นิทรรศการ song of mont ประจำปี 2026 จากแบรนด์ songmont จัดขึ้นที่ที่ปารีส

FASHION

"Song of Mont” นิทรรศการโดย Songmont พาทุกคนออกเดินทางสำรวจรากเหง้าแห่งซานซี สู่ “เสียงจากขุนเขา"

จากจุดเริ่มต้นในปี 2013 ผ่านเวลามากว่าทศวรรษ แบรนด์ Songmont จึงเติบโตจากแบรนด์กระเป๋าที่เกิดขึ้นจากความต้องการของแค่ผู้หญิงคนหนึ่งไปสู่แบรนด์ที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้คน การเดินทาง บ้านเกิดและสิ่งของที่อยู่ร่วมกับเราในชีวิตประจำวันได้อย่างสง่างาม

22 ตุลาคม 2569

     จุดกำเนิดแห่ง Songmont

     ในช่วงราวทศวรรษที่ผ่านมา มีคำสองคำที่ถูกพูดถึงควบคู่กันในโลกแฟชั่น คำแรกคือ “แฟชั่น” หรือความสวยงาม ส่วนคำที่สองนั้นคือ “ฟังก์ชั่น” หรือ การใช้งาน ดีไซเนอร์ระดับโลกหลายต่อหลายคนต่างเชื่อว่า ความสมบูรณ์แบบในโลกของแฟชั่นไม่ได้เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดความสวยงามเพียงอย่างเดียว และไอเท็มใดก็ตามที่ตอบสนองผู้คนแค่เพียงการใช้งานก็ดูจะไกลจากคำว่าแฟชั่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นความสมบูรณ์แบบ

     เช่นเดียวกับแบรนด์ Songmont แบรนด์กระเป๋าระดับลักชัวรี โดยวิสัยทัศน์ของ Fu Song (หรือที่หลายคนรู้จักเธอในนาม Madame Fu) ผู้ก่อตั้งแบรนด์และอดีตนักออกแบบ UX/UI ที่ได้เล็งเห็นความจริงข้อนี้ระหว่าง “ความสวยงาม” และ “การใช้งานจริง” จากประสบการณ์ตรงในการมองหากระเป๋าแล็ปท็อปส่วนตัวของเธอ นำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ Songmont ในปี 2013หรือเมื่อราว 13 ปีก่อน เพื่อออกแบบและสร้างสรรค์กระเป๋าที่ทั้งสวยงาม สะดวกสบาย และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันขึ้น ภายใต้ปรัชญา การดีไซน์ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์นั่นคือ “Design for Everyday Journey” และ “User-First Design” ที่ไม่ได้หมายถึงแค่การสร้างสรรค์กระเป๋าขึ้นเพื่อเป็นเครื่องประดับ แต่ยังหมายถึงการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คนให้ได้ใช้ชีวิตไปพร้อมกับกระเป๋าได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกช่วงเวลาของชีวิต 

     ความน่าสนใจอีกอย่าง นอกเหนือจากปรัชญางานดีไซน์ที่โอบรับเอาทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นไว้ด้วยกันในแบรนด์ Songmont ก็คือ ภูมิปัญญาด้านงานฝีมือด้านงานเย็บผ้าและงานฝีมือมาอยู่แล้ว ซึ่งเธอได้นำเอาแนวคิดของลูกสาวกลับไปยังบ้านเกิดใน มณฑลซานซี ประเทศจีน และเชื่อมโยงไอเดียดังกล่าวเข้ากับกลุ่มช่างฝีมือท้องถิ่น หรือที่แบรนด์ Songmont ขนานนามพวกเขาเหล่านั้นว่า “Granny Team” ซึ่งประกอบด้วยช่างฝีมือสูงวัยที่มีประสบการณ์ด้านการตัดเย็บมายาวนานหลายทศวรรษ ผนวกเอาไอเดียของคนรุ่นใหม่เข้ากับภูมิปัญญาอันล้ำค่าจากคนรุ่นก่อน ก่อนจะถ่ายทอดเป็นผลงานของแบรนด์ Songmont ที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมสมัยและการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรม โดยมี “ซานซี” เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของแบรนด์มาจนถึงวันนี้ 

