Bozhena Lalova

LIFESTYLE

พูดคุยกับ ‘Bozhena Lalova’ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ด้าน CMF จาก AVATR ถึงปรัชญาการออกแบบ

'Bozhena Lalova' ได้กล่าวกับ Vogue Thailand ว่า "ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาเพื่อสร้างประสบการณ์และความรู้สึกที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสาร สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้า แบรนด์ และอารมณ์ที่เราต้องการถ่ายทอดผ่านรถยนต์"

02 กรกฎาคม 2569

"Emotive Luxury" คือปรัชญาการออกแบบสำคัญของ AVATR ที่มองว่าความลักชัวรีในยุคปัจจุบันไม่ได้ถูกวัดจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์ ผ่านประสบการณ์ที่สัมผัสได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกใช้สี วัสดุ พื้นผิว ไปจนถึงบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบอย่างละเอียดอ่อนเพื่อปลุกความรู้สึกและสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ โว้กประเทศไทยจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับ 'Bozhena Lalova' ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ด้าน CMF ของ AVATR ถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ ความงาม และประสบการณ์ของมนุษย์ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

 

VOGUE: แรงบันดาลใจจากนอกอุตสาหกรรมยานยนต์บ้างหรือไม่ เช่น สถาปัตยกรรม แฟชั่น ศิลปะ หรือเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการออกแบบของคุณอย่างไร?

Bozhena Lalova: แรงบันดาลใจมีอยู่ทุกที่ค่ะ รอบตัวเราก็เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ฉันเดินทางไปหลายประเทศ ได้สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายอย่างประเทศไทย สิ่งเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งตัวฉันและแบรนด์ เพราะเราเป็นแบรนด์ระดับโลก ฉันเชื่อว่าวัฒนธรรมมีอิทธิพลต่อการออกแบบ และการออกแบบก็สะท้อนวัฒนธรรมเช่นกัน แบรนด์ของเราเปรียบเสมือน ‘กระจกสะท้อนตัวตน’ สิ่งที่ฉันมองเห็นไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม แฟชั่น งานหัตถศิลป์ หรือศิลปะ ล้วนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยเฉพาะครั้งนี้ฉันได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติของไทย ฉันประทับใจงานหัตถกรรมไทยมาก ได้เห็นรายละเอียดและฝีมือที่ยอดเยี่ยม ฉันจึงเก็บแรงบันดาลใจกลับไปมากมาย และหวังว่าจะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้กับการออกแบบในอนาคตค่ะ

 

Article

V: สื่อถึงว่า Royal Edition เป็นการผสมผสานแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมใช่ไหม?

B: ใช่ค่ะ แรงบันดาลใจมาจากหลายวัฒนธรรม เพราะเราเป็นแบรนด์ระดับโลก สำหรับ Royal Edition นั้น เราต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเหมือนเวลาคุณเดินเข้าไปในโรงอุปกรณ์ ความรู้สึกที่สง่างาม หรูหรา รายละเอียดที่ประณีต รวมถึงการใช้สีแดงตัดกับสีอ่อนที่ดูสง่างามและมีระดับ เมื่อมองเข้าไปในห้องโดยสาร คุณจะเห็นรายละเอียดต่างๆ ทั้งสี วัสดุ และลวดลายการเจาะหนังที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาเพื่อสร้างประสบการณ์และความรู้สึกที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสาร สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้า แบรนด์ และอารมณ์ที่เราต้องการถ่ายทอดผ่านรถยนต์

 

V: คุณพูดถึงเรื่องสีได้อย่างน่าสนใจ อยากทราบว่าอะไรคือแรงบันดาลใจในการเลือกใช้สีต่างๆ

B: อันดับแรก เรามองจากตัวตนของแบรนด์ การออกแบบคือหัวใจสำคัญของ AVATAR และปรัชญาการออกแบบของเราคือ Emotive Luxury หรือ ‘ความหรูหราที่สร้างอารมณ์’ เวลาสร้างชุดสี เราจะมองหาการจับคู่สีที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการคำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้า สีควรสะท้อนตัวตนและช่วยให้เจ้าของรถแสดงความเป็นตัวเองออกมา เราไม่ต้องการทำอะไรที่ธรรมดา สีจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยนิยามแบรนด์

 

ปรัชญาการออกแบบของเราประกอบด้วย ความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น เราพยายามรักษาสมดุลระหว่างความเรียบหรูกับความโดดเด่น เช่น สี Midnight Black ในรุ่น 07 หรือสีสันที่สดใสมากขึ้นในบางรุ่น ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกับปรัชญาการออกแบบของเรา แน่นอนว่าแรงบันดาลใจยังมาจากโลกภายนอก ทั้งแฟชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ และสถาปัตยกรรมด้วย

