Vogue Beauty Thailand

WELLNESS

อาการง่วงนอนตลอดเวลา อาจเป็นเพราะขาดวิตามินอะไรได้บ้าง?

ง่วงนอนตลอดเวลาแม้นอนครบ 8 ชั่วโมง อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนไม่พอ แต่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดวิตามินบางชนิด มีอะไรบ้างมาเช็กกัน!

16 มีนาคม 2569

     ง่วงนอนทั้งวันทั้งที่เมื่อคืนก็นอนนานครบ 8 ชั่วโมง หนำซ้ำดื่มกาแฟก็ช่วยให้รู้สึกตื่นได้ไม่นาน อาการง่วงนอนตลอดเวลา หรือง่วงนอนช่วงกลางวันแบบนี้หลายคนมักคิดตัวเองว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแค่ทำงานหนักเกินไป แต่ความจริงแล้วความง่วงหงาวหาวนอนแบบนี้อยู่ตลอดอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินที่มีบทบาทต่อระบบประสาท การสร้างพลังงาน และการลำเลียงออกซิเจนในเลือด ในบทความนี้โว้กจึงอยากพาไปเช็กกันว่าอาการง่วงนอนแบบนี้อาจเป็นเพราะขาดวิตามินอะไรได้บ้าง?

 

Article

1. วิตามินบี12 (Vitamin B12)

ถ้าง่วงทั้งวันทั้งที่นอนครบ ลองหันมามองวิตามินบี12 ก่อนเลย เพราะตัวนี้มีหน้าที่สำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ปกติ ถ้าขาดขึ้นมาร่างกายจะลำเลียงออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ เลยรู้สึกเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงตลอดเวลา บางคนอาจมีอาการเวียนหัว สมาธิไม่ค่อยมา หรือรู้สึกชาปลายมือปลายเท้าร่วมด้วย โดยวิตามินบี12 พบได้ในอาหารหลายอย่าง เช่น เนื้อวัว ปลาแซลมอน ทูน่า ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม

 

2. วิตามินดี (Vitamin D)

วิตามินดีนอกจากมีความสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟันแล้ว ยังมีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ และระดับพลังงานของร่างกายด้วย เพราะหากขาดวิตามินดี อาจทำให้รู้สึกอ่อนล้า ง่วงง่าย หรือไม่มีแรงทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ โดยแหล่งวิตามินดี ได้แก่ การรับแสงแดดอ่อนช่วงเช้า ปลาไขมันสูงอย่างแซลมอน ซาร์ดีน และไข่แดง เป็นต้น

Article

3. วิตามินบี6 (Vitamin B6)

วิตามินบี6 มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทหลายชนิด เช่น เซโรโทนินและโดปามีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความตื่นตัว และระดับพลังงานในร่างกาย หากขาดวิตามินบี6 จะทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย สมองล้า ง่วงระหว่างวัน หรืออารมณ์แกว่ง ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้หลากหลายเข้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดวิตามินบี6 หรือถ้าอยากเน้นวิตามินบี6 ก็พบได้ในอาหารอย่างปลาแซลมอน ไก่ กล้วย มันฝรั่ง ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี

 

4. วิตามินบี1 (Vitamin B1)

วิตามินบี1 มีหน้าที่ในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตที่เรากินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน หากขาดขึ้นมาร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกอ่อนแรง เพลีย และง่วงง่ายกว่าปกติ บางคนอาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือรู้สึกชาปลายมือปลายเท้าร่วมด้วย โดยวิตามินบี1 พบได้ในข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช และเนื้อหมู ซึ่งโดยปกติแล้วการทานอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีจะช่วยให้ได้รับวิตามินบี1 เพียงพอในชีวิตประจำวัน

 

Article

5. โฟเลต (Folate / Vitamin B9)

โฟเลตอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีซึ่งมีบทบาทในการสร้างเซลล์ใหม่และเม็ดเลือดแดง หากร่างกายขาดโฟเลต อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และง่วงระหว่างวันได้ แม้นอนนานหรือนอนครบชั่วโมงแล้วก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น บางคนอาจมีอาการเวียนศีรษะ หรือสมาธิลดลงร่วมด้วย ฉะนั้นเพื่อเติมโฟเลตให้ร่างกาย แนะนำให้ทานผักใบเขียวอย่างผักโขม คะน้า บรอกโคลี รวมถึงถั่วต่างๆ อะโวคาโด และธัญพืชไม่ขัดสี

 

6. ธาตุเหล็ก (Iron)

แม้ธาตุเหล็กจะไม่ใช่วิตามิน แต่ถือเป็นสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยไม่ให้ง่วงและอ่อนเพลีย เพราะธาตุเหล็กมีหน้าที่ช่วยสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เพื่อพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากขาดธาตุเหล็กจะเกิดภาวะโลหิตจาง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงตลอดเวลา หน้ามืด ใจสั่น หรือผิวซีดได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีประจำเดือน หรือคนที่ทานเนื้อสัตว์น้อย โดยธาตุเหล็กพบได้ในเนื้อแดง ตับ ไข่แดง ถั่ว เมล็ดพืช และผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้าและผักโขม และร่างกายจะยิ่งดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม หรือฝรั่ง

ข้อมูล : National Institutes of Health (NIH), Mayo Clinic, World Health Organization (WHO), Harvard T.H. Chan School of Public Health
ภาพ : Pexels (Mikhail Nilov, Rachel Claire)