Vogue Thailand

FASHION

โว้กเจาะประเด็นว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์แฟชั่นมากกว่าเดิม...

เมื่อเครื่องมือที่สนับสนุนโดยพลังของ AI กำลังเข้ามามีบทบาทกับโลกแฟชั่นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างนับจากนี้

14 สิงหาคม 2568

     ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลกมาทุกยุคทุกสมัย การก้าวเดินสู่โลกยุคดิจิทัลก็พลิกโฉมอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดมิติของโลกแฟชั่นยุคดิจิทัลไม่ได้หมายถึงเพียงแต่เรื่องแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วไป แต่หมายถึงการเข้ามาเกี่ยวข้องของข้อมูลและสถิติเชิงลึกที่ถูกคำนวณผ่านมาตรวัดใหม่ ปัจจุบันค่าประเมินต่างๆ ที่ข้องเกี่ยวกับประเด็นเรื่องดิจิทัลคือหัวใจสำคัญของอุตสากรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อ AI มาถึง นี่อาจเป็นอีกก้าวที่จะพาโลกแฟชั่นดำเนินไปในทิศทางรูปแบบใหม่
 

     ข่าวใหญ่ในช่วงสัปดาห์กลางเดือนสิงหาคม 2025 คือการที่ Launchmetrics องค์กรที่มีความสำคัญในการวัดค่าประเมินรูปแบบต่างๆ ของอุตสาหกรรมแฟชั่นในช่วงหลายปีหลัง ได้เปิดตัวเครื่องมือที่ใช้ AI สนับสนุนเพื่อวิเคราะห์มิติเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์และทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่น เดิมทีการประเมินและเผยค่า EMV หรือสถิติต่างๆ เกี่ยวข้องกับพลังของสื่อออนไลน์ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นมาตรวัดความสำเร็จของการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงแฟชั่นโชว์ ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของแบรนด์แฟชั่น นอกจากนี้ยังควบรวมเรื่องเซเลบรตี้ที่ถูกชี้วัดด้วยตัวเลขบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน

     ถึงกระนั้น Michael Jaïs ประธานกรรมการบริหารของ Launchmetrics ก็มองว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นเริ่มโฟกัสเกี่ยวกับตัวเลขยอดผู้ติดตามและเอนเกจเมนต์มากเกินไป ดังนั้นการเปิดตัวเครื่องมือที่สนับสนุนด้วยพลังของ AI จึงเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์ในสิ่งที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเรื่องมุมมองต่อแบรนด์และทิศทางของแบรนด์ต่างๆ ที่เหนือกว่าเพียงตัวเลขความนิยมหรือกระแสความโด่งดังที่วัดได้จากตัวเลขบนโลกออนไลน์แบบเป็นประจักษ์เพียงอย่างเดียว
 

     “AI จะมีหน้าที่อะไรบ้างต่อจากนี้” คำถามสำคัญที่ถูกตั้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คำตอบแรกจากองค์กรอย่าง Launchmetrics คือการวิเคราะห์ข้อมูลจากกระแสและตัวเลข รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ นำมาสู่ข้อมูลเชิงลึกที่จะวิเคราะห์เกี่ยวกับการพูดถึงแบรนด์ ประเด็นภายใต้กระแสนิยม เรื่อยไปจนถึงทิศทางการตอบรับของผู้คนบนโลกออนไลน์ที่มีต่อแบรนด์ สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์การนำเสนอของแบรนด์ในอนาคต และอาจเป็นเครื่องมือที่ทำให้แบรนด์สามารถออกแบบหรือถ่ายทอดเรื่องราวได้ตามเป้าประสงค์มากขึ้น

Article

     มาตรวัดดั้งเดิมที่ถูกใช้เพื่อประเมินความสำเร็จนั้นถือเป็นข้อมูลเชิงปริมาณมากกว่าข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนั้นการเจาะลึกเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นอาจเป็นคำตอบที่ทุกฝ่ายต้องการ แบรนด์ก็ต้องการมองเห็นข้อมูลภายใต้ตัวเลขจำนวนมหาศาลเหล่านั้น ในขณะเดียวกันผู้เสพแฟชั่นก็จะได้รับรู้ที่แนวความคิดที่เปิดกว้างมากกว่าภายใน ‘Bubble’ ของตนเอง ถ้าถามว่าทำไมต้อง AI คำตอบคงชัดเจนมากเพราะเครื่องมือดังกล่าวจะช่วยรวบรวมข้อมูลจำนวนนับแสนนับล้านข้อความมาประเมินออกมาเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมนุษย์อาจไม่สามารถทำได้เอง แม้จะใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลมาช่วยเหลือแล้วก็ตาม

