในยุคศตวรรษที่ 19

 

 

Article

     ในโลกเครื่องประดับร่วมสมัย Cameo ก็ยังคงถูกนำกลับมาตีความใหม่อย่างมีสไตล์ เช่นในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 ของ DOLCE & GABBANA ที่ปรากฏเข็มกลัดคามิโอรูปวงรี สะท้อนกลิ่นอายจากแบรนด์อิตาเลียน ดีไซน์ชิ้นนี้โดดเด่นด้วยความเบาและเรียบง่ายขององค์ประกอบ ผลิตในอิตาลีทั้งหมด เป็นการผสมผสานแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับโบราณเข้ากับมุมมองของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกได้อย่างลงตัว

 

 

Article

     ศิลปินร่วมสมัยเองก็หยิบเทคนิคคาเมโอมาใช้สร้างงานศิลป์เชิงคอนเซปต์ เช่นผลงาน 'Pensive' (2019) จากแบรนด์ LIZWORK ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินภาพถ่ายชื่อดัง Cindy Sherman โดยตีความรูปแบบพอร์ตเทรตโบราณจากกรีกขึ้นใหม่ในรูปแบบต่างหูซาร์โดนิกซ์ Cameo ตัวเรือนทำจากทองคำสีชมพูอ่อน 18 กะรัต และตกแต่งด้วยพิงก์ควอตซ์และเลมอนควอตซ์ สร้างมิติสีสันที่ร่วมสมัย ทำให้เครื่องประดับชิ้นนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างศิลปะและแฟชั่น

 

 

Article

     อีกหนึ่งตัวอย่างของการตีความ Cameo ในรูปแบบร่วมสมัยคือ FERIAN Blue/White Fairy Vintage Ceramic Cameo Gold Split Ring ซึ่งใช้เซรามิกสีน้ำเงินและขาวสร้างภาพนางฟ้าในสไตล์วินเทจราวกับงานศิลป์จิ๋ว ตัวคาเมโอถูกผลิตด้วยกระบวนการ lost-wax casting แบบดั้งเดิม ก่อนจะหล่อเป็นตัวเรือนทอง 9 หรือ 18 กะรัต และตกแต่งด้วยมือทั้งหมด แหวนวงนี้มีหน้ากว้างเพียง 3 มิลลิเมตร พร้อมคาเมโอขนาด 13 มิลลิเมตร ทำให้กลายเป็นชิ้นงานสะสมที่สะท้อนประวัติศาสตร์การออกแบบของอังกฤษได้อย่างงดงาม

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE BIJOUX | Butterfly Reverie ‘ต่างหูผีเสื้อ’ จิวเวลรีที่ซ่อนปรัชญาการเติบโตไว้ลึกซึ้งที่สุด ได้ที่นี่)