     Songmont และงานออกแบบจากแรงบันดาลใจแห่ง “ซานซี”

     หลายต่อหลายคนคงคิดว่างานดีไซน์เป็นเรื่องของการมองหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ใหม่ที่สุดเสมอ ทว่าในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของ Songmont อีกอย่าง ไม่ใช่เพียงการสร้างสรรค์สิ่งใหม่เท่านั้น แต่คือการกลับไปสู่รากเหง้าของตนเพื่อค้นหาความหมายใหม่จากสิ่งเหล่านั้น และต่อยอดสู่ผลงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ งานฝีมือ หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นของซานซี ทุกองค์ความรู้พื้นถิ่นที่ค้นพบได้ที่นั่น ล้วนถูกรวบรวมนำมาพัฒนาผลงานและรายละเอียดของSongmont อย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่ Luna Collection ที่หยิบเส้นสายโค้งมนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงในสมัยราชวงศ์      ซ่งมาใช้ หรือจะเป็น Lattice Collection ที่นำเอาแรงบันดาลใจจากถ้ำ Kizil มาตีความผ่านเทคนิคการสานแบบ slit-and-weave รวมไปถึง Drippy Roof Collection ที่สะท้อนรูปทรงชายคาของสถาปัตยกรรมจีนโบราณออกมาบนกระเป๋าและแอ็กเซสเซอร์รี่ของ Songmont ทั้งหมดนี้สะท้อนการเดินทางเชื่อมโยงอดีตเข้ากับชีวิตร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

 

     นิทรรศการ “Song of Mont” บทเพลงแห่งขุนเขา จากรากเหง้าแห่งซานซีถึงกรุงปารีสอันเป็นหัวเมืองแฟชั่นโลก

     แม้ว่า Songmont จะขึ้นชื่อในเรื่องของงานสร้างสรรค์กระเป๋าและแอ็กเซสเซอร์รี่ แต่นั่นก็เป็นเพียงผลลัพธ์ของการเดินทางของแบรนด์เท่านั้น สิ่งที่เป็นหัวใจหลักสำคัญที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ “เบื้องหลัง” การทำงานสร้างสรรค์ที่โลกใบนี้ควรจะได้รับรู้ว่าทรงคุณค่ามากแค่ไหน…ในปี 2024 เราจึงได้เห็นแบรนด์ Songmont เริ่มต้นการจัดนิทรรศการที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้เดินทางมาสัมผัสและเรียนรู้เบื้องหลังการออกแบบ งานฝีมือระดับภูมิปัญญา รวมไปถึงเรื่องราวรากเหง้าทางวัฒนธรรมของแบรนด์ โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Songmont เลือกใช้ธีมเดียวกันในการจัดนิทรรศการนั่นคือ “Song of Mont” ซึ่งคำว่า“Song” ในภาษาจีนหมายถึง “ต้นสน” และชื่อของผู้ก่อตั้ง ขณะที่ในภาษาอังกฤษหมายถึง “เสียง” ส่วนคำว่า “Mont” นั้นเป็นคำที่ถูกย่นย่อมาจากคำว่า “Mountain” ที่แปลว่า “ภูเขา” ดังนั้นเมื่อนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นความหมายเชิงกวีที่สื่อถึง “เสียงจากขุนเขา” 

     “Song of Mont” หรือ “เสียงจากขุนเขา” คือชื่อที่สะท้อนถึงการเชื่อมโยงเส้นเรื่องของนิทรรศการตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เปรียบดั่งบทเพลงที่ร้อยเรียงเรื่องราวการเดินทางจากบ้านเกิดซานซี ผ่านงานฝีมือพื้นถิ่นระดับภูมิปัญญาและเรื่องราวของผู้คนที่นั่น ก่อนจะมาถึง ณ กรุงปารีส และถูกถ่ายทอดให้ผู้ชมจากหลากหลายวัฒนธรรมได้สัมผัสใกล้ชิด

