หลังมาเปิดตัวได้ไม่นานสำหรับบูติก Alaïa แห่งแรกอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย โดยนำเสนอจิตวิญญาณแห่งความสง่างาม ความบริสุทธิ์ และความอบอุ่น ผ่านงานออกแบบด้วยหินอ่อนพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งนับเป็นบูติกแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โว้กประเทศไทยพาพูดคุยกับ ‘Myriam Serrano’ ซีอีโอของเมซง Alaïa ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ในระดับโลก ตอกย้ำสถานะของ Alaïa ในฐานะหนึ่งในชื่อที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่ปรารถนามากที่สุดแห่งวงการลักชัวรีร่วมสมัย พร้อมพูดคุยถึงแนวทางและการมาเปิดบูติกในประเทศไทย โดยเธอเป็นผู้นำวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มุ่งยกระดับความสำคัญของแบรนด์ในเชิงวัฒนธรรม เสริมความแข็งแกร่งให้กับการขยายตัวในระดับนานาชาติ และถ่ายทอดภาพของความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลัง ภายใต้รากฐานและจิตวิญญาณของ ‘Azzedine Alaïa’

‘Myriam Serrano’ ซีอีโอแห่ง Alaïa
VOGUE: ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ Alaïa เติบโตอย่างไรบ้าง?
Myriam: ในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาแบรนด์ Alaïa มาเป็น Alaïa อย่างเต็มตัวในฐานะแบรนด์ที่เปิดรับลูกค้ารุ่นใหม่มากขึ้น ทำให้แบรนด์มีการมองเห็นมากขึ้นในระดับโลก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเมซง Alaïa และนำมาสู่การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้
V: เปรียบเสมือนยุคใหม่ของ Alaïa หรือไม่?
M: ใช่ค่ะ และมันน่าสนใจมาก เพราะแบรนด์นี้มีอะไรอีกมากมายที่อยากนำเสนอ Alaïa เป็นแฟชั่นเฮาส์ที่พิเศษและแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำคือการทำให้แบรนด์ดูร่วมสมัยและตอบโจทย์กับปัจจุบันมากขึ้น แต่ก็ยังคงรักษามรดกและคุณค่าดั้งเดิมของ Alaïa เอาไว้
1 / 4
2 / 4
3 / 4
4 / 4
V: ปรัชญาของแบรนด์ Alaïa คืออะไร?
M: แก่นสำคัญของแบรนด์คือ ‘การสร้างสรรค์’ และ ‘ผู้หญิง’ ที่เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เราให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ความละเอียดแม่นยำ และการออกแบบรูปร่างในเชิงประติมากรรม Azzedine Alaïa สร้างคอลเล็กชั่นบนร่างกายจริง เสมือนการปั้นประติมากรรม เขาเคยเรียนประติมากรรมมาก่อนจึงมีมุมมองที่กว้างและแตกต่างจากดีไซเนอร์ทั่วไป แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอและงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง ที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันซึ่งทำให้ Alaïa เป็นมากกว่าแบรนด์แฟชั่น
V: อะไรคือสิ่งที่ทำให้เสื้อผ้า Alaïa โดดเด่น?
M: สิ่งสำคัญคือ ‘รูปทรง’ สถาปัตยกรรม และปริมาตรของเสื้อผ้า ทุกอย่างถูกสร้างบนร่างกายจริง ไม่ใช่แบบแบนบนโต๊ะ ทำให้เสื้อผ้าช่วยขับเน้นรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงได้อย่างสวยงาม ผู้คนจะจดจำ Alaïa ได้จากซิลูเอตมากกว่าโลโก้ เพราะเราแทบไม่มีโลโก้เลย เพราะจริงๆ แล้วโลโก้ของ Alaïa คือรูปทรงของเสื้อผ้าเสียมากกว่า
V: แบรนด์ Alaïa มีความเชื่อมโยงกับศิลปะและวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง?
M: Azzedine Alaïa ชอบสะสมงานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ และงานดีไซน์จำนวนมาก ดังนั้นแบรนด์จึงอยู่ตรงบนจุดตัดระหว่างแฟชั่น ศิลปะ การออกแบบ และวัฒนธรรม ซึ่งทำให้แบรนด์ยังคงร่วมสมัยและมีความหมายจนถึงทุกวันนี้
1 / 2
2 / 2
V: อะไรคือความเหนือกาลเวลาของเสื้อผ้า Alaïa?
M: เสื้อผ้า Alaïa ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใส่แค่ฤดูกาลเดียว ลูกค้าหลายคนซื้อ Alaïa เมื่อหลายสิบปีก่อนและยังคงสวมใส่อยู่ บางคนส่งต่อให้ลูกด้วยซ้ำมันจึงมีทั้งคุณค่าและความผูกพันทางอารมณ์ เป็นเสื้อผ้าที่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง
V: อะไรคือจุดแข็งของ Alaïa ในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีการแข่งขันสูง?
