ภาพยนตร์

LIFESTYLE

5 บทเรียนจากภาพยนตร์ The Intern ที่เอาไปใช้ได้ในการทำงาน

พบกับภาพยนตร์ที่ให้ทั้งฟีลกู๊ดและบทเรียนจากสังคมการทำงาน

16 ตุลาคม 2569

*บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์บางส่วน

The Intern เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ให้สถานะฟีลกู๊ดจากค่าย Warner Bros Pictures ที่ออกฉายในปี 2015 นำแสดงโดย Robert De Niro ที่รับบท Ben Whittaker และ Anne Hathaway ที่รับบท Jules Ostin เส้นเรื่องดำเนินตามรอยหนุ่มใหญ่วัยเกษียณอายุ 70 ที่วกกลับมาเป็นอินเทิร์นรุ่นเก๋า ให้กับบอสสาวคลั่งงานเจ้าของบริษัทเว็บไซต์เสื้อผ้าแฟชั่น แน่นอนแม้จะผ่านมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว แต่ด้วยความเบาสบายของเนื้อเรื่อง ที่ผสมผสานกับการได้ขบขันนิดหน่อยของตัวละคร และได้ข้อคิดจริงจังในการทำงาน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องฮีลใจที่ใครๆ ก็อยากหยิบขึ้นมาดูอยู่บ่อยครั้ง วันนี้โว้กเลยขอหยิบบทเรียนสัก 5 ข้อจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้ทุกคนได้เอากลับไปปรับใช้ในการทำงานของตัวเองกัน

 

การเปลี่ยนองค์กรงานไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

สำหรับใครที่เบิร์นเอ้าท์กับเนื้องานหรือองค์กรที่ทำอยู่ และอยากจะลองย้ายไปทำอะไรใหม่ๆ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากลัวสักนิด อย่างในเรื่องเองตัวละครหลัก “เบน” ผู้คร่ำเคร่งอยู่ในบริษัทผลิตโฟนบุ๊คจนถึงช่วงวัยเกษียณ เขายังอยากกลับไปเรียนรู้งานกับคนรุ่นใหม่และองค์กรใหม่ที่ไปไวอย่างรวดเร็ว และจากในเรื่องเองแม้เขาจะมีความตื่นเต้นในวันก่อนเริ่มงานอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลยสักนิด เราเลยอยากให้จำไว้ว่าการที่เราอยากเปลี่ยน เป็นเพราะเราต้องการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตให้ดีขึ้น

Article

เครดิตภาพ: Warner Bros. Pic

การขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย

อย่าคิดว่าการขอความช่วยเหลือในเรื่องงานเป็นสิ่งที่น่าอาย เพราะไม่งั้นมันอาจทำให้โปรเจกต์พังตั้งแต่ต้นสายโดยไม่รู้ตัว อย่างตัวละคร “เบกกี้” เลขาสาวผู้จบจาก Yale University เองก็ทำงานตัวเป็นเกลียวได้นอนเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมงจนมึนงงไปหมด แต่กลับไม่กล้าออกปากขอความช่วยเหลือ เพียงเพราะเธอกลัวจะถูกมองว่ารับผิดชอบงานของตัวเองไม่ได้ จนกระทั่ง “เบน” ได้ก้าวเข้ามาช่วยจัดการ จริงๆ แล้วการขอความช่วยเหลือนับเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะมันจะช่วยให้งานกระจายถ่ายเทได้สำเร็จเร็วขึ้น 

 

จงยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง

การทำงานไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรใหญ่หรือเล็กคุณต้องเจอกับคนมากมายอยู่แล้ว การเปิดใจและยอมรับความแตกต่างทั้งวิธีการทำงานและวิธีคิด ก็จะช่วยให้นอกจากอยู่ในองค์กรได้อย่างสมดุลแล้ว ยังช่วยให้เราได้มุมมองอะไรใหม่ๆ ในการทำงานและการใช้ชีวิตด้วย เหมือนที่ “จูลล์” เองก็ลดอาการตั้งแง่และยอมรับวิธีการทำงานหรือความคิดที่ต่างออกไปของ “เบน” ผู้ช่วยอินเทิร์นวัยเกษียณ จนทำให้เธอมองเห็นถึงประสบการณ์ในการทำงานของเขา ที่เธอสามารถหยิบมาปรับใช้เพื่อบริษัทได้ในที่สุด

 

อย่าลืมสร้างมิตรภาพในที่ทำงานบ้าง

บางคนอาจจะเป็นสายอินโทรเวิร์ตไม่ค่อยถูกกับการเข้าสังคม แต่ในการทำงานแล้วคุณจะคาดหวังแค่เข้างานเช้าเลิกงานเย็น โดยไม่ผูกสัมพันธ์กับใครเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะระบบการทำงานเองก็ต้องพึ่งพาและถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเพื่อให้งานลุล่วง อย่าทำตัวเหมือน “จูลล์” ที่แม้จะทักทายเกือบทุกคนแต่เอาเข้าจริงเธอกลับจำเพื่อนร่วมงานหรือลูกจ้างได้น้อยมาก ถึงขนาดตัวละครหนึ่งพูดขึ้นหลังช่วยเธอทำภารกิจสำเร็จว่าตัวเขาทำงานให้เธอก็หลายปี แถมยังเคยผูกเชือกรองเท้าให้ลูกเธอด้วยซ้ำแต่เธอจำไม่ได้

Article

เครดิตภาพ: Warner Bros. Pic

แม้อายุจะเยอะแต่ก็อย่าหมดแพชชั่น

กิมมิคของเรื่องนี้คือการที่หนุ่มใหญ่วัยเกษียณอยากกลับไปทำงานด้วยแพชชั่นอีกครั้ง ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุไหน ไม่มีอะไรที่เริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ไม่ได้ เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน และอายุก็ไม่ได้เป็นตัววัดว่าต้องประสบความสำเร็จตอนไหน บางคนเปลี่ยนงานจนอายุ 50 ถึงค้นพบสิ่งที่อยากทำ บางคนรู้ตัวเร็วตั้งแต่ 15 แต่ก็มาเปลี่ยนเอาอีกครั้งหลังได้ประสบการณ์การใช้ชีวิต เพราะงั้นไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหนของเส้นชีวิต หรืออายุเท่าไหร่ของเส้นเวลา ขอเพียงแค่คุณอย่าหมดแพชชั่นในตัวเองเท่านั้นพอ

 

ล่าสุดสำหรับภาพยนตร์ The Intern ฉบับรีเมกของเกาหลีใต้ที่นำแสดงโดย “ฮันโซฮี” และ “ชเวมินซิก” เองก็แว่วเตรียมตัวจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 29 ตุลาคมนี้แล้วด้วย เรื่องราวของการตื่นเช้าขึ้นมาทำงานในทุกวัน ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอเหมือนกันทั้งโลก ดังนั้นการมีทริคเล็กๆ น้อยๆ ให้หยิบเอาไปปรับใช้กันสักหน่อยก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอุ่นใจอยู่เหมือนกัน

 

ภาพปก : Courtesy of Warner Bros. Pic