Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

บทสัมภาษณ์พิเศษ Mouawad กับการเปิดบูติกแห่งแรกในไทยและบทใหม่แห่งงานจิวเวลรีชั้นสูง!

เปิดบูติก Mouawad แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ กับบทสนทนาว่าด้วยเหตุผลของการเลือกประเทศไทย แรงบันดาลใจเบื้องหลังคอลเล็กชั่นและความพิเศษของผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

22 ตุลาคม 2568

     Mouawad แบรนด์เครื่องประดับหรูระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 130 ปี ได้เปิดบูติกแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ Emporium ชั้น G นับเป็นก้าวสำคัญที่ Mouawad ขยายตัวสู่ภูมิภาคเอเชีย เพื่อถ่ายทอดงานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ และมรดกทางศิลปะที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน บูติกแห่งนี้ไม่เพียงสะท้อนเอกลักษณ์อันหรูหราและละเอียดประณีตของเมซง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในโอกาสพิเศษนี้โว้กประเทศไทยได้ร่วมพูดคุยกับ Fred Mouawad หนึ่งใน Co-Guardian ของแบรนด์ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์เบื้องหลังการเปิดบูติกในกรุงเทพฯ แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย และเบื้องหลังคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรีที่หาชมได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

 

 

Article

Vogue: ทำไมจึงเลือกกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของบูติกแห่งใหม่ของแบรนด์?

Fred Mouawad: กรุงเทพฯ เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเรา ผมอยู่ที่นี่มากว่า 35 ปี และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Mouawad ได้สร้างความสัมพันธ์กับประเทศไทยผ่านการจัดแสดงนิทรรศการ การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมถึงแคมเปญที่สร้างการจดจำให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เราจึงมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมีพื้นที่ถาวรของเราเอง และโชคดีที่เราได้ทำเลที่เหมาะสม ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าของโครงการศูนย์การค้า ทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ และเรายินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสให้บริการลูกค้าของเราในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

 

V: บูติกที่กรุงเทพฯ มีความพิเศษต่างจากที่อื่นอย่างไร?

F: ที่นี่ถือเป็นบูติกเจเนอเรชั่นใหม่ของ Mouawad ในด้านดีไซน์และบรรยากาศ โดยเราได้ผสานองค์ประกอบจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับเอกลักษณ์ระดับโลกของแบรนด์อย่างกลมกลืน จุดเด่นคือ Heritage Room ซึ่งตกแต่งโดมด้วยเทคนิคปิดทองคำเปลว งานศิลป์ที่พบได้ตามวัดและพระราชวังของไทย เรายังเพิ่มวัตถุศิลป์ เช่น รูปช้างและสถาปัตยกรรมไทย เพื่อสะท้อนกลิ่นอายแห่งท้องถิ่น พร้อมกับยังรักษาภาษาการออกแบบของแบรนด์ในระดับสากลไว้อย่างครบครัน

 

 

"The Sun and the Seven Wonders"

 

V: คอลเล็กชั่นที่นำเสนอในบูติกแห่งนี้มีแรงบันดาลใจจากอะไรบ้าง?

F: Mouawad แบ่งผลงานออกเป็นสามระดับ คือ ไฟน์จิวเวลรี, ไฮจิวเวลรี และระดับมาสเตอร์พีซ โดยในกลุ่มไฟน์จิวเวลรี "Flower of Eternity" เป็นคอลเล็กชั่นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งในปีนี้เราเพิ่มวัสดุอย่างเปลือกหอยมุก, เทอร์ควอยซ์, มาลาไคต์ และลาพิส ลาซูลี เพื่อมอบสีสันที่น่าหลงใหล ส่วน "Wings of Wonder" คอลเล็กชั่นผีเสื้อของเรานั้นมีให้เลือกทั้งในรูปแบบไฟน์จิวเวลรีและไฮจิวเวลรี ในขณะที่กลุ่มไฮจิวเวลรีประกอบด้วยชิ้นงานยูนีกเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะระดับมาสเตอร์พีซ ซึ่งเรานิยามว่าเป็นชิ้นงานที่มีมูลค่าเริ่มต้นตั้งแต่หนึ่งล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป

ล่าสุดเราได้เปิดตัวคอลเล็กชั่น "The Sun and the Seven Wonders" ที่หยิบแรงบันดาลใจจากสิ่งมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดของโลกมาถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่หลากหลาย โดยมี ‘พระอาทิตย์’ เป็นสัญลักษณ์นำทาง ด้วยการใช้เพชรสีเหลืองคุณภาพสูง ซึ่งเรานำเข้าตั้งแต่ยังเป็นเพชรดิบจากแหล่งสำคัญในแอฟริกาใต้และเจียระไนเองภายในบริษัทของบแบรนด์ เช่น สำหรับแรงบันดาลใจจากโคลอสเซียม เราออกแบบชิ้นงานด้วยเพชรสีเหลืองเม็ดใหญ่ เพื่อสะท้อนความอลังการของสถาปัตยกรรมในตำนาน

 

 

V: คุณคาดหวังว่าผู้ที่มาเยือนหรือลูกค้าจะได้ค้นพบหรือหลงรักอะไรจากบูติกแห่งนี้?

F: สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง 'ตัวตนทางกายภาพ' ของแบรนด์ในประเทศไทย เรามีการรับรู้ของแบรนด์อยู่แล้วในหมู่ลูกค้า ไม่ว่าจะผ่านงานอัญมณีหรือแคมเปญที่เราทำมาตลอดหลายปี แต่นี่คือโอกาสพิเศษที่เราจะเปิดบ้านให้ผู้คนได้มาสัมผัสกับแบรนด์อย่างแท้จริงทั้งดีไซน์ สีสัน รายละเอียดของงานฝีมือ และความหลากหลายของคอลเล็กชั่นได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอเพียงนิทรรศการไม่กี่ครั้ง การเปิดบูติกนี้จึงเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า Mouawad มีบ้านถาวรในกรุงเทพฯ แล้ว และเรายินดีต้อนรับลูกค้าชาวไทยเสมอ

 

 

(สามารถอ่านเรื่อง MARCO BICEGO จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี พร้อมเปิดตัวมิวส์คนใหม่! ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Mouawad