Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE WATCH | TAG Heuer Monaco Evergraph นวัตกรรมการจับเวลาโฉมใหม่ที่ล้ำสมัยกว่าที่เคย

TAG Heuer รังสรรค์ผลงานสุดพิเศษ กับการเนรมิตนาฬิกาจับเวลาที่ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการลดทอนชิ้นส่วนเสียดทาน และทดแทนด้วยกลไกโค้งงอเพื่อประสิทธิภาพและความรู้สึกถึงการใช้งานอย่างทรงประสิทธิภาพ

09 มิถุนายน 2569

เรื่องนวัตกรรมการจับเวลาถือเป็นมาตรวัดความยอดเยี่ยมของนาฬิกาสายสปอร์ตมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ นับตั้งแต่การใช้นาฬิกาจับเวลาอย่างเป็นทางการ สู่การใช้งานที่หลากหลาย เรื่อยไปจนถึงยุคแห่งการคิดค้นเทคโนโลยีที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริงเช่นเดิม ทว่าการพัฒนาเหล่านั้นสามารถถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดจำกัดของนาฬิกาจับเวลาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น วันนี้ TAG Heuer เปิดฉากใหม่แห่งนาฬิกาจับเวลา กับนวัตกรรมที่ถูกนิยามชื่อว่า “Evergraph”

TAG Heuer กับโลกแห่งนาฬิกาสายสปอร์ตและการจับเวลา

ย้อนกลับไปหลายทศวรรษ หากพูดถึงแบรนด์นาฬิกาที่ใส่ใจการพัฒนาเรือนเวลาสำหรับการจับเวลาจริงจัง ชื่อของบแท็ก ฮอยเออร์จะต้องเด้งน้ำขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจับเวลากีฬาและยานยนต์ ยกตัวอย่างเช่น Carrera Chronograph กับการรังสรรค์เรือนเวลาที่ชื่อรุ่นสอดคล้องกับรถแบรนด์ระดับตำนาน หรือจะเป็น Monaco Chronograph สุดยอดเรือนเวลาทรงเหลี่ยมที่นำเสนอความพิเศษในการจับเวลาพร้อมความงดงามอันเป็นไอคอนิก จนวันนี้แท็ก ฮอยเออร์มีส่วนสำคัญในการเป็นพาร์ตเนอร์หลักของการแข่งขัน Formula One ซึ่งเป็นอภิมหาโปรเจกต์ในช่วงเวลาที่แบรนด์อยู่ใต้เครือ LVMH

 

Monaco Chronograph สัญลักษณ์แห่งการแข่งขันด้านความเร็วอันแสนไอคอนิก

จากเดิมต้องบอกว่า Monaco เป็นเรือนเวลาที่สำคัญของแท็ก ฮอยเออร์เสมอมา นับตั้งแต่ปี 1969 เป็นต้นมาการพัฒนากลไกโครโนกราฟ สามารถผลักดันขีดจำกัดของเรือนเวลาสายสปอร์ตได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ชื่อของแท็ก ฮอยเออร์ผูกติดกับการแข่งขันความเร็ว ยานยนต์ และนวัตกรรมการจับเวลา ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวดังกล่าวสอดประสานไปพร้อมกับเรือนเวลา Monaco มาโดยคลอด ในปี 1998 หลังจากผ่านวิกฤติความซบเซา นาฬิกา Monaco ก็กลับมาพร้อมความร่วมสมัย และได้รับความคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนานาฬิกาสปอร์ตยุคใหม่ไปพร้อมกับการรักษาความคลาสสิกเหนือกาลเวลาไว้เช่นเดียวกัน

Evergraph นวัตกรรมการจับเวลาโฉมใหม่ล่าสุด

Calibre TH80-00 คือกลไกขับเคลื่อนของนาฬิกา Monaco ล่าสุดที่เปิดตัวในงาน Watches & Wonders 2026 แต่ครั้งนี้มันไม่ถูกเรียกว่า Monaco Chronograph อีกต่อไป แต่กลับเป็น Monaco Evergraph ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำสมัยที่ยกระดับนาฬิกาจับเวลาให้มีมิติความซับซ้อนและเหนือชั้นกว่าที่เคย มันถูกตัดชิ้นส่วนคอลัมน์วีลและลีเวอร์ออก ทดแทนด้วยวัสดุที่โค้งอ่อนสามารถสปริงตัวกลับโดยลดแรงเสียดทานอย่างมาก ส่งผลให้ความสึกหรออยู่ในระดับต่ำ การดัดงอเข้ามาแทนที่แรงต้านระหว่างชิ้นส่วน ส่งผลต่อถึงความรู้สึกในการกดที่จากเดิมแข็งต้านทานตามหลักคานงัด แต่ตอนนี้ Monaco Evergraph เสิร์ฟความนุ่มนวลเมื่อกดปุ่มจับเวลาอย่างน่าสนใจ

