เพลงอกหัก

LIFESTYLE

The Art of the Breakup Album: ผลพวงจากการเลิกรา สู่ผลงานเพลงอกหักที่น่าจดจำที่สุด

เมื่อศิลปินกลั่นประสบการณ์รัก ให้กลายเป็นผลงานเพลงเศร้า

16 ตุลาคม 2569

จังหวะที่อัลบั้ม “You seem pretty sad for a girl so in love” ของ “Olivia Rodrigo” ถูกปล่อยออกมาได้ใหม่ๆ ทุกคนก็ถึงกับฉงนไปเหมือนกัน เพราะแม้จะรับรู้ว่าระหว่างศิลปินสาวและหนุ่มนักแสดงชาวอังกฤษ Louis Partridge จะเลิกรากันไปแล้ว แต่อัลบั้มที่ปล่อยออกมากลับรวบรวมประสบการณ์ระหว่างรักอย่างเข้มข้น และส่วนมากก็ดันเป็นประสบการณ์ความรักที่การให้ใจดูไม่ค่อยจะเท่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ภาพฉากหน้าดูรักกันหวานแหววต่อหน้าธารกำนัลด้วยซ้ำไป เราเลยไม่รู้เลยว่าในช่วงเวลาส่วนตัวเธอจะเผยความรู้สึกเงียบเหงาเปราะบางจนเพื่อนๆ ต้องทักว่าเธอดูเศร้าจังสำหรับหญิงสาวที่อยู่ในห้วงของความรัก

อย่างไรก็ดีนักวิจารณ์เพลงและแฟนๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือ The Best Album of the Year เลยก็ว่าได้ มันเลยชวนให้เราคิดไปเหมือนกันว่าที่ผ่านๆ มาในวงการเพลงนั้น อัลบั้มที่คนฟังชื่นชอบมากที่สุดก็มักจะตกเป็นอัลบั้มอกหักที่เจ้าตัวศิลปินกลั่นออกมาด้วยประสบการณ์ของตัวเอง คำถามคือแล้วเพราะอะไรกันทำไมอัลบั้มเพลงอกหักถึงขายดิบขายดี

ประสบการณ์ร่วมที่เหมือนกัน

ไม่ว่าจะชนชาติไหนบนโลก สิ่งที่มีเหมือนกันนอกจากการกิน นอน ทำงานหาเงินแล้ว คือเรื่องของ “การรัก” และ “การไม่ถูกรัก” มันเป็นประสบการณ์ร่วมที่เข้าใจได้ แม้เราจะไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน แต่เรื่องของความรักมักล้วนใช้ความรู้สึกเป็นสารตั้งต้น หรือใช้เป็นเครื่องมือสัมผัสเสียมากกว่า เพราะเวลาคุณรักใครสักคนหรือไม่ได้รับรักจากใคร คุณไม่ค่อยได้ใช้สมองตัดสินหรอก ความเป็นเหตุและผลมักใช้ไม่ได้ในสมการนี้ เวลาได้ยินเพลงอกหักเราถึงเข้าใจมันได้โดยที่ไม่ต้องมานั่งอธิบายอาการว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเราใช้หัวใจและอารมณ์ในการรับฟังมัน ไม่ใช่สมองหรือความรู้ทางภาษา

 

ได้เห็นว่าศิลปินเองก็เป็นคนธรรมดา

พวกเรามักมองว่าศิลปินหรือดาราเซเลบริตี้มักเป็นบุคคลที่อยู่สูงเกินเอื้อม จนลืมไปว่าจริงๆ แล้วพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกันที่มี รัก โลภ โกรธ หลง มีทั้งช่วงเวลาผิดพลาด มีอารมณ์โดนอกหัก ไปไม่ถึงฝัน และไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนภาพบนหน้าโซเชียลมิเดีย อย่างภาพไวรัลที่ “Madison Beer” ยืนทะเลาะจนน้ำตาร่วงกับแฟนหนุ่มหน้าร้านอาหารกึ่งผับ จนแฟนๆ หลายคนตั้งคำถามว่าศิลปินสาวที่สวยขนาดนั้น เก่งขนาดนั้น ทำไมยังโดนปฏิเสธรักจากผู้ชายหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเสียได้

หรือเหมือนที่ “Adele” ตัดสินใจจบความสัมพันธ์ด้วยการหย่าร้างกับสามี จนต้องใช้ไวน์เป็นที่พึ่งทางใจและกลั่นประสบการณ์เจ็บปวดผ่านอัลบั้ม “30” โดยมีเพลงดังทั้ง Easy on me, I Drink wine, To be loved ซึ่งเธอยังแชร์ผ่านรายการสัมภาษณ์กับ Apple Music's Zane Lowe ด้วยว่าเธอไม่ได้แต่งเพลงเพื่อ Tiktok เธอแต่งเพลงเพื่อคนที่เหมือนเธอ เพราะเนื้อเพลงมันเข้มข้นด้วยความรู้สึกและช่ำชองด้วยประสบการณ์

ศักยภาพที่ถูกดึงออกมาใช้

เคยมีงานวิจัยเล่าว่าศักยภาพของแต่ละคนถูกดึงออกมาใช้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน บางคนอยู่ในช่วงกดดันมากๆ ก็สามารถที่จะพุ่งขีดความสามารถออกมาได้มากกว่าตอนปกติ เหมือนเวลาไฟลนก้นช่วงส่งงานแล้วมานั่ง One night miracle คืนเดียวก็ทำสำเร็จนั่นแหละ ภาวะการอกหักก็เช่นกันเพราะมันผลักดันให้คนคนหนึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง จนเป็นแรงผลักดันให้ทุกรายละเอียดที่เก็บไว้ได้แสดงออกมาในทุกดีเทลเหมือนที่ “Taylor Swift” สร้างอัลบั้ม “Red” ซึ่งเธอเก็บครบทุกความรู้สึกและการกระทำ จนในที่สุดก็คว้ารางวัล Album of the year จากแกรมมี่ไปได้สำเร็จ

หรือกระทั่งประสบการณ์เลิกราจะเลยเถิดไปถึงการตกลึกลงสู่การแยกทาง ภาวะซึมเศร้า และการติดยาแบบที่ “Amy Winehouse” เล่าผ่านประสบการณ์ของเธอเอาไว้ในอัลบั้ม “Back To Black” ที่ได้รางวัล Best Pop Vocal Album โดยมีเพลงดังอย่าง Rehab, You know I’m no good, Love is a losing game เป็นต้น

นอกเหนือไปจากอัลบั้มที่กล่าวมาแล้วยังมีอัลบั้มอีกจำนวนมากที่มียอดขายสูง และได้รับการกล่าวถึงทั้งแง่มุมของศิลปะการแต่งเพลง ทำนอง และการเรียบเรียงอย่าง Ariana Grande: Eternal Sunshine, LANY: Malibu Nights แต่ถ้าเก่าหน่อยก็คงเป็น FLEETWOOD MAC: Rumors และ ABBA: The Visitors

 

ภาพปก : Courtesy of @oliviarodrigo