M: Alaïa มีความ ‘จริงแท้’ และ ‘เฉพาะตัว’ ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงและแบรนด์จำนวนมาก เราเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์และ Human Scale เอาไว้ ทุกอย่างของ Alaïa ต้องแม่นยำ ตั้งแต่สินค้า ภาพลักษณ์ ไปจนถึงร้าน
V: Alaïa มีความสัมพันธ์กับเหล่าเซเลบริตี้อย่างไร?
M: เรามี Couture Atelier สำหรับตัดชุดตามความต้องการของเซเลบริตี้โดยเฉพาะ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดและจริงใจ Azzedine Alaïa เคยทำอาหารและจัดดินเนอร์ทุกคืนในบ้านที่ปารีส รอบโต๊ะอาหารนั้นคุณจะพบผู้คนจากหลากหลายแวดวง ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นางแบบ นักดนตรี แขกคนสนิท ทีมงานใน Atelier รวมถึงบุคคลชื่อดังอย่าง 'Grace Jones, 'Tina Turner' หรือในช่วงหลังมานี้อย่าง 'Beyoncé' และ 'Rihanna' ฉันมองว่าสิ่งนี้มันคือ ‘ครอบครัว Alaïa’
1 / 5
2 / 5
3 / 5
4 / 5
5 / 5
V: ตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชีย แตกต่างกันอย่างไร?
M: ยุโรปและอเมริกาเป็นตลาดดั้งเดิมของเรา Alaïa เริ่มต้นที่ปารีส และแฟชั่นโชว์ครั้งแรกจัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์กในปี 1982 ในขณะที่ตลาดอเมริกามีความเชื่อมโยงกับความมั่นใจและซิลูเอตที่เน้นรูปร่าง ทางฝั่งเอเชียถือเป็นบทใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังในการเติบโตของ Alaïa แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพลังและน่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับเมซง สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือความละเมียดละไมของลูกค้า รวมถึงความเข้าใจและให้ความสำคัญต่องานฝีมือ ซิลูเอต และความจริงแท้ของงานออกแบบ อย่างไรก็ตาม เอเชียแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และไทย ล้วนมีวัฒนธรรมและแนวทางแฟชั่นที่โดดเด่นไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ภูมิภาคนี้เป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญให้กับ Alaïa
V: ทำไมถึงเลือกมาเปิดบูติกที่ประเทศไทย?
M: ฉันรู้สึกว่าประเทศไทยมีความเชื่อมโยงกับ Alaïa อย่างเป็นธรรมชาติ ลูกค้าชาวไทยรักการแต่งตัว ชอบแฟชั่น และชอบการแสดงตัวตนผ่านเสื้อผ้า ซึ่งสอดคล้องกับ Alaïa มาก นอกจากนี้เรายังมีลูกค้าชาวไทยจำนวนมากที่ซื้อสินค้าจากปารีส ญี่ปุ่น หรือจีนอยู่แล้ว พวกเขาดีใจมากที่ตอนนี้สามารถหาซื้อ Alaïa ได้ที่ประเทศไทย
V: ช่วยเล่าถึงบูติกในประเทศไทยได้ไหม?
M: เราต้องการให้แต่ละบูติกมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่เป็นการคัดลอกมาจากที่อื่น ร้านในประเทศไทยได้รับการออกแบบร่วมกับสตูดิโอสถาปนิกชาวสวีเดน ‘Halleroed’ ภายในร้านมีเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์พิเศษตั้งแต่ หินอ่อน หนังสี Nude และการตัดกันระหว่างความแข็งกับความนุ่ม ความเย็นกับความอบอุ่น เราต้องการให้ร้านแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนได้ค้นพบโลกของ Alaïa ในกรุงเทพฯ และการร้านตั้งอยู่ที่ Central Embassy นับเป็นโลเคชั่นที่เหมาะกับแบรนด์อย่างยิ่ง
V: ช่วยอธิบายแนวทางของ Alaïa ในประเทศไทย
M: เราไม่ได้ต้องการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เราต้องการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและก้าวอย่างรอบคอบ เป้าหมายคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าไทย สื่อ และคอมมูนิตี้แฟชั่นในประเทศไทย เราจะค่อยๆ ทำให้ผู้คนรู้จัก Alaïa มากขึ้น แต่ก็ยังคงรักษาความเอ็กซ์คลูซีฟและคุณค่าของแบรนด์เอาไว้ ทุกอย่างต้องแม่นยำ มีความซื่อสัตย์และมีความเป็น Alaïa อย่างชัดเจน

โว้กพาสำรวจไอเท็ม ณ บูติก Alaïa แห่งแรกในประเทศไทย พร้อม ‘ใหม่-ดาวิกา’ และ ‘ซาร่า เล็กจ์’

ส่องลุค 'Addison Rae' จาก Alaia บนพรมแดงงาน Grammys 2026 กับชุดเดรสขาวในตำนานของ 'Marilyn Monroe'

Maison Alaïa เนรมิตชั้น 2 ของแฟล็กชิปสโตร์กลางกรุงลอนดอนให้กลายเป็นร้านหนังสือและคาเฟ่


