การจะวัดว่าศิลปินคนหนึ่งมีคุณภาพจริงๆ ขนาดไหนคุณว่าเขาวัดจากอะไร? ยอดขาย? ฐานแฟนคลับ? หรือความถี่ในการออกเพลง? สำหรับเราแล้วคือเรื่องของเสียงร้องล้วนๆ ศิลปินรุ่นใหม่หลายคนเน้นไปที่การแสดงและแสงสีมากเกินไปจนบางครั้งไม่ได้เทรนการร้องให้มีคุณภาพ จึงไม่วายลงท้ายด้วยการลิปซิงค์หรือการเปิดแบกกิ้งแทรคช่วยเอา และสุดท้ายก็จะมาตกม้าตายเอาตอนร้องสด Live Session ที่นับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ทรงอิทธิพลในยุคนี้ เพราะแฟนเพลงยุคใหม่ชอบให้ศิลปินของตัวเองได้โอกาสโชว์ของ โชว์เนื้อเสียงและทักษะจริงๆ เพื่อให้เห็นทั้งความเป็นมืออาชีพ ความดิบ และพลังของการพลิกแพลงเรียบเรียงดนตรีใหม่ โว้กเลยอยากจะพาทุกคนไปดู 5 ช่อง Live Session ที่เปลี่ยนวิธีเสพเพลงของคนรุ่นใหม่ในตอนนี้
NPR Music: Tiny Desk Concerts
จุดเด่นของ Live Session นี้อยู่ที่คอนเซปต์กับการเปลี่ยนมุมโต๊ะทำงานธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเวทีแสดงสด โดยศิลปินและทีมจะปลดเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ออก เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นเพื่อความเรียบง่ายและไม่กินพื้นที่ ในขณะที่โปรดักชั่นก็มีการเรียบเรียงดนตรีใหม่เกือบหมด เป็นการลดไซส์ดนตรีลงให้ดูเป็นกันเองมากขึ้น มีความ Intimate และใกล้ชิดกับผู้ชมในห้อง เพราะไม่มี Stage Boundary หรือไม่มีเวทียกสูงนั่นเอง ส่วนไวป์ของเซสชั่นนี้จะเน้นการออแบบไปที่ความสมจริงของฉากหลังที่เป็นชั้นหนังสือ แผ่นเสียง และของสะสมส่วนตัวในออฟฟิศจริงๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปฟังเพื่อนเล่นดนตรีระหว่างกำลังทำงานไปด้วย โดยมาพร้อมการจัดแสงแบบธรรมชาติผสมด้วยแสงไฟออฟฟิศโทนอบอุ่น เลยให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง
BBC Radio 1: Live Lounge
อีกหนึ่งเวที Live Session ที่มาพร้อมคอนเซปต์ท้าทายความสามารถของศิลปิน เพราะเซสชั่นนี้จะให้ศิลปินได้มาลองข้ามแนวดนตรีไปด้วยกัน ไฮไลต์สำคัญคือการให้ศิลปินได้ร้องเพลงของตัวเอง 1 เพลง และคัฟเวอร์เพลงของศิลปินท่านอื่นอีก 1 เพลง (โดยมักจะเลือกแนวเพลงที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง) ในบรรยากาศห้องอัดเสียงของสถานีวิทยุที่มีมาตรฐานสูง ดูขึงขังจริงจังแต่ก็ซ่อนความไม่เนี้ยบเอาไว้ด้วย ซึ่งการถ่ายทำและเทคนิคแสงของเซสชั่นนี้จะเน้นแสงขาวสะอาด และมีความสว่างสม่ำเสมอ เน้นความชัดเจนของใบหน้าและเครื่องดนตรี ให้กลิ่นอายของห้องสตูดิโอแบบเรียลๆ ซึ่งคอนเซปต์นี้นอกจากจะโชว์สกิลของเหล่าศิลปินตัวเบิ้มๆ แล้วยังช่วยสร้างบทสนทนาและความเห็นข้ามแฟนคลับกันอีกด้วย
Spotify Live Room / Spotify Singles
