Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE WATCH | สุดยอดแห่งเรือนจิวเวลรีที่สร้างความมหัศจรรย์สมนิยามคำว่า ‘Wonders’ ในอีกมิติ

จาก Watches & Wonders ประจำปี 2026 นาฬิกาจิวเวลรีคืออีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำหน้าที่นิยามคำว่า ‘สิ่งมหัศจรรย์’ ได้อย่างน่าทึ่ง

19 พฤษภาคม 2569

หลัง Watches & Wonders ประจำปี 2026 จบลง เรื่องราวความน่าสนใจของวงการนาฬิกาก็หันหาการสรุปรวบยอดความยอดเยี่ยมในมิติต่างๆ แน่นอนว่าสำหรับนาฬิการะดับพระกาฬที่โดดเด่นเชิงนวัตกรรมและได้รับการขนานนามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์จะต้องได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ในอีกมุมหนึ่งคือการถ่ายทอดเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ทว่าหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะกับสุภาพสตรีคือนาฬิกาจิวเวลรี ผลงานการรังสรรค์เรือนเวลาที่ตอบโจทย์ความงดงามและหรูหราในเวลาเดียวกัน

 

อะไรกันนาฬิกาจิวเวลรีหรือนาฬิกานาฬิกาเครื่องประดับ ?

คำถามสำคัญที่หลายคนอาจตั้งคำถาม เพราะนาฬิกาบางเรือนก็มีประดับเพชรหรืออัญมณีเพื่อเพิ่มความหรูหราอยู่แล้ว แต่นาฬิกาเหล่านั้นก็ยังไม่ถูกนับว่าเป็นนาฬิกาจิวเวลรีเสียทีเดียว เพราะนาฬิกาจิวเวลรีที่แท้จริงออกมาให้ขับความโดดเด่นในการสวมใส่ บ้างก็ฉีกกรอบดั้งเดิมและนำเสนอในรูปแบบของจิวเวลรีที่บอกเวลาได้ ในขณะเดียวกันก็มีนาฬิกาบางประเภทที่คงรูปทรงเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยการประดับเพชรหรืออัญมณีจำนวนมาก และแปรเปลี่ยนจากรูปทรงคลาสสิกเป็นกำไลข้อมือที่เรียบง่ายแต่กลับหรูหราด้วยองค์ประกอบ วันนี้โว้กจึงพาไปสัมผัสกับนาฬิกาจิวเวลรีอันน่าทึ่งจาก Watches & Wonders ปีนี้ที่ไม่ควรพลาด

Article

AUDEMARS PIGUET - Établisseurs Galets

เปิดฉากปี 2026 มา Audemars Piguet ก็ไม่รอช้าเผยโฉมนาฬิกาประจำปีให้ได้ชมก่อนงานแฟร์ ณ Palexpo เริ่มขึ้นเสียอีก ทว่าไฮไลต์ที่น่าสนใจของเมซงยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะโอเดอมาร์ส ปิเกต์ถ่ายทอดความงดงามผ่านโปรเจกต์ Établisseurs ที่ย้อนรากฐานดั้งเดิมจากช่วงศตวรรษที่ 18 กับการรวบรวมช่างฝีมือชั้นยอดเพื่อรังสรรค์ผลงานตามแขนงที่เชี่ยวชาญ ซึ่ง Établisseurs Galets ถ่ายทอดงานฝีมือในรูปแบบนาฬิกาจิวเวลรี ได้รับแรงบันดาลใจจากหิน ณ Vallée de Joux พร้อมสรรสร้างให้ทั้งตัวเรือนและสาย รวมถึงข้อต่อมีความอ่อนช้อยเป็นธรรมชาติ ทุกขั้นตอนคืองานฝีมืชั้นครู ตั้งแต่การคัดเลือกหินอัญมณีไปจนถึงการขึ้นรูปข้อต่อทองส่วนต่างๆ พร้อมทั้งสร้างเพลตรูปทรงแตกต่างกันเพื่อจำลองหินที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์แบบและเป็นแพตเทิร์น ซึ่งวัสดุหลักทำจากเยลโลว์โกลด์ 18k ทั้งเคส เม็ดมะยม ข้อต่อ เข็ม และโลโก้ เพิ่มเติมด้วยหินสีที่ถูกเจียระไนอย่างประณีต ภายในบรรจุกลไกไขลาน Calibre 3098 ทำให้กาลเวลาเดินไปอย่างไรที่ติและทำให้ธรรมชาติจากหุบเขาอันสวยงามมีชีวิตชีวาในรูปแบบเรือนเวลา

