Vogue Thailand

LIFESTYLE

VOGUE SCOOP | เปิดประตูสำรวจภาพยนตร์ย้อนยุค ทำไมหนังสไตล์พีเรียดยุคปัจจุบัน จึงขาดจิวเวลรีไปไม่ได้?

ทำไมจิวเวลรีชั้นสูงถึงปรากฏตัวในภาพยนตร์สไตล์พีเรียดช่วงนี้มากขึ้น ทั้ง ‘Wurthering Heights’ ‘Bridgerton’, ‘Frankenstein’ และ ‘Nosferatu’ มาค้นหาคำตอบกัน

18 กุมภาพันธ์ 2569

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์พีเรียด โดยเฉพาะสายลึกลับและดราม่า กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง และสิ่งที่เห็นชัดคือจิวเวลรี ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเครื่องประดับประกอบฉาก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องอย่างจริงจัง เหตุผลหนึ่งคือผู้ชมยุคใหม่ต้องการประสบการณ์ที่ 'สมจริงแต่ลุ่มลึก มากขึ้น' งานคอสตูมจึงถูกยกระดับเทียบเท่างานศิลป์ชั้นครู ขณะเดียวกันเมซงจิวเวลรีระดับโลกก็เล็งเห็นพลังของภาพยนตร์ในฐานะพื้นที่สื่อสารมรดก งานฝีมือ และตัวตนของแบรนด์ การปรากฏตัวของอัญมณีในหนังยุคนี้ทุกคิดมาอย่างแยบยล ทั้งเพื่อสะท้อนสัญลักษณ์ของชนชั้นและอำนาจที่แปรเปลี่ยนไปตามตัวละครหรือแม้กระทั่งเป็นการแสดงออกถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ของตัวละคร ที่นักแสดงฮอลลีวู้ดมากฝีมือเลือกถ่ายทอดอย่างเงียบๆ บางความรู้สึกอาจไม่ได้ถูกพูดออกมาตรงๆ หรือผู้ชมอาจไม่ทันสังเกตทั้งหมด จิวเวลรีจึงทำหน้าที่เป็นส่วนขยายของสารนั้นอย่างแนบเนียน บอกใบ้ถึงสถานะ ความปรารถนา หรือความเปราะบางภายใน

 

 

Article

     ในกรณีของ Wuthering Heights ภาพลักษณ์ของ Margot Robbie กลายเป็นบทสนทนาสำคัญตั้งแต่รอบปฐมทัศน์ ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายเต็มรูปแบบเสียอีก เธอเลือกสวมหนึ่งในอัญมณีระดับตำนานของ อย่างเช่น สร้อยคอ 'Taj Mahal Diamond' ของ Elizabeth Taylor จาก Cartier อัญมณีรูปหัวใจที่ Richard Burton มอบให้ในปี 1972 และสลักถ้อยคำภาษาเปอร์เซียว่า 'Love is Everlasting' ก็กลายเป็นโมเมนต์ที่ฮือฮากันทั่วโลกโซเชี่ยล

    อีกลุคหนึ่งที่ทรงพลังไม่แพ้กันคือการเลือกเข็มกลัดอาร์ไคฟ์จาก Boucheron สองชิ้นมาประดับบนชุดเดียวกัน ได้แก่ 'Valkyrie' (1900) ตัวเรือนทองคำประดับโกเมนสีแดงและเพชร โดดเด่นด้วยศีรษะวาลคิรีสององค์ระหว่างอัญมณีกลาง และ 'Assyrian Lion' (1920) เข็มกลัดทองคำประดับรูบี้และเพชรที่สะท้อนอิทธิพลกระแสโบราณคดีช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 งานทั้งสองชิ้นให้กลิ่นอายโกธิกปนตำนานโบราณ เหมือนดึงโลกของ Emily Brontë ให้จับต้องได้ผ่านโลหะและอัญมณี ขณะเดียวกันก็สะท้อนความกล้าในการเลือกชิ้นงานที่สะท้อนบทบาทของ Margo ได้อย่างสง่างาม

     สิ่งที่น่าสนใจของจิวเวลรีใน Wuthering Heights คือทีมผู้สร้างสรรค์และสไตลิสต์ ตั้งใจที่จะไม่ยึดติดกับความแม่นยำทางประวัติศาสตร์ แต่ให้ความสำคัญกับความสวยงามและความเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น และมีการอธิบายไว้ว่า เครื่องประดับสีสันสดและเนื้อผ้าหรูหราในเรื่องนี้มาช่วยถ่วงสมดุลความหม่นและเศร้าของบรรยากาศของหนัง ความแวววาวของจิวเวลรีจึงถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ทางภาพยนตร์ เป็นแสงที่เจาะผ่านความมืดของโศกนาฏกรรม

 

 

Article

     ใน Frankenstein (2025) การเลือกใช้อาร์ไคฟ์จาก Tiffany & Co. ไม่ได้เป็นเพียงการยืมความหรูหรามาเสริมภาพ แต้คือการฝังประวัติศาสตร์ลงในเนื้อเรื่องโดยตรง สร้อยแมลงปีกแข็ง 'Favrile glass' ปี 1914 ที่ Mia Goth สวมในบท Elizabeth มีที่มาจากยุคที่ Louis Comfort Tiffany ทดลองกับแสง สี และธรรมชาติ แมลงปีกแข็งในเชิงสัญลักษณ์หมายถึงการเกิดใหม่ การเปลี่ยนผ่าน และวัฏจักรชีวิต ธีมหลักของ Frankenstein อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน 'Wade Garland Necklace' ผลงานจากปี 1900 โดย Paulding Farnham ที่ไม่เคยถูกสวมใส่มากว่าศตวรรษ ก็มาร่วมสะท้อนโลกของจิวเวลรีชั้นสูงที่งดงามแต่เปราะบาง ลวดลายพวงมาลัยและดอกไม้แบบ Belle Époque ให้ภาพความบริสุทธิ์และความฝัน ก่อนจะถูกวางท่ามกลางเรื่องราวที่ตั้งคำถามต่อขีดจำกัดของมนุษย์และศีลธรรม

     เครื่องประดับเหล่านี้เชื่อมโยงกับสภาวะภายในของตัวละคร Elizabeth ในเวอร์ชั่นนี้ ที่เธอคือหญิงสาวผู้รักธรรมชาติ มีความคิดเป็นของตนเอง และอยู่กึ่งกลางระหว่างความงามกับความลึกลับ อัญมณีจึงทำหน้าที่ขับเน้นความขัดแย้งนั้นอย่างมีชั้นเชิง กล่าวได้ว่าจิวเวลรีในเรื่องไม่ได้เป็นพร็อพประกอบฉาก แต่เป็นงานศิลปะอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเล่าเรื่องความทะเยอทะยาน ความรัก และความสูญเสียให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และตอกย้ำแนวโน้มใหม่ของภาพยนตร์พีเรียดที่ใช้จิวเวลรีชั้นสูงเป็นแกนกลางของความหมาย

 

 

 

Article

      สำหรับ Nosferatu แม้จะไม่เน้นความโอ่อ่าแบบ Maximalist เหมือนสองเรื่องก่อนหน้านี้ แต่การเล่นกับแสงและเงาทำให้รายละเอียดเล็กๆ อย่างต่างหูหรือสร้อยคอที่ Lily-Rose Depp สวมใส่นั้นมีความหมายมากขึ้น ไวต์โกลด์และไข่มุกสะท้อนแสงกับแสงเทียนเพียงบางส่วน ก็กลายเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความเย็นยะเยือกและลึกลับให้กับเฟรมภาพ จิวเวลรีในเรื่องนี้จึงทำหน้าที่เหมือนจุดสว่างเล็กๆ ท่ามกลางความมืด สะท้อนเสน่ห์แบบ Macabre Beauty ความงามที่ปะปนกับความน่าขนลุกอย่างจงใจ

 

 

Article

     ขณะที่ Bridgerton แม้จะไม่ใช่แนวโกธิกหรือสยองขวัญ แต่ก็แสดงให้เห็นชัดว่าจิวเวลรีคือเครื่องมือทางภาพที่ทรงพลัง ซีรี่ส์เรื่องนี้ใช้ 'สี' เป็นภาษาหลักในการแบ่งตระกูล เช่น ครอบครัว Bridgerton ที่มักปรากฏในโทนฟ้าอ่อนจึงถูกจับคู่กับเพชรหรืออความารีน ในทางตรงกันข้าม ตระกูลอื่นอาจเลือกโทนอุ่นหรือเข้มเพื่อสะท้อนอำนาจและบุคลิก งานเลี้ยงในเรื่องกลายเป็นเวทีประชันทั้งแฟชั่นและอัญมณี แม้เครื่องประดับส่วนใหญ่จะถูกออกแบบโดยฝ่ายคอสตูมและสร้างขึ้นเพื่อการถ่ายทำ ไม่ใช่เพชรแท้จากเมซง แต่ระดับรายละเอียดและความประณีตทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความหรูหราสมจริง สิ่งนี้สะท้อนว่าปัจจุบัน ความเชื่อถือได้ทางสายตา สำคัญพอๆ กับบทภาพยนตร์ และจิวเวลรีกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโลกสมมติที่ผู้ชมอยากดำดิ่งเข้าไปอย่างเต็มใจ

 

(สามารถอ่านเรื่อง ภาพยนตร์แวมไพร์ ‘Nosferatu’ กำลังมาแรง! ด้วยความสวยงามขององค์ประกอบภาพและเสื้อผ้า ได้ที่นี่)

Photo : Courtesy of A24, Warner Bros., Netflix, Universal Picture