Hermès กำลังเติบโตอย่างมั่นคงด้วยการพัฒนารากฐานอันแข็งแกร่ง เวิร์กช็อปเครื่องหนังถือเป็นหัวใจสำคัญของเมซงที่ได้รับการพัฒนาและต่อยอดอยู่เสมอ ในปี 2025 แอร์เมสมุ่งมั่นใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจังและเปิดเวิร์กช็อปแห่งที่ 24 L’Isle-d’Espagnac โดยขยายพื้นที่เพื่อการรังสรรค์ชิ้นงานเครื่องหนังอันเนี้ยบประณีตสมกับมาตรฐานความลักชัวรีเหนือระดับ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังร่วมพัฒนาชุมชนด้วยตัวเลขการจ้างงานในท้องถิ่นเพิ่มกว่า 300 ตำแหน่ง

เวิร์กช็อปแห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาค Nouvelle-Aquitaine ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะรวบรวมเหล่าช่างฝีมือกว่า 260 คนมาสรรสร้างผลงานเครื่องหนังชั้นยอด พร้อมด้วยการเสริมสร้างแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จเกี่ยวกับผลงานเครื่องหนังที่ผลิตขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น ถือเป็นแนวทางที่สะท้อนรูปแบบของการพัฒนาเมซงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ขยายฐานที่มั่น แต่หมายถึงการเจาะกลุ่มเป้าหมายของสินค้า เรื่อยไปจนถึงการสร้างรากฐานงานฝีมือกระจายสู่ชุมชนและสืบทอดความยอดเยี่ยมอย่างมีคุณภาพ

เวิร์กช็อปจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งงานฝีมือและการพัฒนาชุมชนในรูปแบบการจ้างงาน ตำแหน่งมากมายหลากหลายเปิดกว้างสำหรับผู้สนใจงานระยะยาวและร่วมเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจระดับภูมิภาค ก่อนหน้านี้แอร์เมสมีเวิร์กช็อปในภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสถึง 3 แห่งประกอบด้วย Maroquinerie de Notron, Ganterie-Maroquinerie de Saint-Junien และ Maroquinerie de Montbron ซึ่งเปิดในปี 1995, 1998 และ 2014 ตามลำดับ โดยไฮไลต์สำคัญของเวิร์กช็อปแห่งใหม่คือการเป็นฐานผลิตของกระเป๋า Birkin และ Kelly อีกแห่ง รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายงานฝีมือที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมงานฝีมือ การถ่ายทอดวิชา และการฝึกฝน

เวิร์กช็อปแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Nouvellle-Aquitaine Development and Innovative Agency และ The Greater Angoulême Urban Community เจาะลึกถึงการสร้างงานสร้างอาชีพ และเปิดโอกาสในการสนับสนุนพาร์ตเนอร์ในด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการสำหรับผู้สนใจจะเรียนรู้เรื่องงานฝีมือของแอร์เมสที่ École Hermès des savoir-faire ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการถ่ายทอดองค์วิชาความรู้เพื่อสามารถสร้างรากฐานและสืบสานงานเครื่องหนังต่อไปในอนาคต
จากเวิร์กช็อปสู่สถานที่แห่งความรู้ แอร์เมสพัฒนารากฐานความสำเร็จด้วยแนวทางการถ่ายทอดวิชารวมถึงมรดกทางวัฒนธรรม นำไปสู่หลักการแห่งการเดินหน้าสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่ในเชิงปฏิบัติ แต่ในเชิงเกียรติบัตรกับการรับรองเกี่ยวกับการศึกษาอย่างเป็นประจักษ์ นอกจากเรื่องนี้แอร์เมสยังดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเวิร์กช็อปแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว่า 5,800 ตารางเมตร ออกแบบโดย Guiraud-Manenc เชื่อมประสานความโมเดิร์นเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอาคารถูกออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติตามการคำนวณความเข้มข้นของแสงและระยะเวลาการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ เรื่อยไปจนถึงการออกแบบเวิร์กช็อปให้เคล้าไปกับรายละเอียดตามพื้นถิ่นในเชิงทัศนียภาพ
เวิร์กช็อปล่าสุดนี้ยังเจาะรากลึกไปถึงกระบวนการสร้าง เพราะแอร์เมสเลือกสรรวัสดุส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในภูมิภาค มีระยะทางจากสถานที่ตั้งเพียงไม่ถึง 250 กิโลเมตร ลดผลกระทบจากการขนส่ง รูปแบบอาคารตั้งอยู่บนมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมขั้นสูง พร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อเก็บสำรองพลังงานและหมุนเวียนการใช้งานพลังงานอย่างมีคุณภาพ สภาพแวดล้อมที่งดงามก็ถูกเก็บรักษาไว้ให้มากที่สุด ซึ่งให้ทั้งบรรยากาศความงดงามและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการขนส่งและการเดินทางที่เชื่อมประสานกับพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งหมดสะท้อนภาพการพัฒนาอันยั่งยืนที่แอร์เมสมุ่งมั่นเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการร่วมพัฒนาชุมชนและกระจายรากฐานความมั่นคงสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของแบรนด์แอร์เมสได้กับบทความ Hermès เติบโตต่อเนื่อง...มีมูลค่ายอดขายรวมครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 3 แสนล้านบาท!)




