น้ำหอมจากแบรนด์แฟขั่นเฮ้าส์ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมฟุ้งจนคนจับได้ว่าใช้น้ำหอมราคาแพง โว้กบิวตี้ชวนมาเปิดโลกแห่งความหอมระดับลักชูรีที่ซ่อนเรื่องราวไว้มากกว่าที่เห็น ไม่ใช่แค่กลิ่นที่ตราตรึง แต่คือการหยิบเอาความทรงจำและวัตถุดิบระดับตำนานมาไว้ในขวดแก้วที่ดีไซน์สวยราวกับงานประติมากรรม ตั้งแต่กลิ่นอายความสดชื่นที่พาเราย้อนกลับไปยังบ้านพักตากอากาศของผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไปจนถึงความลึกลับของส่วนผสมที่หายากที่สุดในโลก หรือแม้แต่แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวของบุคคลระดับตำนานในวงการแฟชั่น ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าน้ำหอมระดับเลอค่าไม่ได้มีมูลค่าสูงเพียงเพราะชื่อแบรนด์ แต่คือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนกว่าจะมาเป็นน้ำหอมหนึ่งขวด
และนี่คือ 6 กลิ่นหอมที่โว้กบิวตี้คัดมาแล้วว่าคือที่สุดแห่งรสนิยมอันไร้ที่ติ จะมีกลิ่นไหนที่สะท้อนตัวตนของทุกคนได้ชัดเจนที่สุด มาสำรวจไปพร้อมกัน
6 น้ำหอมผสานเรื่องราวและวัตถุดิบเลอค่า เพื่อสะท้อนตัวตนและรสนิยมแบบไร้ที่ติ
1 / 6
1.Les Exclusifs de Chanel Coromandel (16,000.-) จาก Chanel
น้ำหอมคอลเล็กชั่นพิเศษที่เป็นดั่งตัวแทนของความทรงจำอันแสนล้ำค่าในทุกช่วงชีวิตของมาดมัวแซล ชาเนล โดยหยิบเอาความประทับใจจากฉากกั้นพับได้ในอะพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของเธอมาเป็นแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดผ่านกลิ่นแนว Oriental-Woody ที่เจียระไน Patchouli ให้นุ่มนวล ผสานกับกำยานและ Benzoin มอบสัมผัสที่สง่างามและมีระดับ เฉกเช่นลวดลายอันวิจิตรบนงานศิลปะที่เธอรัก
2 / 6
2.Ambre Levant (15,400.-) จาก Louis Vuitton
กลิ่นหอมที่พาคุณไปสัมผัสความลึกลับและสง่างามดั่งแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเหนือทะเลทราย ความพิเศษอยู่ที่โน้ตของ Amber ที่นุ่มลึกอย่างเหนือระดับ ผสมผสานกับ Oud วัตถุดิบเลอค่าระดับตำนานที่หายากที่สุด ซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวด้วยวิธีเก่าแก่กว่า 200 ปี สร้างมิติของกลิ่นที่ทั้งเปล่งประกายและน่าค้นหา สะท้อนถึงงานฝีมือชั้นสูงและมรดกแห่งการเดินทางอันเป็นหัวใจของแบรนด์
3 / 6
3.Le Vestiaire Des Parfums (11,500.-) จาก YSL Beauty
คอลเล็กชั่นน้ำหอมที่ตั้งชื่อตามเสื้อผ้าชิ้นไอคอนิกเพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางแฟชั่นของแซ็ง โลร็อง โดยเฉพาะกลิ่น Tuxedo ที่หยิบเอาการผสมผสานของ Patchouli และเครื่องเทศมาสร้างกลิ่นอายของความสะอาดเจือความเท่ นิ่งลึก มอบความรู้สึกสุขุมและมั่นใจในสไตล์ Unisex เหมือนทุกครั้งที่ได้สวมชุดทักซีโดที่ตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อเสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่น
4 / 6
4.La Baguette (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์) จาก Fendi
มากกว่าแค่น้ำหอม แต่คือบันทึกความทรงจำอันแสนหวานที่ Delfina Delettrez Fendi มีต่อของว่างในวัยเด็กของลูกชายฝาแฝดอย่างขนมปังทาเนยและน้ำตาล กลิ่นนี้ถ่ายทอดไออุ่นของแสงแดดฤดูร้อนเหนือกรุงโรมและบรรยากาศวันรวมญาติที่แสนสบาย ผ่านความหวานของวานิลลามาดากัสการ์ที่เบลนด์เข้ากับกลิ่นหนัง (Leather) อันเป็นเอกลักษณ์ มอบสัมผัสที่ทั้งนุ่มนวลและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
5 / 6
5.The Venetian Soul Alchemie จาก Bottega Veneta
ผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงงานประติมากรรมแก้วมูราโนเข้ากับกลิ่นหอมที่สามารถเลเยอร์ทับซ้อนกันได้อย่างมีมิติ ไม่ต่างจากงานสานหนัง Intrecciato ที่เป็นซิกเนเจอร์ โดยเฉพาะกลิ่น Alchemie ที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมของ Leather และ Pink Pepper มอบสัมผัสที่ลึกลับและเย้ายวน สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งเมืองเวนิสและการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ถูกนำมาตีความเป็นน้ำหอมชั้นสูง
6 / 6
6.Getaria Parfum (11,200.-) จาก Balenciaga
น้ำหอมที่พาเราเดินทางกลับสู่บ้านเกิดของ Cristóbal Balenciaga เพื่อสัมผัสถึงความร้อนระอุของแสงแดดริมชายฝั่งทะเลสเปนอันเป็นรากเหง้าของแบรนด์ โดดเด่นด้วยกลิ่น Citrus และ Pink Pepper ที่ปลุกความสดชื่นของสายลมทะเล ก่อนจะเพิ่มมิติที่แปลกใหม่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากสาหร่ายทะเล และความอุ่นของแสงแดด มอบประสบการณ์กลิ่นที่ดูโมเดิร์นและเปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์





