สรุปสาระสำคัญ 5 ข้อ Kering ยอดขายไตรมาส 3 ประจำปี 2026
- รายได้รวมในไตรมาส 3 ประจำปี 2026 ของ Kering ลดลง 1% เมื่อเทียบเป็นฐานเดียวกัน เหลือ 3.34 พันล้านยูโร ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเติบโต 0.4%
- แบรนด์เรือธงอย่าง Gucci ยอดขายลดลง 6% เหลือ 1.29 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า
- ยอดขายปลีกในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับตัวลดลง 8% จากกำลังซื้อในจีนที่ซบเซา ขณะที่ญี่ปุ่นยังเติบโตได้ 4% และอเมริกาเหนือเติบโตเล็กน้อย 1%
- Saint Laurent, Bottega Veneta, Brioni รวมถึงกลุ่มเครื่องประดับ +11% และ Kering Eyewear +4% ยังคงทำผลงานได้ดี ช่วยพยุงภาพรวมกลุ่ม
- ซีอีโอ 'Luca de Meo' เร่งเดินหน้าแผนปรับโครงสร้าง ปรับตำแหน่งแบรนด์ และเตรียมแต่งตั้งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ให้ Saint Laurent และ Alexander McQueen
กลุ่มทุนลักชัวรียักษ์ใหญ่อย่าง Kering ออกมารายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2026 พบว่ารายได้รวมปรับตัวลดลง 1% เมื่อเทียบเป็นฐานเดียวกัน อยู่ที่ 3.34 พันล้านยูโร ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ว่า จะเติบโตได้ราว 0.4% และเป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่อง หลังจากไตรมาสที่ 2 ลดลง 2% โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของแบรนด์ Gucci ซึ่งรายงานรายได้ดิ่งลงถึง 6% เหลือ 1.29 พันล้านยูโร สะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ตลอดจนกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคจะเห้นได้ว่า ตลาดเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดขายปลีกหดตัวลงถึง 8% จากการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศจีน และปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือยังพอประคองการเติบโตได้เล็กน้อยที่ 1% และยุโรปตะวันตกยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตามตลาดญี่ปุ่นได้เติบโต 4% ส่วนภูมิภาคอื่น ๆ รวมตะวันออกกลางแม้ว่าจะลดลง 5% แต่ทีมผู้บริหารยืนยันว่าเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับ
สำหรับกลุ่มแฟชั่นและเครื่องหนัง ภาพรวมรายได้ลดลง 3% แต่หากพิจารณาโดยไม่รวม Gucci จะสามารถเติบโตขึ้นได้ 2% นำโดยแบรนด์อย่าง Saint Laurent, Bottega Veneta และ Brioni ที่ยังคงมีระดับการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะ Bottega Veneta ที่ทำยอดขายเติบโตในระดับ High Single Digit นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจเครื่องประดับ อาทิ Boucheron, Pomellato, DoDo, Qeelin ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยยอดขายที่พุ่งขึ้น 11% แตะระดับ 239 ล้านยูโร และธุรกิจแว่นตา Kering Eyewear ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 373 ล้านยูโร
ทิศทางในอนาคต และกลยุทธ์ฟื้นฟูของ Kering
ท่ามกลางความท้าทายนี้ 'Luca de Meo' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Kering ย้ำชัดว่า "ภารกิจสำคัญสูงสุดของกลุ่มในขณะนี้ คือการฟื้นฟูความตื่นเต้น และความต้องการในตัวแบรนด์ Gucci" ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน 'Armelle Poulou' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Saint Laurent และ Alexander McQueen ภายหลังการก้าวลงจากตำแหน่งของ 'Anthony Vaccarello' และ 'Seán McGirr' ว่าจะประกาศผู้สืบทอดคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้
ซึ่งความผันผวนของ Kering ในไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2026 สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ที่มองว่าอุตสาหกรรมลักชัวรีทั่วโลก กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับ Kering เพียงแห่งเดียว แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH ก็รายงานยอดขายกลุ่มแฟชั่น และเครื่องหนังลดลง 5% ในไตรมาสเดียวกัน ขณะที่ Moncler ลดลง 1% และ Prada Group เติบโตขึ้นเพียง 1% ทั้งนี้ Kering ยังคงเชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างองค์กร และการยกระดับศักยภาพของแบรนด์ตามแผนงานที่วางไว้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง และนำพาธุรกิจกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคงได้ในระยะยาว
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'Kering' ได้ที่ ('Seán McGirr' อำลา Alexander McQueen เซ็ตซีโร่ทิศทางใหม่ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Kering)



.webp)