     ตอนนี้เครื่องมือเบื้องต้นอาจยังไม่สามารถเจาะลึกถึงเรื่องราวเบื้องหลังและสรุปออกมาเป็นข้อความเสียทีเดียว แต่สามารถวัดระดับค่าเกี่ยวกับการนำเสนออัตลักษณ์และความเกี่ยวข้องกับสังคมหรือคนในสังคมได้ออกมาเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ จุดเริ่มต้นตรงนี้สามารถทำให้การออกแบบเพื่อสะท้อนตัวตนหรือการขยายความเชื่อมโยงสู่คนแบบเชิงลึกมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการประเมินความสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งหมายถึงการเปิดโลกความอิสระและมีตัวเลขชี้วัดอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการประมาณของมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 

     โลกใหม่กับ AI คืออนาคตที่มีแต่พัฒนาไปข้างหน้า ดังนั้นนี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่เป็นประตูบานแรกสู่ยุค AI ในอนาคตอันใกล้ บทบาทของมนุษย์คือการควบคุมและใช้เครื่องมือจาก AI เพื่อผลประโยชน์สูงสุด อย่างที่กล่าวไปว่าเครื่องมือที่ถูกออกแบบเพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์มีแนวโน้มที่จะนำเสนอข้อมูลที่เจาะลึกขึ้นเรื่อยๆ หรืออาจจะใช้เป็นการสรุปรวบยอดข้อมูลเพื่อมองทัศนคติเกี่ยวกับแฟชั่นของคนในสังคมได้อีกด้วย หรือก้าวหน้าไปกว่านั้นด้วยการแยกกลุ่มวิเคราะห์ออกเป็นภูมิภาคเฉพาะ เพื่อผลประโยชน์ของแบรนด์ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภค ในขณะเดียวกันผู้บริโภคหรือผู้ชมทั่วไปก็เข้าถึงแฟชั่นในแบบที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องกระแสนิยมฉาบฉวย

     แน่นอนว่าเมื่อมีการวิเคราะห์จะเกิดการคาดการณ์ และเมื่อข้อมูลมีความสำคัญในรูปแบบเชิงลึก การคาดการณ์จะมีความแม่นยำและตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเดิม AI สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากมายหลากหลาย สามารถวิเคราะห์ทั้งตัวอักษร ภาพถ่าย และวิดีโอ หรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อสะท้อนเกี่ยวกับเทรนด์ ประเด็นกระแส และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงกระนั้นข้อจำกัดของ AI อาจหมายถึงการต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลรูปธรรมออกมาจากเรื่องนามธรรม ดังนั้นความคิดมนุษย์จึงยังจำเป็นอย่างมากต่อการแสดงความคิดเห็นในเรื่องแฟชั่นและศิลปะ ก่อนข้อมูลเหล่านั้นจะถูกรวบรวมโดย AI และวิเคราะห์ต่ออีกทอดหนึ่งเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกองค์รวม วันนี้ AI จึงเหมือนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหามาตรวัดและรวบรวมข้อมูลมากกว่าการนำเสนอความคิดผ่านตัวตนราวกับมนุษย์ การวิเคราะห์แฟชั่นที่เป็นดั่งข้อมูลทุติยภูมิอาจเป็นการวิเคราะห์เพื่อหาข้อสรุปมากกว่าการทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สึก ความประทับใจ หรือสิ่งต่างๆ ผ่านสมองมนุษย์ แต่ไม่แน่อนาคต AI อาจทำได้ในระดับเดียวกันกับมนุษย์และมีข้อมูลออกจากชุดความคิดที่เป็นความคิดตั้งต้นในการวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นได้


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวเรื่อง AI ได้กับบทความ รู้จักกับ 'DishGen' AI ช่วยรื้อครัว เปลี่ยนวัตถุดิบเหลือทิ้งให้เป็นเมนูจานโปรด)

ภาพ : Courtesy of Revolve / META