Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE SCOOP | เมื่อปรากฏการณ์นาฬิกา Jumping Hour โดย AP เป็นยิ่งกว่าไฮไลต์เหนือ Royal Oak

Audemars Piguet เปิดฉากปี 2026 ด้วยเซอร์ไพรส์กับนาฬิกา ‘Neo Frame Jumping Hour’ การรื้อฟื้นประวัติศาสตร์จากปี 1929 ที่ครองพื้นที่สื่อจนกลบกระแส ‘Royal Oak’ ที่คอนาฬิกาเริ่มตั้งคำถามถึงความจำเจ

09 กุมภาพันธ์ 2569

     ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กระแสความคึกคักของแวดวงนาฬิกากลับมาอีกครั้ง หลังจาก LVMH Watch Week ณ เมืองมิลานเพิ่งจบไปหมาดๆ และแบรนด์นาฬิกาก็เริ่มเผยโฉม ‘Novelties’ ประจำปีกันอย่างต่อเนื่อง ไฮไลต์ที่ทุกคนจับตารอคือ Audemars Piguet ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Watches & Wonders 2026 ทว่าแทนที่จะเก็บความลับและรอเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ในงานนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่ในรอบปี แบรนด์กลับเปิดตัวก่อนใครด้วยผลงานเรือนเวลาที่ไม่เพียงแต่เย้ายวนนักสะสม เพราะโอเดอมาส์ ปิเกต์กำลังนำมาประวัติศาสตร์อายุร่วมศตวรรษมานำเสนอใหม่อีกครั้ง ลบข้อครหาที่หลายคนปรามาสว่า “ทำไมแบรนด์ระดับไตรเทพของวงการนาฬิกาถึงมีไฮไลต์เพียงรุ่นเดียว” ผู้เขียนจึงพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการนาฬิกาในช่วงต้นปี 2026 ไปกับ #VOGUESCOOP บทความนี้

     เมื่อพูดถึงโอเดอมาสร์ ปิเกต์ หลายคนอาจจะจินตนาการภาพว่าเป็นสุดยอดแบรนด์ระดับยอดพีระมิดของวงการนาฬิกา ทว่าช่วงหลายปีหลังแบรนด์ระดับเพชรยอดมงกุฎอย่าง Patek Philippe, Vacheron Constantin หรือแม้แต่แบรนด์ที่กำลังร่ายมนตร์เสกเรือนเวลาชั้นยอดเองก็พัฒนาสร้างสรรค์นาฬิกาทั้งจากมรดกในคลังเก่าทางประวัติศาสตร์และนาฬิการูปแบบใหม่ ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้มุมมองต่อโอเดอมาสร์ ปิเกต์กลายเป็นคำถามปนข้อครหาว่า “เอพีอาจจะมีดีแค่ Royal Oak หรือไม่?” นับเป็นมุกตลกที่แอบเสียดสีถึงแบรนด์ประวัติศาสตร์ยาวนานและถูกยกขึ้นไว้บนหิ้งในระดับที่ถูกเรียกว่า “ไอคอน”

Article

     เสียงฮือฮาในวันที่โอเดอมาส์ ปิเกต์สร้างปรากฎการณ์ใหม่! ต้นสัปดาห์แรกของบเดือนกุมภาพันธ์ 2026 วงการนาฬิกามีเสียงดังกึกก้องและความตื่นเต้นของเหล่าคอนาฬิกาทั่วโลก “เอพีมีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจเสียที” คำกล่าวนี้ถูกแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเรือนเวลา ‘Neo Frame Jumping Hour’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกสตรีมไลน์และการสรรสร้างกลไกตัวเลขแบบกระโดดอัตโนมัติ นำเสนอในเลขรหัส Caliber 7122 แต่สิ่งที่สะกดตาอื่นใดคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือรายละเอียดของรูปทรงและความสง่างามที่อิงจากเรือนเวลาเก่าแก่ปี 1929 เชื่อมประสานระหว่างมรดกทางของเมซง ก้าวพัฒนากลไกรูปแบบใหม่ และความน่าตื่นเต้นที่สาวกนาฬิกาทั่วโลกรอคอย

Article

     ทุกส่วนเว้าโค้งและการตกแต่งถูกทำด้วยมือทั้งหมด เอกลักษณ์ของหน้าตาเรือนเวลาโฉมใหม่(จากต้นแบบเก่าแก่) ทำให้คนทั่วโลกพูดถึง ‘Neo Frame Jumping Hour’ ว่าเป็นไฮไลต์ของโอเดอมาส์ ปิเกต์ที่ไม่ใช่ ‘Royal Oak’ เสียที แน่นอนว่าผู้เขียนเคยมีโอกาสสัมผัสทั้ง ‘Royal Oak’ แบบต่างๆ รวมถึง ‘CODE 11:59 BY AUDEMARS PIGUET’ ต้องบอกว่าถึงคอลเล็กชั่นหลังจะมีกลไกหรือรายละเอียดน่าสนใจเพียงใด แต่แสงสปอตไลต์ก็ยังสาดส่องสู่ ‘Royal Oak’ เสมอมา ดังนั้นในแต่ละปีนาฬิการุ่นไอคอนิกจะเป็นตัวชูโรงและตอกย้ำภาพจำว่าโอเดอร์มาส์ ปิเกต์ เท่ากับ ‘Royal Oak’

