Vogue Thailand

FASHION

ผลพวงจากสงคราม ทุบยอดขาย LVMH ร่วงหนัก หุ้นดิ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี!

เจาะลึกไตรมาสแรกของ LVMH ประจำปี 2026 เมื่อสงคราม และเศรษฐกิจพ่นพิษ กลายเป็นโจทย์หินของอาณาจักรสินค้าหรู

17 เมษายน 2569

     ในโลกของธุรกิจสินค้าลักชัวรี่ชื่อของ LVMH มักถูกยกให้เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด แต่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 กลับกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญ เมื่อยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสต้องเผชิญกับมรสุม ที่พัดเข้ามาพร้อมกันจากทุกทิศทาง ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปจนถึงภาวะเงินเฟ้อที่กัดกินกำลังซื้อทั่วโลก จนเกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึงห้างสรรพสินค้าหรูในตะวันออกกลางอย่างเลี่ยงไม่ได้

     'Cecile Cabanis' ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ LVMH ระบุว่า การสันจรของผู้คนในห้างสรรพสินค้าแถบตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 6% ของกลุ่มบริษัท ร่วงลงอย่างน่าใจหาย ระหว่าง 30% ถึง 70% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50% ซึ่งความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่ทำให้ยอดขายในภูมิภาคหายไป แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ โดยประเมินว่าสงครามครั้งนี้ชิงส่วนแบ่งรายได้รวมทั่วโลกของ LVMH ไปอย่างน้อย 1% และยังลามไปกระทบยอดขายในฝั่งยุโรปที่ลดลง 3% อีกด้วย

     แม้นักลงทุนเบนความสนใจไปที่ประเด็นสงคราม แต่เหล่านักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำ กลับมองเห็นปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ 'ภาวะซบเซาในวงกว้าง' ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่ม Aspirational Consumer ที่กำลังจางหายไป บวกกับค่าใช้จ่าย และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้กลุ่มชนชั้นกลางที่มีความทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เนม ต้องรัดเข็มขัด และลดการจ่ายเงินซื้อสินค้า 'รางวัลชีวิต' ลง อีกทั้งการที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลังเลที่จะใช้จ่ายในยุโรป ส่งผลให้ยอดขายกระเป๋าถือ และน้ำหอมในกรุงปารีสชะลอตัวลง ซึ่งเมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ความมั่งคั่งของกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักก็ลดลงตามไปด้วย และส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง

     โดยราคาหุ้นของ LVMH ที่ร่วงลงกว่า 27% นับจากต้นปี และแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ที่สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังสูญเสียความเชื่อมั่น ต่อการฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ จากรายงานผลประกอบการของคู่แข่งอย่าง Hermès และ Kering ว่าจะสามารถต้านทานพายุครั้งนี้ได้ดีกว่าหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ 'ยุคทอง' ของการเติบโตแบบก้าวกระโดดในโลกแบรนด์หรู กำลังถูกแทนที่ด้วย 'ยุคแห่งการเฝ้าระวัง' ซึ่งแบรนด์ที่บริหารจัดการได้ดีที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอด...

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LVMH ได้ที่ (เจาะลึกเรือนเวลา Tubogas Manchette ไฮไลต์นาฬิกาจิวเวลรีจาก Bvlgari ใน LVMH Watch Week 2026)

ภาพ : Vogue Runway
TAGS : LVMH