Vogue Thailand

FASHION

เจาะลึกเบื้องหลังนักวาดแอนิเมชั่นระดับตำนานกับแคมเปญช่วงเทศกาลปี 2026 ของ PRADA

PRADA จับมือร่วมกับ John Pomeroy สรรสร้าง Holiday Campaign 2026 การย้อนสู่รากฐานศิลปะวาดมือ ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้

30 ตุลาคม 2569

มิติความสร้างสรรค์เพื่อการสรรสร้างแคมเปญเฉลิมฉลองเทศกาลปลายปีถือเป็นไฮไลต์สำคัญอีกในช่วงส่งท้ายศักราชที่จะมาพร้อมไอเดียความสนุกสนาน แนวคิดแปลกใหม่ และทิศทางเชิงแนวคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับ ‘Holiday Campaign 2026’ ของ PRADA เป็นภาพสะท้อนได้อย่างงดงามถึงวิธีการเนรมิตเรื่องราวของแฟชั่น ผนวกเข้ากับงานศิลปะที่ไม่ได้ซ้ำทับลายอยู่กับศาสตร์แขนงเดิมทั่วไป หรือพยายามทันสมัยด้วยความก้าวหน้า แต่เป็นการหยิบยกเอารากฐานของการสร้างสรรค์แบบดั้งเดิมมาเป็นแกนหลักสำคัญ ซึ่งการสรรสร้างแคมเปญด้วยแอนิเมชั่นแม้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ในทางหนึ่งมันกลับสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่อาจเลือนหายไปหากไม่ได้การรักษาหรือฟื้นฟูได้อย่างร่วมสมัย

 

PRADA Holiday Campaign 2026 การสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นสอดประสานกับงานแอนิเมชั่นแบบดั้งเดิม

John Pomeroy คือชื่อที่ปรากฏเด่นชัดการบทบรรยายแคมเปญสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปลายปีของแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน เขาคือตำนานที่ยังมีลมหายใจผู้สร้างสรรค์ผลงานที่สร้างความทรงจำให้กับเด็ก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) ทั่วโลก แนวทางการทำงานของจอห์นไม่ใช่การพึ่งพาเทคโลโนยีเพื่อเนรมิตผลงานแอนิเมชั่นให้ออกมาลื่นไหลหรือก้าวล้ำนำสมัย เพราะวิธีการวาดมือแบบดั้งเดิมคือการเขียนจารึกเรื่องราวผ่านลายเส้นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แคมเปญของปราด้าทั้งในรูปแบบของภาพแฟชั่นหรือภาพยนตร์สั้นผนวกเอาฉากหน้าความเป็นจริงผ่านบุคคลอันเป็นตัวแสดง ไม่ว่าจะเป็น Chen Haoyu, Luther Ford, KelvinHarrison Jr., Maya Hawke และ Sadie Sink สอดประสานกับฝีมือการถ่ายภาพของ Glen Luchford พร้อมด้วยสารตั้งต้นแห่งความสร้างสรรค์โดย Miuccia Prada และ Raf Simons ภาพวาดของจอห์นไม่ได้หยุดนิ่งเฉย แต่มันกลับมีชีวิตราวกับกำลังพาทุกคนย้อนเข้าสู่โลกแอนิเมชั่นแบบดั้งเดิม บรรยากาศแห่งฤดูหนาว ความสนุก และความเป็นเด็ก แผ่ขยายด้วยความมหัศจรรย์เชิงศิลปะ เรื่องราวที่เล่าต่อกันในช่วงฤดูหนาวจากรุ่นสู่รุ่น ความรู้สึก ประสบการณ์ และห้วงอารมณ์ของมนุษย์ ทั้งหมดสอดผสานกันอย่างมีมิติ สะท้อนออกมาในรูปแบบกลิ่นอายฮอลลีวู้ดยุคเก่า หนังสือเล่าเรื่องที่มีคาแร็กเตอร์สรรพสัตว์แสนน่ารัก ทั้งหมดที่เป็นผลงานวาดมือคือกระจกสะท้อนความสวยงามจากฝีมือมนุษย์ ความเป็นมนุษย์อันเชื่อมโยงกับความสร้างสรรค์เช่นเดียวกับอัตลักษณ์ของปราด้า

