Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

สำรวจ 'Cascading Veil' ไฮจิวเวลรีใหม่จาก Mouawad ที่ถ่ายทอดสายน้ำผ่านอัญมณีกว่า 130 กะรัต!

ยลโฉมผลงานไฮจิวเวลรีชิ้นใหม่ของ Mouawad ที่มีความงามของ 'สายน้ำ' เป็นแรงบันดาลใจและต้องใช้อัญมณีกว่า 130 กะรัตในการถ่ายทอดความพลิ้วไหวของสายธารา

16 ตุลาคม 2569

เรียกได้ว่าเป็นความรู้พื้นฐานเลยก็ได้สำหรับ 'ธรรมชาติ' ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่โลกจิวเวลรีมักหยิบยกมาตีความอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของบุปผาชาติ เส้นสายของใบไม้ หรือประกายระยิบระยับของแสงที่ตกกระทบบนผิวน้ำ ทว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสิ่งที่นักออกแบบคนไหนก็เห็นได้ไม่ต่างกัน แต่การที่จะถ่ายทอดคุณสมบัติเชิงประจักษ์ให้กลายเป็นจิวเวลรี จากงานฝีมือของมุษยืนี่สิ คือสิ่งที่ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้ และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจสำหรับ ‘Cascading Veil’ สร้อยคอไฮจิวเวลรี่ชิ้นใหม่แกะกล่องจาก Mouawad ที่เปลี่ยนความพลิ้วไหวของสายน้ำตามธรรมชาติให้กลายเป็นผลงานอัญมณีอันเปี่ยมด้วยจินตนาการและงานหัตถศิลป์ชั้นสูง

 

Cascading Veil สายน้ำที่ร้อยเรียงขึ้นจากเพชรและแซฟไฟร์

หากสังเกตสายน้ำอย่างใกล้ชิด ความงามของมันไม่ได้เกิดจากการไหลไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ในจังหวะที่น้ำแตกตัวเป็นริ้วสายเล็กๆ ก่อนจะรวมตัวและเคลื่อนผ่านไปอย่างต่อเนื่อง ห้วงขณะดังกล่าวคือสารตั้งต้นให้ Mouawad นำมาตีความเป็นสร้อยคอที่ให้ความรู้สึกราวกับมีม่านสายน้ำกำลังไหลรินอยู่บนตัวเรือน โดยแทนที่จะถ่ายทอดธรรมชาติผ่านรูปทรงที่เลียนแบบอย่างตรงไปตรงมา เมซงเลือกใช้การจัดวางอัญมณีและจังหวะของประกายแสงเป็นเครื่องมือสร้างภาพลวงตาและจำลองการเคลื่อนไหว

องค์ประกอบสำคัญของสร้อยคออยู่ที่การไล่ระดับเพชรธรรมชาติสีขาวสองรูปทรง ได้แก่ เพชรเจียระไนทรงกลมแบบ จำนวน 360 เม็ด น้ำหนักรวม 63.52 กะรัต และเพชรทรงหยดน้ำจำนวน 20 เม็ด น้ำหนักรวม 12.52 กะรัต รวมเพชรทั้งหมด 380 เม็ด น้ำหนัก 76.04 กะรัต เมื่อรูปทรงที่แตกต่างกันถูกจัดวางแบบแพ่กิ่งก้านสาขาออกไป ประกายของเพชรจึงทำหน้าพิ่มความระยิบระยับและช่วยนำสายตาให้เคลื่อนไปตามแนวโค้ง ราวกับกำลังมองหยดน้ำที่ไหลต่อเนื่องกันเป็นสาย

จากนั้นเพชรกว่าร้อยกะรัตก็นำสายตามาสบกับแซฟไฟร์สีน้ำเงินทรงคุชชั่นจากประเทศศรีลังกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอัญมณีชั้นดี น้ำหนักถึง 62.89 กะรัต ซึ่งตั้งตระหง่านตรงศูนย์กลางของตัวเรือน โดยความพิเศษอยู่ที่แซฟไฟร์เม็ดนี้ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน หรือที่เรียกว่า Natural Unheated ซึ่งช่วยให้อัญมณีได้เผยความงามตามแบบฉบับที่ธรรมชาติสร้างมาให้ตั้งแต่แรกได้ทุกอณู พร้อมเติมความรู้สึกถึงความลึกของผืนน้ำให้กับดีไซน์ ก่อนที่อัญมณีทั้งหมดจะถูกประกอบลงบนตัวเรือนไวต์โกลด์ 18K วัสดุชั้นดีที่ขับเน้นอัญมณีหลากขนาดหลายสีสันให้โดดเด่น แต่ยังกลมกลืนกันอย่างลงตัว

 