 

V: ตลาดรถ EV ปัจจุบันให้ความสำคัญกับตัวเลขสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นแรงม้า ระยะทางวิ่ง หรือเทคโนโลยีต่างๆ แล้ว CMF และ Emotive Design จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ในแบบที่ตัวเลขสเปกทำไม่ได้อย่างไรบ้าง

B: แน่นอนค่ะว่าแรงม้าเป็นเรื่องสำคัญ แต่นั่นคือวิศวกรรม สิ่งที่เราสนใจคือการสร้างอารมณ์ ความรู้สึก และความผูกพันระหว่างลูกค้ากับรถ ผ่านการออกแบบ สี วัสดุ และบรรยากาศโดยรวม มันไม่ใช่แค่เรื่องสีหรือวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความกลมกลืนของการออกแบบทั้งภายใน ภายนอก สี วัสดุ และรายละเอียดทั้งหมดที่ช่วยยกระดับแบรนด์ นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง ไม่ใช่ตัวเลขแรงม้าหรือสเปก

 

V: การออกแบบคือสิ่งที่ช่วยยกระดับประสบการณ์เหนือกว่าตัวเลขสเปกใช่ไหม

B: ใช่ค่ะ เมื่อคุณก้าวเข้าไปในรถ ฉันหวังว่าคุณจะรู้สึกว่ารถคันนี้สะท้อนตัวตนของคุณ สเปกเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์มี ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่หรือเทคโนโลยีด้านวิศวกรรม แต่สิ่งที่แตกต่างจริงๆ คือการออกแบบ เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์โดดเด่น และสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า และนั่นคือแนวคิด Mirror of You

 

Article

V: ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า คุณคิดว่าความหมายของ Luxury เปลี่ยนไปอย่างไร

B: สำหรับฉัน ความหรูหราในปัจจุบันคือเรื่องของอารมณ์ ไม่ใช่เรื่องสถานะหรือการครอบครองสิ่งของ มันเกี่ยวกับตัวตนของแต่ละคน ความกลมกลืน ประสบการณ์ และคุณภาพของช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิต การมีเวลา การใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และการใช้เวลาอย่างสะดวกสบาย นั่นคือความหรูหราที่แท้จริง Luxury ไม่ใช่การมีมากขึ้น แต่คือการกลับมาใส่ใจตัวเองและประสาทสัมผัสของเราอีกครั้ง นั่นคือความหมายใหม่ของคำว่าความหรูหรา

 

V: อะไรคือหัวใจของการออกแบบ AVATR ที่ทำให้รถยนต์เป็นผลงานชิ้นเอก

B: AVATR เป็นแบรนด์ระดับโลก เราสร้างดีเอ็นเอการออกแบบร่วมกันจากหลายทวีป หัวใจสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับรถ รวมถึงสามองค์ประกอบหลักของปรัชญาการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความกลมกลืนที่มีลูกเล่น ความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น เมื่อทั้งหมดรวมกัน จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากรถคันอื่น

 

V: วัสดุมีบทบาทอย่างไรในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้

B: วัสดุทุกชิ้นไม่ได้ถูกเลือกแบบสุ่ม ทุกอย่างมีเหตุผลและจุดประสงค์ เวลาพัฒนาวัสดุ เราศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ มองหาแรงบันดาลใจจากโลกภายนอก และพัฒนาวัสดุขึ้นมาโดยเฉพาะ ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ใช้ เราจึงใส่ใจในรายละเอียดทุกจุด เพราะรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้เองที่ช่วยยกระดับทั้งตัวผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของลูกค้า

 

V: สุดท้ายแล้ว แนวคิดจากรถต้นแบบ (Concept Car) ถูกนำมาใช้กับรถที่ผลิตจริงอย่างไร?

B: ทุกอย่างคือการสร้างสมดุล เราเริ่มจากแรงบันดาลใจที่ได้จากสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม งานฝีมือ และสิ่งสร้างสรรค์จากทั่วโลก แล้วค่อยนำมาปรับให้เหมาะกับการผลิตจริง สุดท้ายสิ่งเหล่านั้นจะปรากฏอยู่บนรถ ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนตัวรถ การออกแบบภายใน หรือการเลือกใช้วัสดุที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืนและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้

Photo : Courtesy of AVATR Thailand