ส่วนยุคปัจจุบันที่เน้นเรื่องของการสตรีมมิ่งคงต้องยกให้เจ้าพ่อแพลตฟอร์มแห่งยุคอย่าง Spotify Live Room โดยเซสชั่นนี้จะเน้นไปที่คุณภาพระดับเสียงแบบมาสเตอร์ ทั้งโปรดักชั่นและเสียงร้องของศิลปิน เพื่อสำหรับนำไปลงสตรีมมิ่งในชื่อ Spotify Singles โดยเฉพาะ มาพร้อมไวป์ที่เอาใจคนรุ่นใหม่ มีความมินิมอลนิดๆ แต่ก็ดราม่าหน่อยๆ เพราะเขาจะใช้โทนแสงผสมกันระหว่างสไตล์ภาพยนตร์ที่มีความดรามาติก และเสริมด้วยโทนสีแบรนด์ดิ้ง (เช่น เขียว-เทา-ดำ) หรือไฟนีออนโทนสลัวเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนฟัง เซสชั่นนี้เรียกได้ว่าเป็นความฉลาดในการเชื่อมโยงคอนเทนต์วิดีโอ เข้ากับแพลตฟอร์มฟังเพลงหลักอย่างลื่นไหล และยังออกแบบให้ควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ที่โมเดิร์นได้อย่างลงตัว
Apple Music Studio / Apple Music Live
ส่วนอีกหนึ่งค่ายเพลงที่ต้องหามาฟังให้ได้เช่นกันก็ต้องเป็น Apple Music Live ที่เน้นไปที่ความหรูหราของโปรดักชั่นในระดับเกรดพรีเมียม ให้เสียงคมชัดแบบไร้ที่ติ และมักผสมผสานระบบเสียงรอบทิศทางเพื่อความเกลี้ยงและคม ซึ่งเซสชั่นของที่นี่นอกจากจะได้โชว์พลังเสียงของศิลปินแล้ว ยังมีช่วงที่ได้สัมภาษณ์เชิงลึกควบคู่กับการเล่นดนตรีสดร่วมกับดีเจระดับโลกอย่าง Zane Lowe ด้วย และถ้าพูดถึงโปรดักชั่นการถ่ายทำก็จะเน้นการจัดแสงแบบระดับสตูดิโอถ่ายภาพยนตร์ คมชัด นวลตา และไม่มีเงาส่วนเกินเหมือนกำลังถ่ายทำหนังบล็อกบัสเตอร์เลยก็ว่าได้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโปรดักซ์ของแบรนด์ Apple ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความหรูหราและความไฮเทคของแบรนด์ได้ดี
Dingo Music: Killing Voice Live
เซสชั่นสุดท้ายเราขอพาข้ามโลกไปกันที่เกาหลีใต้กับ Dingo Music: Killing Voice Live กับเสน่ห์แบบเกาหลีที่เข้าถึงง่ายและสร้างไวรัลมหาศาล เซสชั่นของที่นี่จะรวบรวมเพลงฮิตตลอดชีวิตการทำงานของศิลปินมาเมดเลย์รวมกันไว้ในคลิปเดียว (ประมาณ 15-20 นาที) ซึ่งนอกจากจะโชว์เพลงดังแล้วยังได้โชว์ไหวพริบการร้องของเหล่าศิลปินแบบเฉียบขาดอีกด้วย ส่วนการถ่ายทำก็จะเน้นแสงขาวสว่างสดใสสไตล์ K-Entertainment เพื่อขับผิวศิลปินให้โดดเด่น พร้อมด้วยสีพื้นหลังที่แตกต่างกันออกไปตามอารมณ์ของเพลง เซสชั่นนี้แสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ที่ทรงพลังไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบซับซ้อน แต่ต้องตอบโจทย์สิ่งที่แฟนเพลงอยากฟังมากที่สุดนั่นคือการกลับไปฟังเพลงฮิตเพลงเก่าในรูปแบบของเสียงสดที่มีคุณภาพสูงนั่นเอง

The Art of the Breakup Album: ผลพวงจากการเลิกรา สู่ผลงานเพลงอกหักที่น่าจดจำที่สุด

Coachella หลบไปยุคนี้ต้อง Lollapalooza มิวสิคเฟสติวัลสำหรับคอเพลงอินเตอร์เจนใหม่

VOGUE SCOOP | ย้อนเส้นทาง 'Dolly Parton' กว่าจะมาเป็นราชินีเพลงคันทรีระดับโลก

สำรวจอุตสาหกรรมดนตรีไทยยุคปัจจุบัน พร้อมคาดการณ์อนาคตแนวเพลงไทยจะเป็นอย่างไรต่อ...

.webp)