John Pomeroy เป็นใคร ทำไมนักวาดแอนิเมชั่นระดับตำนานถึงทำให้แคมเปญเฉลิมฉลองน่าตื่นเต้น

หากย้อนกลับไปหลายทศวรรษก่อนแอนิเมชั่นหรือการ์ตูนไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนอะไรเท่าไหร่นัก ผลงานแทบทั้งหมดเป็นงานวาดมือของศิลปิน ซึ่งหนึ่งในนักวาดแอนิเมชั่นระดับพระกาฬอย่างจอห์นสั่งสมประการณ์การทำงานและสรรสร้างมาสเตอร์พีซมาให้เราสัมผัสมาโดยตลอด ไม่ว่าจะทั้งรู้หรือไม่รู้ถึงเบื้องหลังก็ตาม เมื่อราวครึ่งศตวรรษก่อนจอห์นเริ่มเส้นทางนี้กับ Walt Disney Animation Studios ในฐานะนักวาดภาพแบ็กกราวน์ ก่อนจะขยับตำแหน่งขึ้นสู่แอนิเมเตอร์แบบฟูลไทม์ โดยโปรเจกต์เริ่มต้นก็ได้ทำงานสร้างสรรค์แอนิเมชั่นไอคอนิกอย่าง ‘Winnie the Pooh and Tigger Too’ ก่อนจะมีผลงานอย่าง ‘Banjo the Woodpile Cat’ ร่วมกับ Don Bluth และ Gary Goldman ซึ่งต่อมากลุ่มแอนิเมเตอร์ก็แยกตัวออกมาสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ร่มเงาของ Don Bluth Productions เขาใช้เวลาอยู่ที่ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เพื่อสร้างงานศิลปะในศาสตร์ที่ตนเองเชี่ยวชาญมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกินหลักทศวรรษ หลังจากนั้นเขาก็กลับมาสู่ชายคาดิสนีย์อีกครั้ง และมีผลงานสร้างชื่ออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงยุคแห่งการเติบโตของภาพยนตร์แอนิเมชั่น จากการ์ตูน ซีรี่ส์ และเรื่องสั้น แปรเปลี่ยนสู่ผลงานจอเงินเต็มรูปแบบ แม้เขาจะออกจากดิสนีย์ไปตั้งแต่ปี 2003 แต่ด้วยความสามารถระดับแถวหน้าของวงการ จอห์นยังคงสร้างชื่อให้ตัวเองด้วยผลงานอันน่าจดจำมากมายในฐานะแอนิเมเตอร์อิสระ ถ้าพูดถึงผู้กำกับภาพยนตร์แล้วคนจะนึกถึงชื่อตำนานอย่าง Alfred Hitchcock, Quentin Tarantino, Martin Scorsese ต้องบอกว่าในวงการแอนิเมชั่น จอห์นคือหนึ่งในไอคอนที่ถูกยกย่องอย่างยิ่งใหญ่มาโดยตลอดเช่นกัน