กว่า 550 ชั่วโมงแห่งการเปลี่ยนอัญมณีให้เป็น Cascading Veil ที่ไม่อาจจะละสายตา

ความท้าทายของการออกแบบเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากสายน้ำ ส่วนใหญ่มักอยู่ที่การทำให้วัสดุซึ่งมีความแข็งและคงรูปอย่างอัญมณี ดูอ่อนช้อยและมีชีวิตขึ้นมาได้ ซึ่งจุดนี้คือโจทย์สำคัญที่เมซงต้องตีความให้ได้ หากต้องการให้ Cascading Veil พลิ้วไหวราวกับวารีที่ไหลไปมาอย่างไม่หยุดนิ่ง และนั่นเป็นสาเหตุให้เมซงต้องมาพิจารณาถึงหลายๆ จุด ไม่ว่าจะความสัมพันธ์ระหว่างขนาด รูปทรง ตำแหน่ง และประกายแสงของอัญมณีแต่ละชิ้น การจัดวางหรือฝังให้เกิดความต่อเนื่องทางสายตา ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสมดุลขององค์ประกอบทั้งหมดไว้ด้วย เพื่อให้สร้อยคอมีความสง่างามโดยไม่ดูหนักหรือแข็งกระด้างจนเกินไป

โดยเบื้องหลังผลงานหนึ่งเส้นนี้คือกระบวนการทำงานของช่างฝีมือที่ใช้เวลากว่า 550 ชั่วโมง ตั้งแต่การคัดสรรอัญมณี การพัฒนาแนวทางการออกแบบ ไปจนถึงการประกอบส่วนต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน ความพิเศษของสร้อยคอเส้นจึงวัดเพียงจากจำนวนอัญมณีหรือขนาดของแซฟไฟร์เม็ดกลางไม่ได้ แต่ต้องมองไปถึงรายละเอียดองค์รวมด้วย เพราะแม้จะเป็นผลงานไฮจิวเวลรี่ที่มีรัตนชาติล้ำค่าหลายสิบเม็ด แต่สร้อยคอทั้งเส้นก็ยังต้องรักษาความรู้สึกพลิ้วไหวตามเรงบันดาลตั้งต้นให้ได้ด้วย ซึ่งนั่นคือจุดที่ทำให้งานฝีมือและทักษะที่สั่งสมมาตลอดมีบทบาทเหนือกว่าความเลอค่าของอัญมณี

 

Article

ทำไมสายน้ำจึงน่าสนใจ และ Mouawad เล่าภาพของมันได้จริงหรือไม่?

เหตุผลที่ไฮจิวเวลรี่ที่มีสายน้ำเป็นแรงบันดาลใจถึงน่าจับตามองเป็๋นพิเศษ อาจเป็นเพราะมันกำลังลอกเลียนแบบในสิ่งที่ไม่อาจหยุดนิ่งได้อย่างแท้จริง เพราะรู้กันดีว่าน้ำเปลี่ยนรูปทรงตามแรงโน้มถ่วง แสง และพื้นผิวที่สัมผัส ดังนั้นการเคลื่อนไหวเพียงชั่วขณะอาจสร้างภาพจำที่งดงาม แต่ก็พร้อมเลือนรางไปในชั่วพริบตา การนำธรรมชาติในลักษณะนี้มาสร้างเป็นเครื่องประดับจึงเป็นทั้งการเก็บห้วงวินาทีอันน่าหลงใหลเอาไว้ เช่นเดียวกับตั้งคำถามว่า "งานออกแบบและอัญมณีศาสตร์ที่ทำงานกับของแข็งจะทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาถูกบันทึกไว้ตลอดกาลได้อย่างไรกัน?

Cascading Veil ตอบคำถามดังกล่าวผ่านความแตกต่างระหว่างเพชรและแซฟไฟร์ เพชรสีขาวสร้างจังหวะของผิวน้ำในยามกระทบแสงที่ไหลต่อเนื่อง ขณะที่แซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้มทำหน้าที่เสมือนผืนธาราส่วนลึกซึ่งรองรับการเคลื่อนไหวนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างอัญมณีทั้งสองจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้แนวคิดเรื่องสายน้ำปรากฏขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดบนจิวเวลรี ทั้งในแง่ของสีสันและความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อมองไปยังตัวเรือน

ดังนั้น ความสำเร็จของ Cascading Veil อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้สร้อยคอดูเหมือนสายน้ำอย่างสมจริงที่สุดเหมือนคัดลอกสำเนา แต่อยู่ที่การเลือกถ่ายทอดเฉพาะคุณสมบัติสำคัญของสายน้ำนั้นออกมาอย่างมีชั้นเชิง ทั้งความพลิ้วไหว ความลุ่มลึก และประกายแสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง จนพอจะบอกได้ว่าผลงานชิ้นนี้เต็มไปด้วยศักยภาพในการเปลี่ยนจินตนาการและช่วงเวลาอันแสนสั้นของธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งที่คงอยู่ได้ยาวนานตลอดไป และตีโจทย์ของคำถามที่ว่า "จะเป็นอย่างไรหากสายน้ำถูกตีความผ่านอัญมณี?" ได้อย่างเต็มประตู

ภาพปกและภาพประกอบ : Coutesy of the Mouawad