Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

สู่จักรวาลแห่งเกม! CHANEL ฉายความสนุกผสานมิติด้านเวลาและงานฝีมือใน Watches & Wonders 2026

CHANEL รังสรรค์ผลงานนาฬิกาโฉมใหม่ในงาน Watches & Wonders ประจำปี 2026 กับการนำเสนอเรื่องราวความสนุก ความหรูหรา นวัตกรรม และความไอคอนิกเหนือกาลเวลา

14 เมษายน 2569

     ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของ Watches & Wonders ประจำปี 2026 สิ่งที่น่าตื่นเต้นจากเมซง CHANEL กับการรังสรรค์เรือนเวลาคือการสอดล้อไปกับความคึกคักและเปรียบเปรยผลงานนาฬิกาโฉมใหม่ออกมาภายใต้คอลเล็กชั่นแคปซูลชื่อ “CHANEL COCO GAME” ถ่ายทอดเรื่องราวของความสนุกในกิจกรรมเกมรูปแบบต่างๆ นำเสนอในรูปแบบเรือนเวลาชั้นยอดที่ออกแบบ ณ ปลาส วองโดม และประกอบสร้างขึ้น ณ ลาโช-เดอ-ฟอง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งกำกับดูแลโดย Arnaud Chastaingt อย่างใกล้ชิด

     ไฮไลต์ระดับพระกาฬของเมซงชาเนลคือผลงานกระดานหมากรุกที่ผสานตั้งแต่ความสลับซับซ้อน มิติเชิงศิลป์ในการออกแบบ เรื่อยไปจนถึงความละเอียดประณีตในสรรสร้าง โดยเฉพาะงานเซรามิกและการประดับเพชรอันละเอียดอ่อน โดยคอลเล็กชั่นนี้อาโนด์หยิบยกเรื่องราวของเกมต่างๆ มาเป็นหัวใจหลัก ซึ่งกระดานหมากรุกนี้มีราชินีงานประติมากรรมจำลองมาดามโคโค่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งหมากตัวอื่นๆ ก็ได้โดดเด่นด้วยงานผสมผสานระหว่างทอง เซรามิก และเพชร สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏเป็นหมากบนกระดานสะท้อนอัตลักษณ์และเรื่องราวเชื่อมโยงกับเมซงชาเนลอย่างครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น เสากลางจัตุรัสปลาส วองโดม สิงโต หุ่นลองชุด และแน่นอนว่าตัวโคโค่ ชาเนลเอง หัวใจหลักด้านวัสดุก็น่าสนใจเพราะหมาก 16 ตัวขึ้นโครงร่างเป็นงานประติมากรรมเซรามิกฉบับไฮเทค แข็งกว่าวัสดุสตีลกว่า 7 เท่า ในขณะเดียวกันอีกชุดหนึ่ง (อีก 16 ตัว) เป็นงานประติมากรรมจากวัสดุไวต์โกลด์ ทั้งหมดตั้งอยู่บนกระดานออบซิเดียนสีดำ พื้นผิวเซรามิกโทนสีขาว-ดำ ประดับเพชรบนขอบรอบตารางมากถึง 516 เม็ด น้ำหนักรวมมากถึง 15.48 กะรัต นอกจากนี้ยังมีสายโซ่ไวต์โกลด์ประดับเพชร brilliant-cut 268 เม็ด และโอนิกซ์ สร้างความหรูหราและชวนสะกดตา เชื้อเชิญให้ได้สัมผัสเกมกระดานอย่างเหนือจินตนาการสักครั้งในชีวิต

     ภายในแคปซูลคอลเล็กชั่นยังโดดเด่นด้วยเรือนเวลาอันน่าทึ่ง ยกตัวอย่างเช่น GABRIELLE WATCH กับเรือนเวลาที่จำลองอิริยาบถการนั่งอย่างสง่างามของผู้ก่อตั้งเมซง มาพร้อมชุดผ้าทวีดที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเพชร จัดเรียงอย่างละเอียดด้วยเทคนิค “tweed-setting” สรรสร้างนาฬิกาที่สะท้อนชุดไอคอนิกของเมซงในรูปแบบที่หรูหราและมีชีวิตชีวา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ปรากฏเพิ่มเติมกับนาฬิกาสร้อยคอที่สามารถเปิดขยับเพื่อเผยหน้าปัดสำหรับบอกเวลาอย่างมีลูกเล่น หรือจะเป็น COCO GAME LONG NECKLACE ตัวเรือนไวต์โกลด์ประดับเพชร ที่มาในรูปแบบของงานศิลปะพิกเซลที่ชวนให้นึกถึงเกมสมัยก่อน ซึ่งรูปแบบงานศิลปะเหล่านี้ยังปรากฏทั้งบนนาฬิกา J12 และชาร์มประดับสำหรับห้อยเรือนเวลารุ่นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีแหวน นาฬิกา PREMIÈRE กับรูปแบบกำไลประดับชาร์ม หรือจะเป็นนาฬิกา BOY·FRIEND ที่สอดแทรกรายละเอียดหน้าไพ่เข้ามาเป็นดั่งเกมที่น่าสนใจอย่างปฏิเสธไม่ได้

