Wuthering Heights

LIFESTYLE

VOGUE SCOOP | สำรวจด้านมืดของความรักใน ’Wuthering Heights‘ ที่ไม่ได้มีแค่ความโรแมนติก

Wuthering Heights เรื่องราวที่บอกเล่าอีกมิติของความรัก ผลงานการกำกับลำดับที่ 3 ของ 'Emerald Fennell' ต่อจาก Promising Young Woman และ Saltburn

20 กุมภาพันธ์ 2569

เรื่อง: Gossipgun

เรียบเรียง: อชิรญา ดวงแก้ว

 

ความรักมีหลากหลายประเภท ทั้งประเภทที่ทำให้หัวใจพองโต หรือความรักที่หนักอึ้ง ราวกับคลื่นพายุที่ก่อตัวเหนือทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างของอังกฤษ ซึ่ง Wuthering Heights เป็นภาพยนตร์ที่จะพาเราเข้าไปอยู่ใจกลางพายุนั้น ผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง ‘Heathcliff’ และ ‘Catherine Earnshaw’ ที่ไม่ได้ชวนให้อิจฉา แต่ชวนตั้งคำถามว่า ความรักที่ลึกซึ้งจนแทบจะกลืนกินเป็นคนคนเดียวกันนั้น แท้จริงแล้วคือความงดงาม หรือคำสาปที่ค่อยๆ กลืนกินชีวิตของทั้งสองฝ่าย

 

“ตามความสัตย์จริงเลยนะ ฉันคิดว่าเขาคือ Daniel Day-Lewis สำหรับคนรุ่นใหม่” ‘Margot Robbie’ นางเอกระดับพันล้านจาก Barbie กล่าวชื่นชมพระเอกใหม่ของเธอ ‘Jacob Elordi’ ที่โด่งดังจากซีรี่ส์ Euphoria จาก HBO และมีผลงานล่าสุดอย่าง Frankenstein จาก Netflix ที่กวาดคำชมอย่างล้นหลาม ทั้งสองร่วมงานกันใน Wuthering Heights หนังอีโรติกจิตวิทยาย้อนยุคที่ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิกของ ‘Emily Brontë’ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1847 และถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชั่น เล่าถึงความรักต่างชนชั้นท่ามกลางความอ้างว้างของทุ่งมัวร์ในอังกฤษ โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นระหว่าง ‘Heathcliff’ เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่ถูกนำมาเลี้ยงดูและเติบโตมาพร้อมกับ ‘Catherine’ ลูกสาวเจ้าของบ้าน แต่เธอกลับตัดสินใจเลือกแต่งงานกับชายผู้มั่งคั่ง สร้างความเจ็บปวดจากการถูกทรยศจนกลายเป็นความคั่งแค้น

 

Margot เล่าว่าเธอเห็น Jacob ถ่ายทอดบทบาท Heathcliff แล้วเธอมั่นใจว่าเขาคือตัวละครนี้ “อดใจรออีกนิด เชื่อฉัน คุณจะแฮปปี้กับสิ่งที่ได้ดูในหนัง ตัวละครนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผ่านการถ่ายทอดจากนักแสดงระดับตำนานหลายคน ตั้งแต่ ‘Laurence Olivier’, ‘Richard Burton’, ‘Ralph Fiennes’ จนถึง ‘Tom Hardy’ การได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานนี้จึงเป็นเรื่องที่พิเศษมาก เขาทำออกมาได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ”

 

Wuthering Heights คือผลงานกำกับภาพยนตร์ลำดับที่ 3 ของ ‘Emerald Fennell’ นักแสดงหญิงวัย 40 ปีที่ผันตัวจากเบื้องหน้ามาทำงานเบื้องหลังอย่างเต็มตัว สองผลงานก่อนหน้าล้วนกวาดคำชมอย่างล้มหลาม ทั้ง Promsing Young Woman ที่ส่งให้เธอเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ผลงานชิ้นแรก และ Saltburn หนังตลกร้ายที่ Jacob รับบทนำ เข้าชิงรางวัลต่างๆ มากถึง 26 สถาบัน

 

Emerald เผยว่าเธอตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่อายุ 14 และกลายเป็นนิยายเล่มโปรดสำหรับเธอตั้งแต่นั้นมา “ฉันหมกมุ่นกับหนังสือเล่มนี้มาก และมันเผยตัวตนของฉันออกมา ถ้าฉันเห็นผู้กำกับคนอื่นเอาเล่มนี้ไปทำฉันคงโกรธจัด” Emerald เล่าว่าการหยิบหนังสือเล่มโปรดมาสร้างเป็นหนังนั้นเหมือนการทรมานตัวเองพอสมควรเพราะมันจะกลายเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

 

“หนังเรื่องนี้ต้องการคนอย่าง Margot มารับบทนำ เธอเป็นยิ่งกว่านักแสดงที่ยอดเยี่ยม เธอเป็นดั่งซูเปอร์สตาร์ เป็นคนที่มีพลัง มีรัศมีบางอย่างที่พระเจ้าประทานให้ พลังที่สามารถสะกดให้ลืมตัวและคลั่งไคล้เธอจนหมดหัวใจ” Emerald กล่าวชื่นชม Margot ที่ผ่านผลงานชั้นเยี่ยมอย่าง The Wolf of Wall Street และ Once Upon a Time in Hollywood มาแล้ว แต่ Margot กลับกังวลว่าเธอยังแสดงได้ไม่ดีพอเพราะ Wuthering Heights เริ่มถ่ายทำทันทีหลังจาก Margot เพิ่งคลอดลูกเพียง 3 เดือนเท่านั้น “สภาวะจิตใจของฉันตอนนั้นแตกต่างจากปกติมาก ปกติฉันจะเตรียมตัวมาอย่างดีพร้อม แต่ช่วงนั้นชีวิตของฉันดูสับสนและไม่เป็นระเบียบไปหมด ฉันจำได้เลยว่าฉันถาม Emerald ว่าจะเป็นอะไรมากไหมถ้าฉันยังเตรียมตัวมาไม่ดีพอ แต่ Emerald ตอบกลับมาว่าเธอไม่อยากให้ฉันเตรียมตัวอะไรทั้งนั้น แค่อยู่กับบทบาทตรงหน้าในปัจจุบันก็เพียงพอ” Margot เล่าว่าคำพูดของผู้กำกับเป็นวิธีอันแสนวิเศษและทำให้เธอถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

เสน่ห์ของหนังไม่ได้อยู่ที่โครงเรื่องที่โศกเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศหม่นมืดที่ค่อยๆ บีบคั้นหัวใจผู้ชม การตัดสินใจของ Catherine กลายเป็นจุดแตกหักที่ผลัก Heathcliff ดำดิ่งสู่ความแค้น หนังทำให้เห็นด้านมืดของความรักและความแค้น ซึ่งสอ่งที่ทำให้น่าสนใจคือ ความคลุมเครือทางศีลธรรม พลิกหลากหลายมิติเพื่อเล่นล้อไปกับต่อมการตัดสินของผู้ชม เพราะทุกการกระทำล้วนมีรากฐานมาจากความเจ็บปวด ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ตัวหนังไม่ได้ถามว่าทั้งสองคนรักกันเพียงใด แต่กลับตั้งคำถามกับว่า หากความรักทำให้เรากลายเป็นคนที่เราไม่รู้จัก ยังควรเรียกสิ่งนั้นว่าความรักอยู่หรือไม่

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'VOGUE SCOOP | เปิดประตูสำรวจภาพยนตร์ย้อนยุค ทำไมหนังสไตล์พีเรียดยุคปัจจุบัน จึงขาดจิวเวลรีไปไม่ได้?' ได้ที่นี่)

Photo : from Wuthering Heights Trailer