Vogue Beauty Thailand

WELLNESS

เรื่องควรรู้ก่อนไป Hyrox ครั้งหน้าจากคำบอกเล่าของ 5 ผู้เข้าร่วมในปีนี้ | Exclusive

ประสบการณ์จริง! จาก 5 ผู้เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox ในปีนี้ที่ประเทศไทย โว้กบิวตี้ได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับทั้งเหล่าเซเลบริตี้และเทรนเนอร์สาวชื่อดัง ที่จะมาเล่าถึงการเตรียมตัวและอุปสรรคที่เจอ เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับใครที่จะเตรียมตัวไปแข่ง Hyrox ครั้งต่อไป

19 เมษายน 2569

จากปรากฏการณ์ Hyrox การแข่งขัน Fitness Race ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Hyrox ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือบททดสอบมวลกล้ามเนื้อและความอึดของหัวใจ ที่รวมเอา 8 Functional Workouts เข้ากับความเร็วในการวิ่ง 8 กิโลเมตร การแข่งขันที่วัดทั้งความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ มาดูกันว่าจากประสบการณ์ตรงของ 5 เซเลบริตี้และเทรนเนอร์ชื่อดังมากประสบการณ์ เอมมี่-มรกต แสงทวีป , คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส , แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส , เจสสิก้า คูนี่ และ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ที่ร่วมพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเองในการแข่งขัน Hyrox ในปีนี้ ตั้งแต่การเตรียมร่างกาย ความกดดันขณะแข่งขัน และหลังจากเสร็จการแข่งขันมีวิธีการผ่อนคลายและกู้ฟื้นคืนความเหนื่อยล้ากันอย่างไรบ้าง

เรื่องควรรู้ก่อนไป Hyrox ครั้งหน้าจากคำบอกเล่าของ 5 ผู้เข้าร่วมในปีนี้

เอมมี่-มรกต แสงทวีป แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox

ของมี่เองเราแข่งเป็นทีม 4 คน ก็มีการแบ่งฐานกัน มีการไปซ้อมวิ่ง Outdoor ด้วยอาจจะไม่เยอะ แต่พอถึงวันจริงแล้วมันยากกว่าที่คิด ยากกว่าที่ซ้อม มันมีปัจจัยอื่นๆ หลายอย่างที่มีผลกระทบกับเราในวันนั้น ทั้งความล้าของร่างกาย เราเป็นคนออกกำลังกายเช้าแต่เราได้แข่งกลางคืน หรืออ็อกซิเจนในฮอลล์ ด้วยความที่คนมันเยอะมากหลังแข่งเสร็จ วันรุ่งขึ้นมี่ไปกายภาพ ไปให้เขาคลายให้เราได้มากที่สุด และโชคดีที่บ้านเป็นคนออกกำลังกายกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสเปรย์คลายกล้ามเนื้ออะไรพวกนี้ก็เข้าตั้งแต่คืนนั้นเลย แนะนำถ้ารู้ว่าตัวเองจะลงแข่งก็ซ้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เลย ปัจจัยเรื่องเวลา เรื่องอ็อกซิเจนสำคัญมาก แล้วก็พกพวกแป้ง ขนมปัง กล้วย เจล อิเล็กโทรไลต์ต่างๆ นอนให้เพียงพอ

"อย่ากดดันตัวเองด้วย Pace ของคนอื่น ไปใน Pace ของตัวเอง อย่าไปคิดว่าคนข้างๆ เขาแข่งกับเรา เขาไม่ได้แข่งกับเรา เขาแข่งกับตัวเขาเองเหมือนกัน"

คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox

คิมว่าเราทำเพื่อแข่งกับตัวเองล้วนๆ เลยแล้วทำให้รู้ว่าร่างกายเราแข็งแรงกว่าที่คิด แต่คิมว่ามันเอ็กซ์ตรีมมาก ไม่ควรคิดว่าเป็นเทรนด์ที่เห็นเซเลบริตี้ทำกันเยอะแล้วอยากทำตาม เราต้องฝึกซ้อมนานมาก ๆ คิมกับญาญ่าฝึกกัน 5 เดือนก่อนแข่งขัน ตอนที่อยู่ในสนามจริง อะดรีนาลีนพุ่งสูงมาก เพราะมีคนเชียร์อัพเรา และตื่นเต้นด้วย ตอนแรกคิดว่าจะได้เข้าเป็นคนสุดท้ายแน่นอนแต่ก็ทำได้ดีกว่าที่คิด คิมไม่ออกกำลังกายหลังแข่งประมาณ 10 วันเพราะล้ามาก