     นิทรรศการ “Song of Mont” ในปี 2026

     สำหรับปี 2026 นี้ นิทรรศการ “Song of Mont” โดยแบรนด์ Songmontยังคงมุ่งมั่นที่จะพาผู้คนเดินทางกลับไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์ พร้อมถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของทีมนักออกแบบที่ได้เดินทางไปทั่วบ้านเกิดซานซี เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจจากทั้ง มรดกทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ และงานหัตถกรรมท้องถิ่น ก่อนนำสิ่งที่ค้นพบมาต่อยอดสู่การออกแบบต่อไป โดยเรื่องราวของนิทรรศการในปีนี้ปักหมุดหมายเริ่มต้น จาก “เจดีย์” หรือ “Tǎ” ในภาษาจีน หนึ่งในสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของมณฑลซานซี ที่สะท้อนถึงถิ่นกำเนิดและรากเหง้าของ Songmont ก่อนที่ผู้มาเยือนทุกคนจะได้เดินทางผ่านเรื่องราวของงานฝีมือ วัสดุ เทคนิคการสร้างสรรค์ และความทรงจำจากผู้คนในบ้านเกิด ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของทีมนักออกแบบแห่ง Songmont ซึ่งแต่ละองค์ประกอบทำหน้าที่เป็นเสมือนชิ้นส่วนของความทรงจำที่เชื่อมโยง “บ้าน” กับ “โลก” เข้าไว้ด้วยกัน

     อนึ่ง แนวคิดสำคัญของนิทรรศการ “Song of Mont” คือการแสดงให้เห็นว่าแรงบันดาลใจสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาและพื้นที่ได้ จากภูมิปัญญาของช่างฝีมือในท้องถิ่นในฟากโลกฝั่งตะวันออก สู่สายตาของนักออกแบบรุ่นใหม่ทั่วโลก, จากซานซีสู่กรุงปารีส สถานที่ที่ถูกยอมรับว่าเป็นหัวเมืองแฟชั่นระดับโลก หรือจากสิ่งของในบ้าน สู่เรื่องราวการเดินทางออกไปทั่วโลก นำเสนอผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและความทรงจำ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับมุมมองของ Songmont ที่เชื่อว่า “สิ่งของในชีวิตประจำวันสามารถเก็บรักษาเรื่องราวของผู้คน และการออกแบบที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องตะโกนให้เสียงดัง แต่สามารถค่อยๆ ถ่ายทอดความรู้สึกและความหมายผ่านรายละเอียดเล็กๆ”

     "Songmont และ แนวคิด “Knowing • Living • Being"

     ทั้งหมดนั้นคือปรัชญาของ Songmont ที่ต้องการถ่ายทอดผ่านแนวคิด “Knowing • Living • Being” ซึ่งสะท้อนการเดินทางของมนุษย์ในการทำความเข้าใจตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และค้นหาความเป็นตัวตนของตัวเอง สำหรับ Songmont แล้ว การเดินทางกลับบ้านจึงไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับไปหาอดีต แต่คือการกลับไปทำความเข้าใจว่าเราเป็นใคร สิ่งใดหล่อหลอมเรา และเราจะนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นสิ่งใหม่ได้อย่างไร จากซานซีสู่กรุงปารีส จากงานฝีมือดั้งเดิมสู่การออกแบบอันร่วมสมัย และจากสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันสู่เรื่องราวที่เดินทางไปทั่วโลก “Song of Mont” จึงเป็นมากกว่านิทรรศการทั่วไปที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์อย่างผิวเผิน หากเป็นอีกหนึ่งบทของการเดินทางที่ Songmont ยังคงค้นหา “เสียงจากขุนเขา” และส่งต่อเสียงนั้นออกไปสู่โลก ที่ยังคงเชื่อว่า ทุกการเดินทางมีจุดเริ่มต้น และบางครั้งการเดินทางที่ไกลที่สุด อาจเริ่มต้นจากการกลับไปค้นหาแรงบันดาลใจจากบ้านของเราเอง

     จากจุดเริ่มต้นในปี 2013 ผ่านเวลามากว่าทศวรรษ แบรนด์ Songmont จึงเติบโตจากแบรนด์กระเป๋าที่เกิดขึ้นจากความต้องการของแค่ผู้หญิงคนหนึ่งไปสู่แบรนด์ที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้คน การเดินทาง บ้านเกิดและสิ่งของที่อยู่ร่วมกับเราในชีวิตประจำวันได้อย่างสง่างาม

ภาพ : Courtesy of Songmont