     “Red is Life” ถัดจากความน่าตื่นเต้นของเกมกระดานและสัญญะอย่างพิกเซลแล้ว เมซงชาเนลถ่ายทอดอีกมุมที่เชื้อเชิญให้สัมผัสถึงความหรูหราสง่างามกับ PREMIÈRE RIBBON RED นาฬิกาเดรสที่เป็นไอคอนิกของเมซง จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1987 แปรเปลี่ยนจากโทนสีดำทองที่คุ้นเคยสู่โทนสีแดงที่สะดุดตา รูปทรงจากขวดน้ำหอม N°5 และจัตุรัสปลาส วองโดม ผสมผสานกับสีแดงที่สะท้อนจักรวาลของมาดามโคโค่อย่างชัดเจน พร้อมถ่ายทอดสัญญะแห่งความหรูหราอันมีชีวิตชีวา แพสชั่นและความกล้า วาดเส้นเรื่องเป็นวัฏจักรของผู้ก่อตั้งเมซงโดยสมบูรณ์

     ก้าวข้ามมาอีกมิติ สำหรับเมซงชาเนลสิ่งที่ขาดไม่ได้ในจักรวาลนาฬิกาคือ J12 รอบนี้เน้นย้ำไปที่เรื่องไซซ์ที่ตอบโจทย์รสนิยมการสวมใส่ทั้งนาฬิกาเรือนเล็กจิ๋วและนาฬิกาไซซ์ใหญ่ โดยเจาะลึกไปที่ไซซ์ 28 มิลลิเมตรสำหรับสุภาพสตรี และไซซ์ 42 มิลลิเมตร สำหรับสุภาพบุรุษ ตัวเรือนและสายเซรามิกสีขาว-ดำ เป็นดั่งลายเซ็นที่ยังคงอมตะเหนือกาลเวลา มาทั้งในเวอร์ชั่นหลักเวลาเลขอารบิกและหลักเวลาเพชร ให้อารมณ์แตกต่างแต่คงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเมซงไว้อย่างชัดเจนที่สุด ในขณะเดียวกันก็เสริมตัวเลือกของนาฬิกาสายรับเบอร์ที่ตกแต่งราวกับเป็นริบบิ้น นอกจากนี้ยังมีดูโอ้โทนสีดำ-ทอง (ผิวด้าน) สำหรับทั้ง 2 ไซซ์ ที่เรือนขนาดใหญ่สามารถหมุนเบเซลเพื่อจับเวลาได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกันด้านความงดงามก็เพียบพร้อมด้วยวัสดุแซปไฟร์ เซรามิก หน้าปัดแล็กเกอร์ และการเคลือบโทนสีเยลโลว์โกลด์ เขยิบเข้าใกล้โลกสายสปอร์ตกับ J12 SUPERLEGGERA CALIBER 12.1 ขนาดใหญ่ (42 มิลลิเมตร เช่นกัน) ที่จุดเด่นกับหน้าปัดบอกเวลาแบบครึ่งเสี้ยวบริเวณตำแหน่ง 4 นาฬิกา เบเซลสตีลชนิดพิเศษสามารถหมุนได้อิสระทั้ง 2 ด้าน มาพร้อมการเลือกใช้โทนสีดำและแดง สะท้อนกลิ่นอายสปอร์ตได้อย่างครบถ้วนทุกสัดส่วน