 “มันคือการวัดใจ เราไม่ได้แข่งกับใครเลยมันคือการแข่งกับตัวเองว่าเราไปได้ไกลแค่ไหน”

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox

ฉันเตรียมตัวโดยเน้นไปที่การวิ่งเป็นหลัก เพราะรู้ตัวว่าการวิ่งและความอึด (Endurance) คือจุดอ่อนของฉันสำหรับการแข่ง Hyrox ดังนั้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ฉันจึงตั้งเป้าว่าจะต้องวิ่งหรือฝึกความอึดให้ได้วันละอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการฝึกความแข็งแรง (Strength Training) ตามปกติ ส่วนเรื่องอาหาร ฉันเน้นกินโปรตีนเป็นหลักเลย ในวันที่รู้ว่าต้องวิ่งเยอะหรือฝึกหนักเป็นพิเศษ ฉันจะทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple Carbohydrates) ก่อนเริ่มฝึกเสมอ เพราะรู้ว่ามันจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีพลังงานเพียงพอสำหรับการฝึกซ้อม

ท้าทายมากจริงๆ เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันคิดว่าตัวเองเริ่ม "หนักเกินไป" ในช่วงแรก จนทำให้รู้สึกว่าการเค้นแรงสู้ต่อในช่วงหลังนั้นยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะฉันลงแข่งประเภทคู่ผสม (Mixed Doubles) ซึ่งสถานีฝึกต่างๆ (Functional aspects) ต้องใช้ระดับน้ำหนักของผู้ชาย แถมฉันยังแอบเถียงกับตัวเองในหัวอยู่บ่อยๆ ว่า นี่เราพาตัวเองมาลำบากขนาดนี้ทำไมเนี่ย

สำหรับใครที่วางแผนจะลงแข่งในอนาคต ฉันอยากบอกว่า "ลุยเลยค่ะ สมัครเลย!" แม้มันจะท้าทายมาก แต่มันจะสอนให้คุณรู้จักระเบียบวินัย และทำให้เห็นพลังในตัวคุณเวลาที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก คุณมีความสามารถพอที่จะทำเรื่องยากๆ ได้ และคุณควรสัญญากับตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณทำได้ การฟื้นฟูร่างกายค่อนข้างตรงไปตรงมาความเหนื่อยล้าเริ่มส่งผลชัดเจนในช่วงไม่กี่วันหลังจากนั้น ฉันรู้ว่ากล้ามเนื้อต้องการการซ่อมแซม เลยหันมาให้ความสำคัญกับทั้งการพักผ่อนและเรื่องอาหาร ซึ่งหมายถึงการกินโปรตีนให้สูงเข้าไว้เพื่อให้กล้ามเนื้อมีสารอาหารในการฟื้นฟู นอกจากนี้ฉันยังใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างแมกนีเซียมช่วยด้วย และที่สำคัญคือ นอนพักผ่อนเยอะมาก

"คุณมีความสามารถพอที่จะทำเรื่องยากๆ ได้ และคุณควรติดค้างตัวเองที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณทำได้ค่ะ"

 

เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox

ถ้าพูดความจริงเลยคือผมซ้อมน้อย แล้วก็เจอพี่แอนน้อยในการซ้อม Hyrox แต่ทุกอาทิตย์ที่ต้องเจอกันก็จะมีไปวิ่งด้วยกันที่สวน ส่วนเรื่อง Strength training ส่วนใหญ่จะแยกกันออกกำลังกาย ผมก็ไปเล่นเวทที่ยิมบ้าง เล่นเวทที่บ้านบ้าง แต่ในช่วงก่อนแข่งเราเห็นว่ามันน่าจะอันตรายแล้ว เลยตกลงปลงใจกันว่าลอง Simulator คือการจำลองทั้งการวิ่งและฐานให้ครบเหมือนตอนเล่น Hyrox จริงประมาณ 2 ครั้ง

มันสนุกตรงที่พอเล่นคู่ มันเปิดโอกาสให้เราได้วางแผนด้วยกันเหมือนการทำงานเป็นทีม เช่น ปกติผมวิ่งกับพี่แอนคู่กัน พอเข้าฐานผมจะเข้าฐานก่อนเพื่อให้พี่แอนได้พักหลังจากที่วิ่งมา ผมจะทำก่อนแล้วมาพักช่วงกลางเพื่อให้พี่แอนได้เล่น และผมจะได้พักหายใจตอนนั้น แล้วผมก็จะไปเล่นก่อนที่จะออกจากฐาน เพื่อให้พี่แอนได้พักก่อนที่จะออกไปวิ่งอีกรอบ

