before-sunrise-before sunrise
LIFESTYLE

ภาพสะท้อนและบทเรียนความรักก่อนรุ่งอรุณใน 'Before Sunrise' ที่ยังคงตรึงใจหนุ่มสาวทุกยุคสมัย

ศรัทธาแห่งความรักจะนำพาพวกเขาไปพบกับตอนจบที่มีความสุข หรือจะพาไปในโลกแห่งความจริงที่อาจไม่ได้สวยหรูดั่งเทพนิยาย?

       ไม่ว่าจะเป็นยุคไหน สมัยใด หนุ่มสาวคือช่วงวัยที่เปี่ยมล้นด้วยความฝัน อีกทั้งยังมีศรัทธาแรงกล้าในเรื่องความรัก และพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อไขว่คว้ามาครอบครองโดยไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด ดั่งเช่นที่ภาพยนตร์เรื่อง 'Before Sunrise' ผลงานการกำกับของ Richard Linklater ได้ฉายภาพสะท้อนให้ผู้ชมได้เห็นผ่านเรื่องราวบนแผ่นฟิล์มความยาว 105 นาที

       ถึงแม้จะเข้าฉายครั้งแรกเมื่อ 26 ปีที่แล้ว แต่การหยิบ Before Sunrise มานั่งดูในวันนี้ก็พบว่าเรื่องราวไม่มีคำว่าล้าสมัยหรือตกยุคเลยแม้แต่น้อย หนุ่มสาวจากวันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากทุกวันนี้ พวกเขายังคงทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก ราวกับสุภาษิตไทยประโยคหนึ่งที่ได้ว่าเอาไว้ ‘แรกรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน’ บทความนี้จึงหยิบยกภาพยนตร์เรื่อง Before Sunrise ขึ้นมาปัดฝุ่นเล่าถึงภาพสะท้อนและบทเรียนความรักที่ถึงแม้จะไม่ใช่วัยหนุ่มสาว แต่หากยังศรัทธากับความรักก็สามารถเข้าถึงมันได้

before-sunrise-before sunrise

ภาพ: IMDb

 

       Before Sunrise คือภาพยนตร์จากปี 1995 ที่เล่าเรื่องราวความโรแมนติกชวนฝันระหว่าง Jesse นำแสดงโดย Ethan Hawk ชายหนุ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่บังเอิญได้ทำความรู้จักกับ Céline ซึ่งนำแสดงโดย Julie Delpy หญิงสาวชาวฝรั่งเศสโดยบังเอิญบนรถไฟที่กำลังเดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่ใฝ่ฝันหาความรักแสนโรแมนติก เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ตัว หรือเพราะอาจจะเกิดขึ้นได้ยากจนตัดใจเลิกคิดถึงมัน อย่างไรก็ตามถ้าความบังเอิญแห่งโชคชะตาลิขิตมาให้ได้พบเจอกับความรักที่ลอยมาในห้วงแห่งความโรแมนติก เราทุกคนน่าจะทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อคว้ามันไว้ไม่ให้หลุดหายไป ซึ่งเจสซีและซีลีนก็เช่นเดียวกัน พวกเขาคือคนหนุ่มสาวที่มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่ารักแท้สามารถเอาชนะได้ทุกอย่าง ด้วยศรัทธาแห่งความรักจะนำพาพวกเขาไปพบกับตอนจบที่มีความสุขได้ และไม่รู้อะไรดลใจให้เจสซีเข้าไปชวนคุยกับเธอ แต่สุดท้ายด้วยเคมีที่ตรงกัน บทสนทนาที่ดำเนินไปอย่างลื่นไหลราวกับทั้งคู่รู้จักกันมานาน เขาจึงชวนเธอกระโจนลงจากรถไฟ มาใช้ชีวิตไร้จุดหมายด้วยกันในกรุงเวียนนาเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนที่พรุ่งนี้เขาจะต้องขึ้นเครื่องบินกลับสหรัฐอเมริกา 

 

before-sunrise-before sunrise

ภาพ: IMDb

 

       “ผมรู้สึกว่าที่เราอยู่คือโลกแห่งความฝัน” ประโยคนี้ที่เจสซีได้บอกกับซีลีนสะท้อนให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะตลอดความยาวทั้งหมด 101 นาที ได้ถ่ายทอดออกมาราวกับตัวละครทั้งสองล่องลอยอยู่ในห้วงแห่งความฝัน ซึ่งมันเป็นเจตนารมณ์ที่ริชาร์ดตั้งใจจะสื่อออกไปแบบนั้น เขามองว่าช่วงชีวิตวัยรุ่นคือช่วงที่ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด เป็นช่วงที่มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าสิ่งที่เชื่อจะนำพาพวกเขาไปสู่ตอนจบที่มีความสุข ซึ่งในเรื่องความรักก็เช่นกัน 

       อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีสัญชาตญาณใฝ่หาความโรแมนติก เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Before Sunrise จึงเป็นสิ่งที่เราต่างเฝ้าฝันถึง แต่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริงเสียที ดังนั้นในส่วนของผู้ชมเองจึงจมดิ่งลงไปในเรื่องราวของภาพยนตร์ไม่ต่างอะไรจากตัวละครหนุ่มสาว ด้วยเหตุนี้การที่ Before Sunrise เต็มไปด้วยบทสนทนาสัพเพเหระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมุมมองความรัก, ชีวิต, ศิลปะ, ปรัชญา, ศาสนา, สิทธิสตรี, และอีกมากมาย จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ารำคาญ ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดู “จริง” ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะตอนที่เราเองเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครในระยะแรก การที่จะได้รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายรวดเร็วที่สุดก็มาจากบทสนทนาในเรื่องเหล่านี้นี่แหละ

before-sunrise-before sunrise

ภาพ: IMDb

 

       ยิ่งท้องฟ้าในกรุงเวียนนามืดลงเท่าไร ความสัมพันธ์ระหว่างเจสซีกับซีลีนก็ยิ่งงอกเงยขึ้นเท่านั้น และการที่พวกเขายังอยู่ในวัยช่างฝันทำให้ทั้งคู่ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แค่เพียงตอนนี้ วินาทีนี้ ด้วยความรักที่มอบให้แก่กันอย่างเต็มเปี่ยม ผลลัพธ์ที่ออกมาจะต้องดีอย่างแน่นอน พวกเขาเชื่อมั่นถึงขั้นที่ว่าในตอนที่แยกจากกันเจสซีมาส่งซีลีนขึ้นรถไฟ ทั้งคู่ไม่แม้แต่จะขอแลกเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางการติดต่อกันไว้ด้วยซ้ำ มีเพียงคำสัญญาว่า “อีก 6 เดือนนับจากนี้ เรามาเจอกันที่นี่” และรถไฟก็เคลื่อนตัวออกจากชานชลาไป ซึ่งในตอนแรกผู้กำกับริชาร์ดไม่ได้ตั้งใจให้ Before Sunrise เป็นหนังที่มีภาคต่อ เป็นหน้าที่ของผู้ชมที่ต้องกลับไปคิดต่อกันเอาเองว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะได้กลับมาเจอกันอีกหรือไม่ หากเป็นผู้ชมที่อยู่ในวัยมัธยมที่เพิ่งเคยดู Before Sunrise เป็นครั้งแรกเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าทั้งคู่จะต้องได้กลับมาเจอกันอีกอย่างแน่นอน เพราะพวกเขารักกันขนาดนี้ ถ้าอยากจะเจอกันจริงๆ ต่อให้ต้องบุกป่าฝ่าดง ผจญภัยไปสุดขอบโลก แต่อย่างไรก็ต้องได้เจอกันจนได้ 

 

before-sunrise-before sunrise

ภาพ: IMDb

 

       ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ชมในวัยผู้ใหญ่ หรือแก่ประสบการณ์กว่านั้น ถ้า Before Sunrise ไม่มีภาคต่อ การคิดว่าทั้งคู่ไม่น่าจะได้เจอกันอีกก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ความสัมพันธ์มนุษย์นั้นช่างเปราะบาง เสี่ยงต่อการบุบสลายเสียยิ่งกว่าแก้วไวน์บนชั้นวาง ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนไม่น่าจะแข็งแรงพอที่จะยึดเหนี่ยวทั้งคู่ผ่านกาลเวลาได้ และถึงแม้หนึ่งคนจะทำได้ อีกคนก็อาจจะลืมเลือนเรื่องราวเหล่านี้ไปแล้ว ไม่ใช่ว่าเพราะเลิกเชื่อมั่นถึงพลังแห่งความรัก หรือเลิกศรัทธาในความโรแมนติก เพียงแต่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทำให้เราเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากขึ้น และก็ได้ค้นพบว่าความรักเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะทุกอย่าง

        ส่วนตัวละครเจสซีและซีลีน พวกเขาโบกมือลากันโดยไม่รู้เลยว่ารถไฟขบวนนี้จะนำพาวัยหนุ่มสาวไปด้วย ก่อนที่หลังจากนั้นพวกเขาจะได้เรียนรู้และยอมรับโลกแห่งความจริงที่อาจไม่ได้สวยหรูดั่งเทพนิยาย ในภาพยนตร์ภาคต่อที่มีชื่อว่า Before Sunset

เรียบเรียง : Ramita Naungtongnim

คีย์เวิร์ด: #BeforeSunrise