การกินวิตามินเสริมกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายคนในยุคนี้ เพราะอาหารบางมื้ออาจไม่ได้ให้สารอาหารครบถ้วน รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันและอาจทำให้ร่างกายได้รับการดูแลอย่างไม่เต็มที่ การกินวิตามินเสริมจะช่วยเติมสารอาหารและดูแลส่วนต่างๆ ร่างกายเราได้มากขึ้น แต่การกินวิตามินเสริมให้ได้ผลและปลอดภัยก็ต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โว้กบิวตี้มาสรุปแนวทางและเทคนิคการกินวิตามินเสริมอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถเลือกรับประทานได้อย่างถูกต้อง
-
เข้าใจความต้องการของร่างกายก่อน
ก่อนซื้อวิตามินเสริม สิ่งสำคัญคือควรทำความรู้จักกับร่างกายของเราว่าต้องการอะไร บางคนอาจขาดวิตามิน D เพราะนั่งทำงานตลอดทั้งวัน ไม่ได้ออกไปรับแสงแดดเท่าที่ควร หรือบางคนอาจขาดธาตุเหล็กจากอาหารที่กินไม่เพียงพอ การปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรและตรวจเลือด เพื่อวัดระดับสารอาหารในร่างกาย จะช่วยให้เราเลือกวิตามินที่เหมาะสมและไม่กินเกินความจำเป็น
-
เลือกวิตามินที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์
ไม่ใช่วิตามินทุกตัวเหมาะกับทุกคน การเลือกควรพิจารณาตามไลฟ์สไตล์และเป้าหมาย เช่น วิตามินรวม (Multivitamin) เหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมสารอาหารพื้นฐานทุกวัน, วิตามินเฉพาะ เช่น วิตามิน C, D, B12, ธาตุเหล็ก เหมาะสำหรับคนที่มีการขาดสารอาหารเฉพาะด้าน หรือใครที่ต้องการบำรุงผิวหรือเส้นผม ลองมองหาอาหารเสริมที่มีคอลลาเจนหรือไบโอติน การเลือกตามความจำเป็นจะช่วยให้ประหยัดและลดความเสี่ยงการกินวิตามินเกินได้

Astaxanthin (ราคา 399 บาท) จาก Dr.PONG
-
รู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกิน
การกินวิตามินให้ถูกช่วงเวลาจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น เช่น วิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น A, D, E, K ควรกินพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่, วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น B และ C สามารถกินตอนท้องว่างหรือหลังอาหารเช้าได้ แต่ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะ หรือธาตุเหล็ก ควรกินตอนท้องว่างหรือหลังอาหารที่ไม่มีแคลเซียมสูง เพราะแคลเซียมจะลดการดูดซึม ฉะนั้นการรู้ช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินและลดผลข้างเคียงได้
-
เก็บรักษาให้ถูกวิธี
การเก็บรักษาวิตามินเสริมอย่างถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวิตามินหลายชนิดไวต่อ ความร้อน ความชื้น และแสงแดด การเก็บไม่ดีอาจทำให้วิตามินเสื่อมสภาพ สูญเสียคุณค่า หรือแม้แต่เกิดเชื้อราหรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อน แนะนำให้เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการวางวิตามินใกล้ที่ที่มีความร้อนหรือในห้องน้ำที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิห้องที่เหมาะสมคือประมาณ 20–25 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันวิตามินเสื่อมเร็ว รวมถึงปิดฝาให้สนิทหลังใช้ทุกครั้ง การเปิดฝาขวดบ่อยๆ ทำให้วิตามินสัมผัสอากาศและความชื้น ส่งผลให้คุณภาพลดลง

ภาพ: istock
-
ลองสังเกตอาการร่างกายหลังเริ่มกิน
หลังเริ่มกินวิตามินเสริม การสังเกตร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละคนมีการตอบสนองต่อวิตามินต่างกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐาน อาหารที่กิน และปริมาณวิตามิน การสังเกตและติดตามผลจะช่วยให้มือใหม่รู้ว่ากินวิตามินชนิดนี้เหมาะกับร่างกายหรือไม่ และสามารถปรับปริมาณหรือเปลี่ยนชนิดให้ตรงกับความต้องการได้
WELLNESSแนะนำวิตามินอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาล้า อ่อนแรง ใครใช้สายตาหนักๆ ควรมี!



.webp)
