Vogue Thailand

CELEBRITY

Cartier ร่วมฉลอง Weibo Gala 2026 พร้อมเหล่าคนดังที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งงานฝีมือและดีไซน์เหนือกาลเวลา

เหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘ต่อ-เจฟ-พีพี’ พร้อมด้วย ‘หลิงหลิง-เก่ง-เติ้ล’ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความงดงามเหนือกาลเวลาของ Cartier ใน Weibo Gala 2026

10 สิงหาคม 2569

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์กลับมาอีกครั้งกับ Weibo Gala 2026 ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน โดยในโอกาสสำคัญครั้งนี้ Cartier ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน พร้อมนำเสนอความงดงามของเครื่องประดับและเรือนเวลาผ่านเหล่านักแสดงและศิลปินแถวหน้าของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ‘ต่อ–ธนภพ’, ‘เจฟ ซาเตอร์’ และ ‘พีพี–กฤษฏ์’ รวมถึง ‘หลิงหลิง คอง’, ‘เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย’ และ ‘เติ้ล–มติมันท์’ ที่มาร่วมถ่ายทอดตัวตนผ่านเครื่องประดับและเรือนเวลาจาก Cartier แต่ละชิ้นจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงองค์ประกอบของลุค หากยังสะท้อนถึงเสน่ห์ของงานออกแบบและงานฝีมืออันเป็นหัวใจสำคัญของเมซงได้อย่างชัดเจน

 

‘ต่อ–ธนภพ’ กับ Tortue เรือนเวลารุ่นใหม่ที่ผสานความคลาสสิกของ Cartier เข้ากับความร่วมสมัย

เริ่มต้นที่ ‘ต่อ–ธนภพ’ ซึ่งปรากฏตัวในลุคที่สะท้อนความสง่างามแบบคลาสสิก พร้อมสวมใส่นาฬิกา Tortue รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Cartier โดดเด่นด้วยตัวเรือนเยลโลว์โกลด์และรูปทรงโค้งมนที่ถือเป็นหนึ่งในซิลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่น โดยเรือนเวลารุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Watches & Wonders 2026 ที่ผ่านมา ก่อนถูกนำมาถ่ายทอดผ่านลุคของเขา เมื่อจับคู่เข้ากับเครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Love และ Love Unlimited ยิ่งช่วยเสริมให้ภาพรวมมีทั้งความหรูหรา ความเรียบโก้ และรายละเอียดที่สะท้อนดีเอ็นเอของ Cartier ได้อย่างลงตัว ซึ่งการเลือก Tortue มาเป็นส่วนหนึ่งของลุคยังนับเป็นการหยิบเอาดีไซน์ที่มีประวัติศาสตร์มานำเสนอในบริบทใหม่ เพราะรูปทรงของเรือนเวลาที่โค้งมนแตกต่างจากภาพจำของนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมทั่วไป ทำให้เกิดความรู้สึกที่ทั้งโดดเด่นและสง่างามในเวลาเดียวกัน ขณะที่เครื่องประดับจาก Love และ Love Unlimited เข้ามาช่วยเติมมิติให้กับลุคด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่จดจำได้ทันที

 

 ‘เจฟ ซาเตอร์’ ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ผ่าน Clash de Cartier

ด้าน ‘เจฟ ซาเตอร์’ เลือกถ่ายทอดภาพลักษณ์ผ่านเครื่องประดับจาก Clash de Cartier คอลเล็กชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานองค์ประกอบที่ดูแตกต่างให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยลุคนี้ประกอบด้วยต่างหู แหวนประดับออนิกซ์ และแหวนโรสโกลด์ประดับแคลซิโดนีสีชมพู ซึ่งช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับลุคผ่านทั้งรูปทรง วัสดุ และสีสันที่ตัดกันอย่างมีจังหวะ เสน่ห์ของ Clash de Cartier อยู่ที่การนำความแตกต่างมาวางอยู่ในดีไซน์เดียวกัน ทั้งความแข็งแกร่งของรูปทรงและความละเอียดอ่อนของวัสดุ ทำให้เครื่องประดับแต่ละชิ้นสามารถสะท้อนบุคลิกที่มีความชัดเจนได้เป็นอย่างดี เมื่อปรากฏอยู่บนลุคของเจฟจึงยิ่งขับเน้นภาพลักษณ์ร่วมสมัยที่มีความแฟชั่นและความหรูหราอยู่พร้อมกัน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงแนวทางของ Cartier ที่สามารถนำงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์มาปรับเข้ากับตัวตนของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

 

‘พีพี–กฤษฏ์’ กับสองไอคอนิกดีไซน์ Panthère de Cartier และ Tank Normale

สำหรับ ‘พีพี–กฤษฏ์’ ปรากฏตัวพร้อมเครื่องประดับจาก Panthère de Cartier หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมซง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสือแพนเธอร์และถูกนำมาตีความผ่านงานเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบ สำหรับลุคนี้ประกอบด้วยต่างหู คัฟลิงก์ และแหวนประดับออนิกซ์และเพชร ช่วยเติมความโดดเด่นให้กับลุคด้วยเส้นสายที่สง่างามและรายละเอียดอันประณีต นอกจากเครื่องประดับแล้ว พีพียังเลือกเติมเต็มลุคด้วยนาฬิกา Tank Normale จาก Cartier Privé – La Collection อีกหนึ่งเรือนเวลาที่สะท้อนมรดกด้านการออกแบบของ Cartier ได้อย่างชัดเจน การนำดีไซน์ของ Panthère de Cartier มาจับคู่กับ Tank Normale จึงเกิดเป็นการผสมผสานระหว่างสองไอคอนของเมซงที่มีคาแร็กเตอร์แตกต่างกัน แต่สามารถสร้างภาพรวมที่กลมกลืนได้อย่างลงตัว ทั้งยังช่วยสะท้อนแนวคิดเรื่องการตีความความคลาสสิกให้เข้ากับสไตล์ของคนรุ่นใหม่

 

‘หลิงหลิง คอง’ เปล่งประกายด้วยเครื่องประดับ Grain de Café จาก Cartier

อีกหนึ่งลุคที่น่าจับตามองคือ ‘หลิงหลิง คอง’ ซึ่งเลือกสวมเครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Grain de Café ทั้งสร้อยคอ ต่างหู และแหวน โดยคอลเล็กชั่นนี้มีจุดเด่นจากแรงบันดาลใจที่หยิบยกมาจากรูปทรงของเมล็ดกาแฟ ก่อนนำมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับที่มีเส้นสายโค้งมนและรายละเอียดอันประณีต พร้อมประดับเพชรเพื่อเพิ่มประกายให้กับดีไซน์ ความน่าสนใจของ Grain de Café คือการนำสิ่งของจากชีวิตประจำวันมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของงานจิวเวลรีชั้นสูง จนกลายเป็นรูปทรงที่ทั้งเรียบง่ายและมีความโดดเด่นในตัวเอง เมื่อนำมาปรากฏบนลุคของหลิงหลิง เครื่องประดับแต่ละชิ้นจึงช่วยเพิ่มความละมุนและความหรูหราให้กับภาพรวม โดยยังคงเอกลักษณ์ของ Cartier เอาไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่รายละเอียดของรูปทรงไปจนถึงประกายของเพชรที่ช่วยขับเน้นความงดงามในทุกมุมมอง

 

‘เก่ง–หฤษฎ์’ กับ Tank Louis Cartier ถ่ายทอดความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

ขณะที่ ‘เก่ง–หฤษฎ์’ ปรากฏตัวในลุคที่เน้นความเรียบหรู พร้อมสวมใส่นาฬิกา Tank Louis Cartier ซึ่งโดดเด่นด้วยตัวเรือนโรสโกลด์ทรงสี่เหลี่ยมและสายหนังจระเข้ รูปทรงของ Tank ถือเป็นหนึ่งในดีไซน์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดของ Cartier และยังคงมีความร่วมสมัยแม้จะผ่านช่วงเวลามาอย่างยาวนาน การเลือกเรือนเวลารุ่นนี้จึงช่วยเสริมให้ลุคมีความสง่างามแบบคลาสสิก ขณะเดียวกันก็ยังคงความคมชัดและโมเดิร์นเอาไว้ สำหรับเครื่องประดับ เก่งเลือกเติมรายละเอียดด้วยเข็มกลัด Juste un Clou ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่มีเอกลักษณ์จากการนำรูปทรงของตะปูมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ โดยการจับคู่เรือนเวลา Tank Louis Cartier เข้ากับ Juste un Clou ทำให้ลุคมีความสมดุลระหว่างความคลาสสิกของนาฬิกาและความร่วมสมัยของเครื่องประดับ สะท้อนแนวทางการแต่งตัวที่สามารถผสมผสานไอคอนิกดีไซน์ต่างยุคสมัยให้เข้ากันได้อย่างน่าสนใจ

 

‘เติ้ล–มติมันท์’ กับ Santos de Cartier และเครื่องประดับ Love

ปิดท้ายด้วย ‘เติ้ล–มติมันท์’ ที่เลือกปรากฏตัวพร้อมนาฬิกา Santos de Cartier หน้าปัดสีเงินและสายสตีล ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์จากรูปทรงตัวเรือนและรายละเอียดของสกรูบนหน้าปัด ก่อนเติมความโดดเด่นให้กับลุคด้วยกำไล Love เซรามิกรุ่นล่าสุด และแหวน Clash de Cartier สร้างความน่าสนใจผ่านการนำดีไซน์ที่แตกต่างกันมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้ง Santos de Cartier, Love และ Clash de Cartier ล้วนเป็นดีไซน์ที่มีภาษาของตัวเอง แต่เมื่อนำมาจัดวางในลุคเดียวกันกลับสามารถสร้างความรู้สึกที่ต่อเนื่องและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างเรือนเวลาสายสตีลกับเครื่องประดับที่มีรายละเอียดชัดเจน ช่วยให้ลุคของเติ้ลมีทั้งความคมเท่และความหรูหราในเวลาเดียวกัน

 

การปรากฏตัวของ Cartier ในงาน Weibo Gala 2026 ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำเสนอเครื่องประดับและเรือนเวลาบนพรมแดง แต่ยังเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของดีไซน์ งานฝีมือ และมรดกของเมซงผ่านบุคลิกที่แตกต่างกันของเหล่าคนดัง ตั้งแต่ความคลาสสิกของ Tortue และ Tank ไปจนถึงความโดดเด่นของ Santos de Cartier ขณะที่เครื่องประดับอย่าง Panthère de Cartier, Love, Love Unlimited, Juste un Clou, Clash de Cartier และ Grain de Café ก็เข้ามาช่วยสะท้อนอีกหลากหลายมิติของ Cartier ได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่เรือนเวลาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไปจนถึงเครื่องประดับที่กลายเป็นไอคอนิกดีไซน์ การปรากฏตัวของเหล่าศิลปินและนักแสดงในค่ำคืนนี้จึงแสดงให้เห็นว่าเสน่ห์ของ Cartier ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความหรูหรา หากยังอยู่ที่ความสามารถในการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่สามารถปรับเข้ากับบุคลิกและสไตล์ของผู้สวมใส่แต่ละคนได้อย่างแตกต่าง พร้อมคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเมซงที่เป็นที่จดจำในระดับโลก

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ VOGUE BIJOUX | ‘อัญมณีคือหัวใจ’ Cartier Panthère Kentia จิวเวลรีชั้นสูงที่เสือแพนเตอร์เป็นผู้เลือก’ ได้ที่นี่)