     J12 ในปีนี้ยังไม่หยุดเพียงความไอคอนิกและความสปอร์ต เพราะมิติความหรูหราของ J12 DIAMONDS ยังคงน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยไฮไลต์สำคัญคือนาฬิกากลไกตูร์บิญงและเผยทุกรายละเอียดผ่านหน้าปัด ‘openworked’ ตัวเรือนและหน้าปัดประดับเพชรเจียระไนแบบ baguette-cut จำนวนรวม 101 เม็ด น้ำหนักรวมเกิน 8 กะรัต เช่นเดียวกับสายที่ประดับเพชรเจียระไนแบบเดียวกันมากถึง 502 เม็ด นอกจากนี้ยังมีเพชร brilliant-cut บนกรงตูร์บิญงและเข็ม โดยอีกเวอร์ชั่นมาพร้อมตัวเรือนและสายประดับเพชร baguette-cut เช่นเดียวกัน แตกต่างจากอีกเรือนด้วยหน้าปัดประดับเพชร baguette-cut เรียงตัวกันอย่างงดงาม สิริรวมเพชรทั้งสิ้น 629 เม็ด (baguette-cut 628 เม็ด และ brilliant-cut 1 เม็ดบริเวณเม็ดมะยม) ซึ่งนอกเหนือจากนาฬิกาเพชรแสนระยิบระยับ พร้อมกันนี้เมซงยังคงสืบทอดเรื่องราวจากการเฉลิมฉลองความสำเร็จ J12 เมื่อปีก่อน เผยโฉมเรือนเวลา J12 CALIBER 12.1 และ 12.2 โทนสีน้ำเงินผิวด้านขนาด 38 และ 33 มิลลิเมตร ตามลำดับ ซึ่งเป็นการประกาศว่า J12 ในโทนสีน้ำเงินจะเข้าสู่คอลเล็กชั่นแบบ ‘permanent’ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป

     ปิดท้ายในงาน Watches & Wonders ประจำปี 2026 กับเมซงชาเนลด้วยสัญลักษณ์สิงโต อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์ของเมซงเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคอลเล็กชั่นนาฬิกา MADEMOISELLE PRIVÉ BOUTON LION ครั้งนี้มาในรูปแบบของสร้อยคอและแหวน การแกะสลักที่ต่อเนื่องนานถึง 8 ชั่วโมงคือกระบวนการอันนำมาสู่งานประติมากรรมสิ่งโตที่งดงาม ภายใต้สิงโตแอบซ่อนหน้าปัดเรือนเวลา ฉายภาพนาฬิกาซ่อนที่คุ้นตาแต่แปลกใหม่ในทุกครั้ง เยลโลว์โกลด์สอดประสานกับโอนิกซ์ให้โทนสีดำ-ทองทรงพลัง ซึ่งสามารถถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของเมซงชาเนลกับวิถีการรังสรรค์นาฬิกาได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยแท้จริง มากไปกว่านั้นการเอ่ยถึงสิงโตยังปรากฏในชื่อของ MONSIEUR LION TOURBILLON BLACK EDITION นาฬิกาที่ภายในบรรจุกลไก CALIBER 5.1 สรรสร้างจากโรงงานของเมซงชาเนลโดยตรง มีจุดเด่นคือกลไกตูร์บิญงบริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา เชื่อมประสานกับสัญญะเชิงดวงดาวของมาดามโคโค่ ซึ่งเป็นดั่งประติมากรรมที่เชิดชูสิงโตตามราศีได้อย่างเป็นประจักษ์

     ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเรือนเวลาและประวัติศาสตร์ที่วิ่งวนสู่วัฎจักรแห่งความยอดเยี่ยมในสไตล์ของเมซงชาเนลอย่างชัดเจน จากเกมสู่งานฝีมือ จากประวัติศาสตร์สู่ความร่วมสมัย จากความไอคอนิกสู่ความน่าตื่นเต้น และที่สำคัญคือจากผู้ก่อตั้งดำเนินเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบันเชื่อมโยงถึงคอนาฬิกาและผู้หลงรักชาเนลในทุกมิติ นี่จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอเรือนเวลาประจำปี แต่เป็นการเชื่อมประสานดีเอ็นเอของเมซงสู่ผู้สัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษของชาเนลผ่านการเคลื่อนไปของเวลา ก่อนจะหยุดชั่วครู่เพื่อเชยชมและก้าวเข้าสู่จักรวาลเรื่องเวลาของเมซงอย่างเต็มอิ่ม


(สามารถอ่านเรื่องราวนาฬิกาชาเนลเพิ่มเติมได้กับบทความ #VOGUEMORE การโคจรกลับมาพบกันของ 'หมาก-ปริญ' CHANEL Ambassador และ J12 นาฬิกาข้อมือไอคอนิก)