 

การพัฒนาจากความแม่นยำสู่ความแม่นยำกว่าของ TAG Heuer

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านาฬิกาโครโนกราฟยุคใหม่แทบจะถือว่าอยู่บนจุดยอดพีระมิดและแตะขอบเขตที่ไม่ได้พัฒนาต่อกันได้ง่ายๆ แต่สำหรับ Monaco Evergraph คือการทำลายกรอบนั้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสามารถจับเวลาอย่างแม่นยำด้วยขอบเขตความถี่สูงขึ้น จนการันตีว่าจับเวลาแม่นยำได้ถึงหลัก 1/10 วินาทีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังพัฒนาประสิทธิภาพความทนทานต่อปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามแม่เหล็ก แรงกระแทกฉับพลัน ไปจนถึงสิ่งไม่คาดคิดนานารูปแบบ เช่นเดียวกับการพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นส่วนน้ำหนักเบา ทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญที่เกิดจากการต่อยอดพัฒนา TH-Carbonspring สิทธิบัตรเฉพาะของแท็ก ฮอยเออร์

ความสวยงามของนวัตกรรมที่ถือเป็นมิติเชิงศิลป์ในโลกของวิศวกรรศาสตร์

ในเมื่อมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อสรรสร้าง Monaco Evergraph ทางแบรนด์ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอมันอย่างเปิดเผยและแสดงให้เห็นรายละเอียดความพิเศษของกลไก นาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบให้หน้าปัดโปร่งโล่งเผยให้เห็นรายละเอียดชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘barrel’ และ ‘oscillator’ มาพร้อมแกนยึดที่นอกจากหน้าที่เน้นฟังก์ชั่น ยังทำให้การเชื่อมโยงระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ เหมือนงานศิลปะที่ถูกออกแบบมาอย่างเนี้ยบประณีตด้วยเช่นกัน มากไปกว่านั้นยังมีการวางโครงสร้างเฉพาะตัว ทั้งปุ่มเริ่มและหยุดทางด้านขวา ในขณะที่เม็ดมะยมอยู่ตรงด้านซ้าย ตัวเรือนมีขนาด 40 มิลลิเมตร ทำจากวัสดุไทเทเนียมขัดด้าน ซึ่งอย่างที่กล่าวไปว่าเป็นตัวยึดโยงสำหรับหน้าปัดโปร่งอันแสนพิเศษ

 

ฟังก์ชั่นที่ครบถ้วนของนาฬิกาจับเวลา เพิ่มเติมด้วยผลลัพธ์ของการพัฒนาโดย TAG Heuer

Monaco Evergraph กำลังถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของนาฬิกาสปอร์ต ด้วยรายละเอียดกลไกการทำงานที่ล้ำสมัย ทว่าในอีกส่วนหนึ่งก็ต้องพูดถึงฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานจริง หลักชั่วโมง นาที และวินาที ประกอบกันเป็นพื้นฐาน เสริมเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชั่นการจับเวลาหลัก 1/10 วินาที หลัวินาที และ 30 นาที มีศักยภาพในการกันน้ำลึก 100 เมตร สามารถสำรองพลังงานนานถึง 70 ชั่วโมง ทั้งหมดโอบรับเข้ากับข้อมือด้วยสายรับเบอร์สีน้ำเงินที่จำลองแพตเทิร์นเหมือนสิ่งทอ และเคสด้านหลังที่ใช้วัสดุแซปไฟร์และไทเทเนียมเกรด 5


(สามารถอ่านเรื่องแบบเจาะลึกกับเรือนเวลาที่โว้กคัดสรรมาเป็นประจำได้กับบทความอย่าง VOGUE WATCH | การตีความเรือนเวลาไอคอนิกสู่ความสดใหม่อย่างมีนัยสำคัญประจำปี 2026)

ภาพ : Courtesy of Brands