เรื่องการควบคุมอาหาร จริงๆ ผมมาใช้ตอนประมาณอาทิตย์สุดท้าย เพราะก่อนหน้านี้เรา Maintain รูปร่างมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่พอช่วงก่อนจะแข่งเราต้องมาโหลดคาร์บเพิ่มขึ้น กินคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายสะสมพลังงาน และมีกินพวกเกลือแร่ในช่วงนั้นเพื่อให้ร่างกายไม่เกิดภาวะขาดน้ำครับ

ตอนลงแข่งสนามจริงมันตื่นเต้นกว่าที่คิด เพราะตอนก่อนออกตัวเรารู้สึกตื่นเต้นมากจน Heart rate เราไปมากทั้งที่ยังไม่ได้ออกกำลังกายเลย และมันสนุกตรงที่ทุกฐานเราจะเจอคนตลอดเวลา มีคนเชียร์ตลอด อุปสรรคจริงๆ คือตัวของ Hyrox เองที่ถูกออกแบบมาให้เป็นไฮบริด มีทั้งสายวิ่งและสาย Strength ซึ่งพอสองสายนี้มาบรรจบกัน Heart rate มันจะขึ้นสูงมากตลอดเวลา สิ่งที่ต้องระมัดระวังเลยคือเราจะไม่เร่งและไม่รีบตามคนอื่น เพราะคนส่วนใหญ่ที่เล่นเขามีประสบการณ์และควบคุมหัวใจกับกล้ามเนื้อของเขาได้แล้ว ถ้าเราเห็นคนอื่นวิ่งเร็วแล้วเราพยายามวิ่งตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคืออ้วกแตกครับ คือเหนื่อยมาก

หลังกลับจากการแข่ง การ Recovery ส่วนใหญ่ก็พักประมาณ 1-2 วัน แล้วเริ่มกลับไปออกกำลังกาย แต่ต้องออกกำลังกายจากเบาก่อน สมมติเคยวิ่งเร็วก็วิ่งช้าลง ยกเวทก็ยกให้เบาลง เพื่อให้ร่างกายได้ Recovery แต่อย่าหายไปเลย เพราะเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องการสะสมของแลกติกและกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกขยับ ส่วนการกินและการนอนก็ต้องทำให้ดี ในวันแรกมันจะค่อนข้าง Heat มาก เราจะรู้สึกอะดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลาและรู้สึกร้อน ก็ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนเยอะๆ ครับ

"Hyrox เป็นเป้าหมายที่ดีในการที่เราจะพัฒนาตัวเองไปอีกขั้นในเรื่องของสุขภาพร่างกายครับ"

เจสสิกา คูนี่ (Be fit with Jess) แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน Hyrox

เรื่องออกกำลังกาย ไม่ได้เตรียมตัวเท่าไหร่ ปกติออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอมาตลอด 20 ปี เรื่องอาหาร ครั้งนี้เต็มที่มากๆ ทั้งเกลือแร่ น้ำ คาร์บ ที่อัดมาเต็มที่ก่อนวันแข่ง บอกเลยว่าอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยทำให้ผ่านสนามนี้ได้ และทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ตอนแข่งเนื่องจากช่วงนั้นงานค่อนข้างเยอะ มันเลยต้องสู้กับใจตัวเองมาก แต่การที่มีเพื่อน มีคนเชียร์ ที่ช่วยเป็นกำลังใจ และลากเราไปได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และช่วยเจสได้มากเลย หลังแข่งเสร็จ รอ 3-4 ชั่วโมง ก็ไป Onsen และทำ Cold Plunge ทันทีในวันนั้นเลย แต่แนะนำว่ารอให้ร่างกายเย็นลงหน่อยก่อนนะคะ เพราะหลังแข่งเสร็จแรกๆ ร่างกายเรายังอักเสบ

"การที่มีเพื่อน มีคนเชียร์ ที่ช่วยเป็นกำลังใจ และลากเราไปได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ"

นี่ถือเป็นการแชร์ประสบการณ์จากตัวแทนผู้เข้าร่วมในปีนี้ที่จะส่งต่อให้กับคนที่มีใจและร่างกายอยากลองท้าทายขีดจำกัดของตัวเองในการแข่งขัน Hyrox ครั้งต่อไป