น้ำหอมต้อนรับซัมเมอร์ ไม่ได้มีแค่กลิ่นฟรุตตี้ โว้กบิวตีี้ได้รวบรวมกลิ่นหอมที่ออกแบบมาเพื่อสู้กับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น โดยยึดหลักการเลือกกลิ่นที่มีความโปร่งสบาย กระจายตัวได้ดี และที่สำคัญคือต้องไม่หนักจนสร้างความรู้สึกเวียนหัวระหว่างวัน
การเลือกน้ำหอมต้อนรับซัมเมอร์ต้องเลือกโน๊ตของกลิ่นใน 4 กลุ่มนี้
1.น้ำหอมกลิ่น Citrus
กลิ่นโทนส้มหรือมะนาว มีโมเลกุลที่เล็กและพุ่งตัวได้ไวที่สุดในเชิงของอโรม่าเธอราพี ซึ่งจะกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขในสมองให้เรารู้สึกตื่นขึ้นทันที ในช่วงซัมเมอร์ที่มักจะเกิดอาการเหนื่อยล้าจากแดด กลิ่น Citrus จะทำหน้าที่ช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นการแก้อากาศร้อนด้วยความเปรี้ยวซ่าที่ลงตัวที่สุดและเป็นโทนกลิ่นยอดนิยมในช่วงหน้าร้อนด้วย
2.น้ำหอมกลิ่น Green & Herbal
โน้ตกลุ่ม Green และ Herbal (เช่น Mint, Basil, Sage) คือกลุ่มของต้นไม้ใบหญ้าหรือสมุนไพร มีคุณสมบัติในการช่วยผ่อนคลายหรือทำให้จังหวะความรู้สึกเราช้าลง เหมือนพาตัวเราไปอยู่ท่ามกลางผืนป่าหรือสวนหลังบ้าน ช่วยลดระดับความตึงเครียดที่เกิดจากความร้อนสะสมในร่างกายทำให้รู้สึกสงบนิ่งได้ตลอดวัน
3.น้ำหอมกลิ่น Soft Floral
ในฤดูร้อน ความร้อนจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายแรงกว่าปกติหลายเท่า การเลือก Soft Floral จึงเป็นการบริหารจัดการความหนาแน่นของกลิ่นได้อย่างดี โดยเน้นดอกไม้ที่กลิ่นหอมเบาๆ บางๆ แทนดอกไม้เข้มข้นแบบอบอวล กลุ่มนี้จะมอบสัมผัสที่หรูหรา ให้ความรู้สึกสะอาดเหมือนผ้าลินินเนื้อดีที่เพิ่งซักใหม่ ซึ่งเข้ากับลุคซัมเมอร์ที่เน้นความสบายแต่ยังมีเสน่ห์
4.น้ำหอมกลิ่น Aquatic
โครงสร้างของกลิ่น Aquatic ถูกออกแบบมาให้มีความโปร่งและเบาสบาย ในเชิงโมเลกุลน้ำหอมกลุ่มนี้มักจะมีส่วนผสมของกลิ่นสังเคราะห์ที่เลียนแบบ กลิ่นอายทะเล และอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งจะกระจายตัวได้ดีโดยไม่จับตัวกันเป็นก้อนหนาเมื่อเจอกับเหงื่อ ทำให้ผิวรู้สึก "หายใจได้" และช่วยลดทอนความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะได้อย่างดี
แนะนำ 7 น้ำหอมต้อนรับซัมเมอร์
1 / 7
1.Orphéon Eau de Toilette (9,050.-) จาก Diptyque
การตีความบทใหม่ของกลิ่นยอดนิยมที่เน้นความสดชื่นยิ่งขึ้นด้วยเลเยอร์ของ Citrus อันสว่างไสว ผสานเข้ากับความลุ่มลึกของ Cedarwood และ Juniper Berry มอบมิติกึ่ง Woody-Floral ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นทว่าน่าค้นหา ราวกับบรรยากาศการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ยามโพล้เพล้ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
2 / 7
2.Mirto di Panarea Eau de Toilette (8,900.-) จาก Acqua di Parma
กลิ่นอายแบบ Citrus-Aromatic ที่จำลองบรรยากาศอันเงียบสงบของเกาะ Panarea ในอิตาลีมาไว้ในขวด โดดเด่นด้วยความนุ่มนวลของลมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ไม่หวานผลไม้จนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกที่สะอาด สดชื่น และสะท้อนความหรูหราแบบ Effortless Elegance ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
3 / 7
3.Neroli 36 (8,650.-) จาก Le Labo
นิยามของกลิ่น Soft-Floral ที่มอบความสดใสราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกุหลาบ มะลิ และส้มแมนดาริน เบรคความหวานด้วยความอบอุ่นของมัสก์และวานิลลา เป็นกลิ่นที่ให้สัมผัสเบาสบายผิว (Skin-scent) โดยที่ความสดชื่นจะยิ่งเผยตัวชัดเจนขึ้นเมื่อกลิ่นทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิร่างกายระหว่างวัน
4 / 7
4.Sogni d’Oro (13,700.-) จาก Fendi
ความเย้ายวนอันแสนอ่อนโยนที่ถ่ายทอดผ่านกลิ่นหอมของ Iris อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเข้ากับความมีชีวิตชีวาของ Bergamot มอบความรู้สึกที่หรูหราทว่าร่วมสมัย เป็นกลิ่นโทนแป้งที่ดูสว่างและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสุข เหมาะกับช่วงซัมเมอร์ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือบรรยากาศแบบซัมเมอร์ไนต์ก็ยังเข้ากันได้อย่างดี
5 / 7
5.The Alchemist's Garden, Lignum Idealis Eau de Parfum (14,000.-) จาก Gucci
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดโมเลกุลกลิ่นไม้จากต้น Giant Sequoia เพื่อสร้างเอสเซนส์โทน Green-Woody ที่มีความแปลกใหม่และหาได้ยาก ให้ความรู้สึกที่หนักแน่น มั่นคง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสดชื่นจากธรรมชาติราวกับก้าวเข้าไปในป่าลึกที่ยังไม่ถูกรบกวน
6 / 7
6.Un Jardin sous la Mer Eau de toilette (6,900.-) จาก Hermès
เปิดมิติใหม่ของกลิ่น Aquatic ที่ชวนให้นึกถึงความลึกลับและบริสุทธิ์ของแนวปะการังใต้ท้องทะเล ด้วยการเบลนด์ดอก Tiare เข้ากับความนวลเนียนของเม็ด Tamanu จนเกิดเป็นกลิ่นหอมที่เย็นสดชื่นเหมือนสายน้ำที่ใสสะอาด มอบความรู้สึกผ่อนคลายและสงบเงียบ
7 / 7
7.Libre Berry Crush (7,650.-) YSL
การพลิกโฉมความเท่แบบ Libre ให้ดูสนุกสนานยิ่งขึ้นด้วยโทน Fruity-Floral ที่ผสมผสานความฉ่ำของเบอร์รี่เข้ากับโครงสร้างกลิ่นที่แข็งแรง เป็นน้ำหอมที่ตอบโจทย์ตั้งแต่วันพักผ่อนริมชายหาดไปจนถึงค่ำคืนซัมเมอร์ไนท์ดินเนอร์ที่ต้องการความโดดเด่นและมีสไตล์
CELEBRITY3 ตัวแทน T-Pop ที่จะมาเล่าเรื่องของน้ำหอม Idôle ในสไตล์ใหม่ที่สนุกกว่าเดิม