Article

     ‘Neo Frame Jumping Hour’ มาพร้อมการใช้วัสดุพิงก์โกลด์ ผสมผสานกับเทคนิคการทำลวดลายกาดรูน ในขณะเดียวกันก็ตัดสลับกันโทนสีดำวัสดุแซปไฟร์คริสตัล ยกระดับมาตรฐานเรื่องฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพความคงทน นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถูกสอดแทรกเข้ามาควบคู่กับกลิ่นอายคลาสสิกของนาฬิกาอายุเกือบศตวรรษ โดยกลไก Caliber 7122 เองก็พัฒนามาจาก Caliber 7121 ที่เป็นรูปแบบ ‘Jumping Hour’ ในนาฬิกา ‘Royal Oak’ สามารถสำรองพลังงานได้มากถึง 52 ชั่วโมง ระบบกลไกแบบนี้ไม่เพียงแต่งดงาม ทว่ายังเป็นนวัตกรรมสุดคลาสสิกที่เสริมประสิทธิภาพการทำงานของนาฬิกาอย่างมีนัยสำคัญ

Article

     เมื่อความสวยงามผสานกับความแปลกใหม่ ในขณะเดียวกันก็รักษามาตรฐานความดั้งเดิม จึงไม่แปลกที่ ‘Neo Frame Jumping Hour’ จะเป็นผลงานนาฬิกาที่คนทั่วโลกพูดถึง เพราะลองนึกย้อนดูหลายปีที่ผ่านมานาฬิกาไฮไลต์ทั้งหมดคือ ‘Royal Oak’ และไม่มีการนำเสนอนาฬิกาคอลเล็กชั่นอื่นเสียเท่าไหร่ แม้เมซงจะมีต้นแบบนาฬิกาชั้นยอดมากมายแต่สุดท้ายความสนใจทั้งหมดก็ตกไปอยู่กับนาฬิกาเพียงคอลเล็กชั่นเดียว และเป็นเช่นนี้มาอย่างยาวนานหลายปี วันนี้เมื่อปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีข่าวใหญ่อะไรมาสอดแทรกในอุตสาหกรรมนาฬิกา โอเดอมาส์ ปิเกต์จึงครองพื้นที่สื่อไปโดยปริยาย และครั้งนี้ไม่ใช่กับ ‘Royal Oak’ อีกต่อไป

     การเอาชนะกระแส ‘Royal Oak’ ครั้งนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นความน่าตื่นเต้นที่เป็นของจริง เพราะการเปิดตัวเรือนเวลาไฮไลต์ประจำปี 2026 มี ‘Royal Oak’ โดดเด่นหลายต่อหลายเรือน ไม่ว่าจะแป็น ‘Royal Oak Mini’, ‘Royal Oak QP Blue Nuit Perpetual Calendar’ และ ‘Royal Oak Malachite Dial’ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ว่านาฬิกาเหล่านี้เป็นตัวประกอบ แต่เป็นตัวละครหลักที่มีของร้อนของแรงอย่าง ‘Neo Frame Jumping Hour’ มาแซงหน้าขึ้นสู่เวทีแห่งสปอตไลต์เสียมากกว่า จะว่าเป็นปรากฏารณ์นี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และหลายคนไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในยุคที่อุตสาหกรรมนาฬิกาเริ่มเดินเร็วไม่ต่างจากแฟชั่นและอุตสาหกรรมอื่นๆ การสร้างภาพความไอคอนิกและเผยโฉมนาฬิกาที่เป็นที่ต้องการคือเซฟโซนที่ไม่มีใครอยากก้าวออกมา ดังนั้นเมื่อผลตอบรับสวนทางและสามารถลบคำสบประมาทไปได้ด้วยเรือนเวลาที่ทำให้รู้สึกสดใหม่และตื่นเต้นสักครั้ง โอเดอมาสร์ ปิเกต์อาจกำลังมาถูกทาง และแน่นอนล่ะว่า ‘Royal Oak’ ก็จะไม่ได้เสื่อมความนิยมไปอย่างแน่นอน


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของแบรนด์โอเดอมาส์ ปิเกต์ได้กับบทความ โว้กเก็บครบทุกมิติกับการเฉลิมฉลอง 150 ปี Audemars Piguet ณ กรุงเทพมหานคร)

ภาพ : Courtesy of Audemars Piguet