Inside Gucci's Research Lab

FASHION

พูดคุยกับ 'Marie-Claire Daveu' พร้อมสำรวจภายในห้องวิจัยของ Gucci ที่ซึ่งวัสดุแห่งอนาคตถูกสร้างขึ้น

"นี่คือสถานที่ที่งานฝีมือและประเพณีผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี" - 'Marie-Claire Daveu' ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนและกิจการองค์กรของ Kering

27 กุมภาพันธ์ 2569

(Syndicated from British Vogue)

เรื่อง: Emily Chan

Article

เนื่องมาจากการขยายใหญ่ของ Carbon Footprint ในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ส่วนใหญ่มาจากการผลิตวัสดุ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีนวัตกรรมมากมายเกิดขึ้นเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของ Carbon Footprint ตั้งแต่หนังเห็ดไปจนถึงเลื่อมสาหร่าย นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ Gucci ได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยในเมือง San Miniato อันเป็นที่ตั้งของโรงฟอกหนังชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง ในปี 2024 "ศูนย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการวิจัย พัฒนา และทดสอบวัสดุนวัตกรรมทั้งหมดของเรา" 'Marie-Claire Daveu' ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนและกิจการองค์กรของ Kering บริษัทแม่ของ Gucci กล่าวกับโว้ก

 

แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะมีสตาร์ตอัปจำนวนมากผุดขึ้นมากมาย (และล้มเหลวไปไม่น้อย เนื่องจากความท้าทายในการขยายการผลิตวัสดุใหม่ๆ) Gucci เลือกที่จะนำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) มาไว้ภายในองค์กรเอง เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมต่างๆ จะตรงตามมาตรฐานของแบรนด์แฟชั่นอิลาตีระดับลักชัวรี "เราต้องผสานทั้งความยั่งยืนและประสิทธิภาพทางเทคนิคระดับสูง เพื่อให้สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ต้องอยู่ในระดับที่ Gucci และตลาดลักชัวรีคาดหวัง" Daveu อธิบาย

 

หนึ่งในจุดโฟกัสหลักคือ 'หนัง' ซึ่งเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อว่ามี Carbon Footprint สูง โดย Gucci กำลังสำรวจทั้งวิธีการผลิตหนังสัตว์ให้ยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงทางเลือกแบบวีแกน "เป้าหมายคือการสร้างโมเดลโรงฟอกหนังแห่งอนาคต ที่สามารถแปรรูปได้ทั้งหนังและวัสดุใหม่ๆ เพิ่มคุณภาพ ความหลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยั่งยืนมากขึ้น และหมุนเวียนได้มากขึ้น" Daveu กล่าว "เมื่อทำเช่นนั้น คุณก็กำลังจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้น้ำ และมลพิษทางน้ำไปพร้อมกัน"

 

Article
Article

‘ครัว’ ของ Gucci ที่ใช้พัฒนาสูตรผสมสำหรับวัสดุแห่งอนาคตประเภทต่างๆ

ภายในห้องแล็บ ซึ่งตั้งอยู่ในโรงฟอกหนัง Marbella ของ Gucci มีตัวอย่างหนังนับร้อยชิ้นแขวนอยู่บนสายพานในหลากหลายสีสัน ตั้งแต่สีดำคลาสสิกไปจนถึงสีเขียวมะนาวสดใส ในช่วงเวลาหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองวัสดุใหม่ระหว่าง 10 ถึง 20 ชนิด พร้อมคิดค้นสูตรผสมต่างๆ ในห้องโปร่งโล่งที่ถูกเรียกว่า 'ครัว' โดยในห้องถัดไปจะมีเครื่องจักรหลากหลายประเภท สำหรับทดสอบการตอบสนองของวัสดุต่อกระบวนการตกแต่งต่างๆ เช่น การย้อมสีหรือการปั๊มลาย นอกจากนี้ยังมีห้องควบคุมสภาพอากาศไฮเทคที่ใช้จำลองสภาพอากาศเขตร้อนเพื่อทดสอบว่าวัสดุจะเสื่อมสภาพอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป

 

ก่อนที่ศูนย์แห่งนี้จะก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2024 ห้องแล็บแห่งนี้คือสถานที่ที่ 'Demetra' วัสดุทดแทนหนังแบบวีแกนของ Gucci ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 ถูกคิดค้นขึ้น โดยทำจากวัสดุ plant-based ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ รวมถึง Viscose ที่มาจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบ เยื่อไม้ และพลาสติกที่ทำจากข้าวโพดโดยไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งถูกนำไปใช้ในคอลเล็กชั่นกระเป๋ารุ่น Horsebit 1955 ในปี 2023 ปรากฏว่ามี Carbon Footprint และการใช้น้ำต่ำกว่าหนังแบบดั้งเดิม "หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เราจำเป็นต้องมีวัตถุดิบด้านนวัตกรรม" Daveu กล่าว "วิธีที่ Gucci พัฒนานวัตกรรมนี้ ทำให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพ"

 

นอกจากการพัฒนาวัสดุใหม่ Gucci ยังสำรวจวิธีลดของเสียในกระบวนการผลิตหนัง ภายใต้โครงการ Scrap-less ซึ่งโดยปกติแล้ว หนังจะถูกตัดในขั้นตอนสุดท้ายของการตกแต่ง แต่แบรนด์ได้ทดลองตัดตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้เศษวัสดุที่เหลือสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยคุณภาพสูงได้ อีกหนึ่งโครงการทดลองคือการใช้ AI ตรวจจับตำหนิของหนังเพื่อลดของเสีย "มันคือการทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด" Daveu อธิบาย

 

Article

หนึ่งในหนังที่ปราศจากโลหะที่ถูกสร้างขึ้นโดยห้องแล็บของ Gucci

ควบคู่ไปกับห้องวิจัย Gucci ยังได้เปิดตัว Circular Hub ในปี 2023 เพื่อผลักดันแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนและหมุนเวียนมากขึ้นภายในบริษัท โครงการที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเป็น ผ้า Denim Evolution ที่ประกอบด้วยเส้นใยที่ปลูกแบบฟื้นฟูระบบนิเวศถึง 47 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงตลาดภายในองค์กรที่ช่วยให้ผ้าคงเหลือในคลัง (deadstock) ถูกนำไปใช้โดยแบรนด์อื่นๆ ภายในเครือ Kering ไม่ว่าจะเป็น Saint Laurent, Bottega Veneta, Balenciaga และ Alexander McQueen โดยกลุ่มบริษัทได้ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2025

 

ในหลายแง่มุม ศูนย์วิจัยของ Gucci แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำเป็นต้องปรับตัวและสร้างนวัตกรรมอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ห้องแล็บแห่งนี้ยังคงสะท้อนแนวทางการทำงานของแบรนด์ตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา "นี่คือสถานที่ที่งานฝีมือและประเพณีผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี" Daveu กล่าวสรุป

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'Gucci ในยุค Demna ผงาดขึ้นแท่นอันดับหนึ่งแบรนด์ยอดฮิต ในมิลานแฟชั่นวีกฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026!' ได้ที่นี่)

Photo : Courtesy of Gucci
TAGS : Gucci