Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

Hermès Cape Cod หวนคืนสู่รากฐานความสปอร์ตกับการพัฒนาเรือนเวลาโฉมใหม่ด้วยวัสดุไทเทเนียม

Cape Cod คือเรือนเวลาไอคอนิกจากเมซง Hermès ที่เชื่อมโยงกับมิติความพลิ้วไหวงดงาม แต่ครั้งนี้การพัฒนาต่อยอดชวนให้ทุกคนสัมผัสกับจุดเริ่มต้นที่ต้องการถ่ายทอดกลิ่นอายความสปอร์ตอย่างเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์ ผ่านการใช้วัสดุไทเทเนียม

29 กรกฎาคม 2569

     การพัฒนาการรังสรรค์เรือนเวลาของ Hermès โดดเด่นและมีเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง คอนาฬิกาพันธุ์แท้จับตาเฝ้ารอผลงานจากเมซงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วง Watches & Wonders ที่มักสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยผลงานที่สามารถผสมผสานงานกลไกเข้ากับมิติด้านศิลปะเป็นอย่างดี ถึงกระนั้นนาฬิกาไอคอนิกของแอร์เมสก็ได้รับการพัฒนาต่อยอดเช่นเดียวกัน ตอนนี้ ‘Cape Cod’ นาฬิกาที่ถูกมองว่าว่าเป็นนาฬิกาพลิ้วไหวสำหรับสุภาพสตรีกำลังย้อนกลับสู่มิติความสปอร์ตอีกครั้งด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย
 

     แรกเริ่มเดิมทีนาฬิกาเรือนนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นครั้งแรกในปี 1991 โดยฝีมือ Henri d’Origny เอกลักษณ์เรื่องรูปทรงทำให้ ‘Cape Cod’ ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว และเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 35 ปี นาฬิกาเรือนนี้ก็ยังจองพื้นที่ความสนใจจากคอนาฬิการวมถึงผู้สนใจความสวยงามของงานฝีมือแขนงต่างๆ อยู่เสมอ เรือนเวลาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสนุกและอิสระได้รับแรงบันดาลใจตั้งต้นมาจากโซ่ของสมอเรือ ซึ่งแท้จริงแล้วหลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ‘Cape Cod’ คือการถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ความสปอร์ต ซึ่งนาฬิกาในปี 2026 ก็กำลังพาทุกคนกลับไปสู่รากฐานความธรรมชาติในแบบฉบับกลิ่นอายสปอร์ตอีกครั้ง

     การพัฒนาต่อยอดที่น่าสนใจครั้งนี้ชูความโดดเด่นเรื่องวัสดุเป็นหลัก โดยตัวเรือน 41 มิลลิเมตร ทำจากวัสดุไทเทเนียม ให้ความรู้สึกเบาสบายเวลาสวมใส่ ในขณะเดียวกันก็มอบภาพลักษณ์อันหนักแน่นแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเลือกใช้โทนสีดำสำหรับหน้าปัด ผสมผสานระหว่างผิวสัมผัสแบบเรียบและการขัดด้านบริเวณกลางหน้าปัด เล่นรับกับแสงอย่างมีมิติ มาพร้อมตัวเลขอารบิกเพลตโรเดียม และสายแบบ baton ทั้งหมดเคลือบ Super-LumiNova® ที่ทำให้สามารถดูเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน

     ศักยภาพของนาฬิกาเรือนนี้ตอบโจทย์การสวมใส่ในชีวิตประจำวันและการผจญภัยได้ไม่น้อย โดยมีประสิทธิภาพการกันน้ำลึกถึง 100 เมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก H1912 ที่ขับเคลื่อนหลักเวลาทั้งชั่วโมง นาที และวินาที รวมถึงแสดงวันที่อย่างแม่นยำผ่านหน้าปัดย่อยบริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกสายรับเบอร์ให้เลือกสรรอย่างหลากหลายตั้งแต่สีดำ สีน้ำเงิน (bleu abysse), สีส้ม และ สีเหลือง (jaune de Naples) โดยนาฬิกาเรือนนี้สำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง ทุกองค์ประกอบสอดประสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นผลงานนาฬิกาเรือนไอคอนิกที่ทั้งงดงาม ทรงประสิทธิภาพ และชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์รากฐานที่เชื่อมโยงกับความสปอร์ตอย่างแท้จริง


(สามารถอ่านเรื่องราวของนาฬิกาแอร์เมสได้เพิ่มเติมกับบทความ เปิดนาฬิกาม้าน้ำจาก Hermès กับการถ่ายทอดมิติเชิงศิลป์ด้วยงานฝีมือที่ละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว)