พีพี กฤษฏ์

CELEBRITY

ครั้งแรกบนปกโว้ก! เปิดบทสัมภาษณ์ 'พีพี-กฤษฏ์' พร้อมอัปเดตชีวิตและผลงาน

พูดคุยกับ ‘พีพี-กฤษฏ์’ ที่มาขึ้นปกโว้กประเทศไทยครั้งแรก ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier

17 มิถุนายน 2569

ช่างภาพ: ณัฐ ประกอบสันติสุข
สไตลิสต์: จงกล พลาฤทธิ์
ผู้ช่วยสไตลิสต์: พิพัฒน์ โพธิ์ทอง และ ชุตินันต์ เอี่ยมวิจารณ์
นายแบบ: กฤษฏ์ อำนวยเดชกร
แต่งหน้า: วสุพล เรืองวิริยะนันต์
ทำผม: สุขวสา ขัดผาบ

 

จากก้าวแรกของการค้นหาตัวตน สู่การเป็นศิลปินและนักธุรกิจที่กล้าตัดสินใจด้วยเหตุผลและความมั่นใจ วันนี้ 'พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร' กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิตที่เติบโตมากขึ้นผ่านผลงานเพลงชุดใหม่ รวมถึงการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier ในโอกาสนี้โว้กประเทศไทยได้ร่วมพูดคุยกับพีพีถึงมุมมองการเติบโต ความรัก ความสัมพันธ์ ตลอดจนความหมายของความสำเร็จที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ผ่านบทสนทนาที่เผยให้เห็นอีกหนึ่งแง่มุมของศิลปินผู้ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองและพร้อมเปิดรับความท้าทายใหม่อยู่เสมอ

 

VOGUE: การเติบโตและการค้นหาตัวเอง

PP: ถ้าเทียบกับตอนเริ่มเข้าวงการ พีรู้สึกว่าตอนนี้เข้าใจตัวเองมากขึ้นในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องทิศทางของชีวิตตอนนี้รวมถึงวิธีการทำงานของเราด้วย เมื่อก่อนเราอาจจะยังอยู่ในช่วงของการค้นหาแต่ตอนนี้พีเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าอะไรคือสิ่บงที่เหมาะกับตัวเอง อะไรคือสิ่งที่อยากจะสื่อสารออกไป ทำให้การตัดสินใจต่างๆ มีความมั่นใจและมีเหตุผลมากขึ้น รวมถึงเข้าใจกระบวนการทำงานมากขึ้นด้วย

 

V: แรงผลักดันและความไม่มั่นใจ
PP: พีก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้คนรักและซัพพอร์ตพีมาถึงวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่พีเชื่อเสมอคือการได้ทำในสิ่งที่เรารัก พีรู้สึกว่าถ้าเราทำงานด้วยความตั้งใจและมีความสุขกับมันจริงๆ สิ่งนั้นมันจะสะท้อนออกมาในผลงานและคนก็จะรับรู้ได้โดยธรรมชาติ ยิ่งทำงานมากขึ้นเราก็ยิ่งอยากพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ความคาดหวังก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ความกลัวว่าจะทำไม่ได้ก็จะเข้ามาเสมอ พีมองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของการเติบโตนะเพราะมันทำให้เรากล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด พีพยายามเปลี่ยนความกลัวให้เป็นแรงผลักดันและเก็บทุกประสบการณ์มาใช้พัฒนาตัวเองต่อไป

 

V: มุมที่หลายคนไม่เคยเห็น

PP: จริงๆ แล้วพีเป็นคนค่อนข้างเงียบโดยเฉพาะในเวลาส่วนตัว เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน หรืออยู่กับเพื่อนสนิท พีเป็นคนเรียบง่าย ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเยอะ พีชอบอยู่กับตัวเองมากกว่า พีมีแพลนกำลังจะทำบ้านของตัวเองเลยอินกับดีไซน์ค่อนข้างมาก พีชอบแนว Modern Oriental ที่มีคววามเรียบแต่ยังมีรายละเอียดและความอบอุ่นอยู่ในตัว

 

V: พลังของพีพี
PP: My Pleasure Concert, Wedding Conert, My Pleasure Concert, AFTERGLOW คอนเสิร์ตทั้ง 3 คอนเสิร์ตนี้สอนพีเนอะมากจริงๆ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ การรับมือกับความกดดัน และการพัฒนาตัวเองในดีขึ้นให้ได้ทุกครั้งที่ขึ้นเวที แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักจากแฟนๆ ที่พีได้รับในทุกโชว์ซึ่งเป็นพลังที่ทำให้พีอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

 

V: มุมมองเรื่องความสัมพันธ์

PP: สำหรับพี ครอบครัวโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่คือภาพของความรักที่ชัดเจนที่สุด พิีเห็นความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนที่ดูแลกัน ใส่ใจกัน และอยู่ด้วยกันในทุกๆ วัน เป็นความรักที่เรียบง่ายแต่มั่นคง สิ่งนี้ทำให้พีรู้ว่าถ้้าวันหนึ่งพีจะมีความร้ก พิีอยากมีความสัมพันธ์ที่ให้ความสบายใจ ความเข้าใจ และความอบอุ่นแบบนั้น ในขณะเดียวกันความรักที่พีได้รับก็สอนให้พีรู้จักให้คุณค่ากับตัวเอง และเลือกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจเราจริงๆ

 

V: ความสุขของพีพีคืออะไร
PP: เวลาที่เหนื่อยมากๆ หรืออยากพักพีจะเลือกกลับมาอยู่กับตัวเอง อาจเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือทำอะไรง่ายๆ ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ สิ่งสำคัญคือการได้ถามตัวเองว่าอะไรทำให้เรามีความสุข แล้วพยายามอยู่กับสิ่งนั้นให้มากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วพีรู้สึกว่าพลังที่ดีที่สุดมาจากการที่เราเข้าใจและดูแลต้วเอง

 

V: เบื้องหน้า เบื้องหลัง และบทเรียนชีวิต
PP: พีรู้สึกว่าการทำงานเบื้องหน้ากับการบริหารธุรกิจเบื้องหลังค่อนข้างต่างกันมาก งานเบื้องหน้าจะเป็นการถ่ายทอดตัวตนและเป็นการแสดงในรูปแบบหนึ่ง แต่การทำงานเบื้องหลังคือการคิด วางแผน และบริหารคน รวมถึงกำหนดทิศทางของตัวเองในระยะยาว การที่พีได้เข้ามาดูในส่วนของธุรกิจมากขึ้นทำให้พีเข้าใจรายละเอียดของงานในทุกขั้นตอนมากขึ้นและทำให้รู้จักต้วเองในอีกมุมหนึ่งด้วย พีจะพยายามจัดลำดับความสำคัญและเลือกทีมที่ไว้ใจได้มาช่วยกันดูแลในแต่ละส่วน สิ่งหนึ่งที่พีเรียนรู้จากการทำงานและความสัมพันธ์คือการเลือกอยู่กับคนที่เห็นคุณค่าในตัวเราจริงๆ เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งแวดล้อมและคนรอบตัวมีผลกับความรู้สึกและการเติบโตของเรามาก

 

V: อัลบั้มใหม่ของพีพี
PP: ปีนี้พีกำลังโฟกัสกับอัลบั้มใหม่เป็นหลัก อัลบั้มนี้ตั้งใจเล่าเรื่องความรู้สึกที่ลึกกว่าที่ผ่านมา เพราะผลงานก่อนๆ เพลงส่วนใหญ่จะพูดถึงความรักในมุมของการแอบชอบหรือมีความเป็นคนที่ชอบคอนโทรลอยู่พอสมควร แต่ในอัลบั้มนี้ พิีอยากเปิดอีกมุมหนึ่งของตัวเองให้คนได้เห็นมากขึ้น ทั้งในมุมที่อ่อนไหว อ่อนแอ รวมถึงเรื่องราวการเติบโตจากประสบการณ์์ต่างๆ ในชีวิต

 

V: สิ่งที่่อยากบอกแฟนคลับ
PP: พิีอยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากๆ สำหร้บพิีเวลาในวงการผ่านไปเร็วมาก จากวันแรกจนถึงวันนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้วแต่ทุกคนก็ยังอยู่ข้างๆ และซัพพอร์ตกันมาตลอด พิีอยากขอบคุณทุกคนที่ให้คุณค่ากับผลงานของพิีและเชื่อในต้วพิีเสมอ แม้บางช่วงอาจจะไม่ได้มีผลงานออกมาบ่อยก็ตาม การมีทุกคนอยู่ตรงนี้มันมีความหมายกับพิีมากจริงๆ


V: สิ่งที่่อยากบอกตัวเอง
PP: อยากขอบคุณตัวเองที่กล้าลอง กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะทำได้ พีคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้พีเดินมาถึงว้นนี้ และอยากให้ตัวเองร้กษาความกล้านั้นไวตลอดไป

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'เปิดบทสัมภาษณ์ ‘น้ำตาล-ทิพนารี’ ที่กลับมาขึ้นปกโว้กประเทศไทยอีกครั้ง' ได้ที่นี่)