Article

CARTIER – Myst de Cartier

หากกล่าวถึง Cartier ใน Watches & Wonders เชื่อว่าทุกคนจะต้องจินตนาการถึงเรือนเวลาอันงดงามจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่ครั้งนี้เมซงเผยโฉมนาฬิกาจิวเวลรีโฉมใหม่ สรรสร้างด้วยเทคนิคที่น่าสนใจกว่าที่เคยกับ Myst de Cartier ซึ่งต่อยอดแนวคิดการสรรสร้างนาฬิกาจิวเวลรีที่แตกต่างมีเอกลักษณ์ และผลักขีดจำกัดให้ไกลขึ้นกว่าที่เคย โครงสร้างของนาฬิกากำไลข้อมือเรือนนี้พิเศษ เพราะไม่มีตัวล็อคสายแบบทั่วไป มีความยืดหยุ่นสูง สามารถยืดและเคลื่อนไหวเมื่อสวมใส่อย่างอิสระ ตัวเรือนและสายประดับเพชรระยิบระยับ ตัดกับโอนิกซ์สีดำด้านในหน้าปัด รวมถึงแล็กเกอร์สีดำที่ลงยาด้วยมือตลอดทั้งชิ้นงาน โดยนาฬิกาเรือนนี้มีเพชร brilliant-cut ทั้งหมด 634 เม็ด น้ำหนักประมาณ 6.13 กะรัต และหน้าปัดประดับเพชรแบบสโนว์จำนวน 47 เม็ด น้ำหนักประมาณ 0.35 กะรัต นับเป็นสุดยอดเรือนเวลาแห่งความหรูหราที่สอดแทรกเรื่องนวัตกรรมการพัฒนางานฝีมือให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นโดยแท้จริง

Article

VAN CLEEF & ARPELS - Lady Retrouvailles Célestes

สำหรับ Van Cleef & Arpels คงไม่มีอะไรงดงามไปกว่านาฬิกาที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวความรัก ปีนี้เมซงพัฒนา Lady Retrouvailles Célestes ออกมาด้วยการนิยามความรักของ ‘Vega and Altair’ โทนสีชมพูและโทนสีม่วง ‘mauve’ คือหัวใจสำคัญ โดยฉากหลังบนหน้าปัดรังสรรค์ด้วยเทคนิคอินาเมล champlevé โดย 2 ตัวละครรังสรรค์จากวัสดุไวต์โกลด์ประดับเพชร รอคอยการหวนกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งตามตำนาน เชื่อมประสานด้วยนกน้อยไวต์โกลด์ เมฆขาวและผ้าคลุมผ่านกระบวนการเทคนิคอินาเมล plique-à-jour พร้อมด้วยเทคนิคการทำให้อัญมณีใสทะลุปรุโปร่ง โดยตัวเรือนทำจากวัสดุโรสโกลด์ มาพร้อมองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำจากทั้งแซปไฟร์สีชมพู เปลือยมุก เรื่อยไปจนถึงการใช้เทคนิคเพนต์ขนาดจิ๋วเพื่อสร้างความสมบูร์ให้เรื่องราวความรักในตำนาน

Article

CHANEL - Noeud de Camélia Diamond Cuff

สัญลักษณ์ดอกคามิลเลียถือเป็นสิ่งสำคัญของเมซง CHANEL เสมอมา ทว่าในโลกนาฬิกากลับไม่ได้โดดเด่นหรือหวือหวามากเท่าไหร่นัก สำหรับ Watches & Wonders ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะคอลเล็กชั่นแคปซูลอย่าง ‘COCO GAME’ หรือนาฬิกา J12 และ PREMIÈRE ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทว่า Noeud de Camélia Diamond Cuff กับนาฬิกาจิวเวลรีสำหรับสวมใส่เป็นกำไลข้อมือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยนาฬิกาที่ผลิตจำกัดเพียง 5 เรือนนี้ใช้รากฐานของโบว์และพื้นผิวแบบ ‘grosgrain’ มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เน้นย้ำเรื่องความโค้งและเทคนิคระดับกูตูร์ แทบทั้งตัวเรือนทำจากวัสดุไวต์โกลด์ 18k ตัดด้วยรายละเอียดของแล็กเกอร์สีดำ มาพร้อมการประดับเพชร brilliant-cut แบบสโนว์จำนวนมากถึง 1,157 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 21.35 กะรัต มาพร้อมกับเพชร brilliant-cut ขนาดยักษ์เม็ดกลางที่มีน้ำหนักราว 1 กะรัต นอกจากนี้ยังมีการตัดขอบด้วยวัสดุไทเทเนียมในหลายส่วน โดยเฉพาะเบเซลและโบว์ ปิดท้ายความพิเศษด้วยหน้าปัดแบบซ่อนที่เผยการบอกเวลาภายในหลังจากเคลื่อนดอกไม้ตรงกลางออกมาอย่างประณีต

Article

CHOPARD - L’Heure du Diamant Cushion-Shaped Case

สุดยอดเรือนเวลาจาก Chopard มีทั้งในรูปแบบของนาฬิกาตามธรรมเนียมนิยม ไปจนถึงนาฬิกาจิวเวลรีที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเมซง โดย L’Heure du Diamant Cushion-Shaped Case คือตัวแทนของความงดงามด้านจิวเวลรีขนานแท้ ด้วยตัวเรือนทรงคุชชั่นที่รังสรรค์จากวัสดุไวต์โกลด์ 18k มาพร้อมกับการประดับเพชร สร้างรูปทรงที่น่าสนใจเช่นเดียวกับความระยิบระยับแสดงถึงความหรูหราในเวลาเดียวกัน เสริมความคอนทราสต์ด้วยหน้าโอนิกซ์สีดำทมิฬ และเม็ดมะยมเพชรที่สอดรับกับทุกองค์ประกอบ นอกจากนี้ยังมีเข็มเวลาแบบ ‘baton’ ในวัสดุเดียวกัน เพิ่มการประดับเพชร ในขณะที่หลักเวลาบริเวณ 12, 3, 6 และ 9 นาฬิกาประดับเพชร brilliant-cut ทั้งหมดสรรสร้างเป็นนาฬิกาจิวเวลรีที่หรูหราเหนือระดับ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ก็ยังรักษากลิ่นอายความดั้งเดิมและแพตเทิร์นของนาฬิกาข้อมือที่คุ้นเคย ปิดท้ายด้วยสายหนังจระเข้สีดำที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้หรูหราอย่างทรงพลัง

Article

PIAGET – Swinging Pebbles

ภาพจำของนาฬิกาสร้อยคอแบบดั้งเดิมอาจไม่ใช่ต้นแบบแนวคิดที่จะทำให้เห็นความยอดเยี่ยมของผลงานใหม่จาก Piaget เพราะการพัฒนานาฬิกาสร้อยคอยุคหลังมักอ้างอิงต้นแบบจากสมัยก่อน ด้วยแนวคิดและการใช้งานนาฬิกาสร้อยคอค่อยๆ เลือนหายไปจากสารบบมากขึ้นทุกที เมซงเพียเจต์สวนทางด้วยการพัฒนาและออกแบบนาฬิกาสร้อยคอโฉมใหม่และเปิดตัวในปี 2026 อย่างน่าตื่นเต้นกับ Swinging Pebbles แนวคิดหลักๆ ได้รับต้นแบบมาจากการนิยามนาฬิกาว่า “นาฬิกาไม่ใช่แค่ต้องเห็น แต่ต้องรู้สึกได้ด้วยรูปทรง สี และลักษณะพื้นผิว ที่เชื่อมโยงถึงผู้สวมใส่” โดยนาฬิกาสร้อยคอเรือนนี้ทำจากวัสดุหินประเภทต่างๆ ทั้ง Tiger’s Eye, Verdite และ Pietersite ตัวเรือนแต่ละชิ้นถูกเจียระไนจากหินที่แตกต่างกันออกมาในลักษณะของ ‘pebble’ หน้าปัดจะถูกวางไว้ภายในแทบจะไร้รอยต่อโดยมีเบเซลประดับเพชรคั่น ตัวสร้อยทำจากเยลโลว์โกลด์ โรสโกลด์ และไวต์โกลด์ จับคู่ตามประเภทของหินสีต่างๆ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 355P Manufacture quartz movement, H, Mn มีความยาวทั้งสร้อยและตัวเรือน 80 เซนติเมตร กันน้ำลึก 30 เมตร ทั้งหมดสะท้อนความงดงามและวิถีแห่งงานฝีมือของเมซงที่ยกระดับและนำเสนอนาฬิกาสร้อยคอโฉมใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ

Article

JAEGER-LECOULTRE - Reverso One ‘Hibiscus Rosa’

แม้ไฮไลต์ของ Jaeger-LeCoultre ในปีนี้ (หรืออาจจะทุกๆ ปี) คือเรือนเวลาชั้นสูงที่พัฒนานวัตกรรมแบบก้าวกระโดด แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คืองานฝีมือที่เมซงใส่ใจและเดินหน้าสรรสร้างผลงานอันน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ ในปีนี้กับเรือนเวลา Reverso One ‘Hibiscus Rosa’ ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่านาฬิกาไอคอนิกสามารถอวดโฉมในลักษณะของนาฬิกาจิวเวลรีได้อย่างโดดเด่นภายใต้คอลเล็กชั่น La Vallée des Merveilles™ ที่เน้นย้ำเรื่องงานศิลปะและงานฝีมือชั้นสูงที่ผูกโยงกับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ นาฬิกาเรือนนี้เชื่อมโยงถึงธรรมชาติบนเกาะฮาวาย แสดงผ่านนก Akialoa และดอกสกุลชบาสีแดง ซึ่งงานศิลปะบนหน้าปัดรังสรรค์ด้วยเทคนิคอินาเมล Grand Feu champlevé สร้างความงดงามเช่นเดียวกับมุมมองที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนไหว บางส่วนตัดขอบด้วยทองเปลว 24k ผ่านเทคนิคอินาเมล paillonné ตัวเรือนและหน้าปัด(หลัง)ทำจากวัสดุโรสโกลด์ 18k ประดับเพชร 645 เม็ด น้ำหนักประมาณ 2.37 กะรัต เชื่อมเข้ากับสายในวัสดุเดียวกันและประดับเพชรเพิ่มเติมอีก 384 เม็ด น้ำหนักรวม 5.7 กะรัต และเมื่อชมความงดงามของงานศิลปะชั้นสูงผ่านมาตรฐาน Métiers Rares™ แล้วก็สามารถพลิกหน้าปัดกลับด้านเพื่อดูเวลาอย่างแม่นยำกับหลักเวลาตัวเลขอารบิกและหน้าปัดเปลือกมุก ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Calibre 846 ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 50 ชั่วโมง

Article

BVLGARI – Serpenti Aeterna

ปิดท้ายกันด้วยสุดยอดเรือนเวลา Serpenti Aeterna นาฬิกาจิวเวลรีโฉมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ Watches & Wonders ปีก่อน ครั้งนี้กับระยะเวลา 1 ปี Bvlgari ได้สรรสร้างนาฬิกาจิวเวลรีที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหรูหรา เพิ่มเติมด้วยความสนุกและสวยงามของสีสันจากอัญมณีรูปแบบต่างๆ ในขณะเดียวกันก็รักษาความยอดเยี่ยมในการสรรสร้างรูปทรงโค้งที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูง วัสดุตัวเรือนครั้งนี้ทำจากโรสโกลด์ ใช้เวลาพัฒนา 225 ชั่วโมง และ 185 ชั่วโมงสำหรับการคัดเลือกอัญมณีและเตรียมการ รวมถึงอีก 60 ชั่วโมงในการเซ็ตอัญมณีให้สมบูรณ์ นอกจากนี้หน้าปัดยังประดับเพชรเพิ่มความระยิบระยับเช่นเดียวกับขอตัวเรือน รวมใช้เพชร brilliant-cut มากถึง 493 เม็ด น้ำหนักรวมราว 5 กะรัต เพิ่มเติมด้วยอัญมณีต่างๆ เจียระไนทั้งในรูปแบบ round-cut, pear-cut และ oval-cut รวม 122 เม็ด น้ำหนักราว 13 กะรัต (ประกอบด้วย rubellite, amethyst, topaz, emerald, citrine, pink sapphire, tanzanite,paraiba, tsavorite, spessartite, pink tourmaline, aquamarine, blue sapphire และ peridot) ก่อนจะปิดท้ายด้วยแซปไฟร์สีน้ำเงินเจียระไน briallint-cut สอดรับเข้ากับเข็มสีน้ำเงินที่โดดเด่นบนหน้าปัด นับเป็นสุดยอดนาฬิกาจิวเวลรีที่เพียบพร้อมด้วยรายละเอียดงานฝีมือ ความงดงาม และหลากหลายประจำปีนี้เลยก็ว่าได้