ผลงานของ John Pomeroy กับการสร้างความทรงจำวัยเด็กของคนหลายยุคหลายสมัย

จอห์นทำงานด้านแอนิเมชั่นมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ชื่อผลงานของเขานอกจากการสร้างชื่อกับดิสนีย์ในยุคแรกดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เขายังมีผลงานระดับตำนานที่เติมเต็มห้วงเวลาแห่งจินตนาการได้อย่างยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่น An American Tail เรื่องราวของหนูตัวน้อยชาวรัสเซียเชื้อสายยิวที่อพยพสู่สหรัฐอเมริกาเกิดพลัดหลงและนำมาสู่การผจญภัยอันน่าติดตาม หรือจะเป็น The Land Before Time เรื่องราวของกลุ่มไดโนเสาร์สุดแสนน่ารักที่ครองใจคนทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นผลงานที่จอห์นสรรสร้างภายใต้การทำงาน Sullivan Bluth Studios ที่หลอมรวมสตูดิโอของกลุ่มแอนิเตอร์เดิมที่เคยประสบปัญหาเชิงเศรษฐกิจ หลังจากกลับมีใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาและร่วมทำงานกับดิสนีย์อีกครั้ง เขาก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานอย่าง Pocahontas หรือจะเป็นการควบคุมและสร้างงานแอนิเมชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น Fantasia 2000 และ Treasure Planet เป็นต้น นอกจากนี้เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแอนิเมชั่นระดับขึ้นหิ้งอย่าง The Simpsons Movie, Tom and Jerry ในหลากหลายภาค หรือจะเป็น Space Jam: A New Legacy ในฐานะนักสร้างสรรค์แอนิเมชั่นอิสระ รูปแบบการทำงานของจอห์นยังคงได้รับความสนใจและเป็นต้นแบบในการศึกษางานแอนิเมชั่นจวบจนปัจจุบัน แม้เรื่องราวการทำงานจะไม่ได้โดดเด่นเป็นชื่อที่ปรากฏเบื้องหน้า แต่ในฐานะคนเบื้องหลังเขาคือซูเปอร์ฮีโร่ที่มอบความสุขให้คนทั่วโลกมาแล้วนักต่อนัก
 

เสน่ห์ของผลงานการวาดมือโดย John Pomeroy สิ่งที่ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้

ในโลกที่เต็มไปด้วย AI ยุคปัจจุบัน ความน่าตื่นเต้นเมื่อราวปี 2022 – 2024 มีกระแสย้อนกลับและคนทั่วโลกโหยหาผลงานศิลปะจากฝีมือมนุษย์ โลกแอนิเมชั่นที่ยุคสมัยแปรเปลี่ยนสู่มิติด้านดิจิทัลเต็มรูปแบบ งานวาดมืออาจไม่ใช่ศาสตร์แขนงหลักอีกต่อไป ทว่าการมาถึงของกระแสตีกลับ AI กลับทำให้ศิลปะแขนงต่างๆ ที่อาจเผชิญกับความยากลำบากได้รับความสนใจอีกครั้ง คุณค่าของงานฝีมือมนุษย์ทั้งการวาดแอนิเมชั่นจากฝั่งตะวันตกหรือฝั่งญี่ปุ่นเองจึงกลายเป็นศาสตร์ที่ทุกคนสนใจและมองว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ของใครหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ ถึงกระนั้นจอห์นก็ไม่ใช่นักสร้างสรรค์ที่ยึดติดกับความดั้งเดิมเสียทีเดียว เขายังเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ นอกจากบทบาทแอนิเมเตอร์ เขายังเป็นนักปั้นที่สร้างสรรค์ผลงานเพื่อทำโมเดลสามมิติสำหรับการสร้างคาแร็กเตอร์ด้วยเช่นกัน รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานเช่นงานภาพเชิงประวัติศาสตร์และการสร้างอาวุธโบราณสำหรับใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ถึงกระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นสายลายวาดของจอห์นคือชีวิต แคมเปญปราด้าส่งท้ายปี 2026 กับการจับมือร่วมกันคือการย้อนกลับสู่รากฐานศิลปะจากฝีมือมนุษย์ที่ไม่มีอะไรทดแทนได้ และยิ่งเทคโนโลยีก้าวไปไกลมากเท่าไหร่ เชื่อว่าหลายคนจะหวนกลับมาหา ‘Human Touch’ มากขึ้นเท่านั้นแน่นอน


(สามารถอ่านเรื่องราวของแบรนด์ปราด้าเพิ่มเติมได้กับบทความ "ที่นี่คือจุดเริ่มต้นทุกอย่างของ Prada": Lorenzo Bertelli พูดถึง Prada Galleria แห่งใหม่)

ภาพ : Courtesy of PRADA