Vogue Beauty Thailand

BODY

เคล็ดลับของการเป็นคนตัวหอมบุคลิกดี คือการเลือกน้ำหอมที่ 'ใช่' ให้ตัวเอง | Vogue Review

เวิร์คช็อปเล็กๆ ของ Chanel ที่ชวนมาสัมผัสการรังสรรค์กลิ่นที่มาเอกลักษณ์แบบที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

โดย VOGUE BEAUTY
28 มกราคม 2569

ทราบไหมว่ากลิ่นที่เราสูดเข้าไปจะซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเรา ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและความรู้สึก ดังนั้นการเลือกใช้กลิ่น โดยเฉพาะกลิ่นที่มาสัมผัสกาย จึงต้องเลือกจากสารตั้งต้นที่ดีที่สุด และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมน้ำหอมดีๆถึงมีราคาสูง

ใครเป็นแฟนของ Chanel คงทราบกันดีว่าผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างมาดมัวแซลชาเนลนั้น มีความหลงใหลในเรื่องของกลิ่น เธอใส่ใจและพิถีพิถัน เพราะทราบดีว่ากลิ่นน้ำหอมไม่ได้มีไว้ใช้ประพรมเพื่อสร้างเสน่ห์เพียงอย่างเดียว หากแต่ “กลิ่น” ยังส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง ตอนที่เธอออกแบบกลิ่นน้ำหอม Chanel no.5 ร่วมกับนักออกแบบน้ำหอม Ernest Beaux เธอต้องการสร้างน้ำหอมที่มีกลิ่นพิเศษ เธอให้คำนิยามว่า “กลิ่นของผู้หญิง” Chanel no.5 กลายมาเป็นน้ำหอมสุดไอคอนิกของแบรนด์

หลายทศวรรษถัดมา แตกไลน์น้ำหอมใหม่ ชื่อไลน์ว่า Les Exclusifs de Chanel น้ำหอมสุดพิเศษที่ทุกกลิ่นถูกกลั่นจากวัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลก “พื้นที่ในเมือง Grasse พื้นที่ปลูกวัตถุดิบในการผลิตน้ำหอมที่ดีที่สุดในโลก และ 99% ของพื้นที่นั้นคือสถานที่ปลูกพืชอันเป็นวัตถุดิบที่ถูกนำมาผลิตน้ำหอมของชาเนล และถ้าหากมีพืชชนิดไหนที่ไม่สามารถปลูกได้ที่กราส เราจะเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดไปปลูกในพื้นที่ที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งสารตั้งต้นที่ดีที่สุดในการผลิตน้ำหอม”

 

ทีมของชาเนลให้ข้อมูลในเรื่องนี้ ระหว่างการทำเวิร์คช้อปกลิ่นแบบไพรเวทร่วมกัน กลิ่นแต่ละกลิ่น ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง กลิ่นกำยาน กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นดอกไม้ และกลิ่นผลไม้ แต่ละกลิ่นเมื่อถูกนำมาให้ดม ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่เมื่อถูกนำไปผสมกันในรูปแบบการออกแบบของ Olivier Polge นักออกแบบน้ำหอมประจำแบรนด์ ที่เลือกเสกสรรค์น้ำหอมในคอลเล็กชั่นนี้ โดยดึงเอาโมเมนต์ต่างๆในชีวิตของมาดมัวแซลมาออกแบบ ชื่อของกลิ่นแต่ละกลิ่นรวมถึงที่มาที่ไปของกลิ่นจึงมีความหลากหลาย แต่ยังเชื่อมโยงกับช่วงชีวิตของมาดมัวแซลชาเนลอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น กลิ่น Le Lion de Chanel กลิ่นน้ำหอมที่สะท้อนถึงราศีประจำตัวของมาดมัวแซลนั่นคือราศีสิงห์ ราศีที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ สิงโตจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอ Le Lion ถูกออกแบบมาเพื่อแสดงถึงหาญกล้า แก่นไม้ Labdanum คือเบสหลักของกลิ่น เนื่องจากมีกลิ่นคล้ายแอมเบอร์และหนัง บ่งบอกถึงความหนักแน่นในจิตวิญญาณ โอลิวิเยร์เติมความละมุนด้วยกลิ่นวนิลาและเบอร์กามอต ทำให้ได้กลิ่นที่สะท้อนถึงตัวตนของสาวราศีสิงห์ผู้รักอิสระ กล้าหาญและมีความเป็นตัวเองสูง อีกหนึ่งกลิ่นที่อิวิเยร์ออกแบบได้อย่างน่าสนใจคือ Gardenia โดยเขาได้รับโจทย์มาว่าดอกคามิลเลียซึ่งเป็นดอกไม้ประจำแบรนด์นั้น เป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น ดังนั้น หากคามิลเลียมีกลิ่น กลิ่นนั้นจะเป็นเช่นไร เขาจึงดึงเอาความหอมของดอกไม้ทั้งสามชนิดอย่างเนกต้า จัสมินและออเร้นจ์ บลอสซั่มมาผสานกัน จนได้กลิ่นสัมผัสฟลอรัลอันอ่อนหวาน สงบเย็น และหรูหราในคราเดียว

จักรวาลของ Les Exclusifs de Chanel จึงเปรียบเสมือนเรื่องเล่าผ่านกลิ่นที่ แต่ละกลิ่นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนจากความทรงจำของโคโค่ ชาเนล หากยังเป็นตัวแทนแห่งความทรงจำของคนทุกคน เนื่องจากเราแต่ละคนมีกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำที่แตกต่างออกไป จะดีไหมหากเรานำความทรงจำต่างๆกลับมาทำให้สวยงามด้วยการกระตุ้นของกลิ่นที่ดีที่สุดของโลก เพราะนอกจากจะทำให้ความทรงจำแจ่มชัดแล้ว กลิ่นที่ได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี จะยังเป็นมิตรประจำตัวของเรา และยังสามารถสร้างความทรงจำให้ผู้อื่นได้จดจำเราในแบบที่เราต้องการอีกด้วย

"น้ำหอมที่ฉีดแล้วไม่ฉุนรบกวนคน แต่กลิ่นติดทน แม้อาบน้ำแล้วก็ยังไม่หลุด
ทั้งยังเป็นมิตรต่อร่างกาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นความทรงจำอันงดงาม
ทั้งหมดรวมกันอยู่ในน้ำหอมจากคอลเล็กชั่น  Les Exclusifs de Chanel นั่นเอง"

เรื่อง : ฐาดิณี รัชชระเสวี