Vogue Thailand

LIFESTYLE

เปิดลิสต์ 'หนังชีวประวัติหญิงแกร่ง' น่าดูที่แสดงโดย Meryl Streep

มารู้จักชีวิตอันหลากหลายของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ผ่านการแสดงของ Meryl Streep กัน

29 พฤษภาคม 2569

เชื่อว่าผู้อ่านโว้กหลายๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้น่าจะมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada 2 แล้ว และผู้เขียนก็เชื่ออีกเช่นกันว่าใครหลายๆ คนน่าจะตื่นเต้นกับการได้เห็นนักแสดงหลักสี่คนกลับมารับบทตัวละครที่เรารักอีกครั้ง หรือบางคนอาจดีใจกับการหวนคืนสู่จอเงิน (จริงๆ ที่ไม่ใช่สตรีมมิ่ง) Meryl Streep หลังห่างหายไปนานกว่า 7 ปี และยิ่งในบทบาทของบ.กบริหารสุดเนี๊ยบแล้วด้วย ยิ่งชวนให้แฮปปี้กับการตีตั๋วไปนั่งดูไปกันใหญ่

ทว่าในวันที่ผู้เขียนได้นัดกับกลุ่มเพื่อนๆ ไปดูด้วยกัน มีเสียงพดคุยก่อนเริ่มเรื่องกระเด็นเข้าหูมาว่า “Meryl เล่นเป็น Anna เหมือนมาก ซึ่งจุดนั้นเองที่ทำให้ผู้เขียนต้องหันขวับไปหาต้นเสียง ไม่ใช่เพราะคนทั้งคู่คุยกันเสียงดังลั่น แต่เพราะความจริงที่ว่า Meryl เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่ได้เล่นเป็น Anna Wintour หรืออดีต บ.. โว้กอเมริกาขณะรับบทมิแรนด้า แต่ตัวละครดังกล่าวเป็นลูกผสมระหว่างสองผู้กำกับชายที่เธอเคยร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนอาจยังเข้าใจเหมือนกับต้นเสียงคนนั้นอยู่เป็นแน่

ด้วยความเข้าใจผิดของเพื่อนร่วมโรงหนังในวันนั้นและคำสัมภาษณ์ของ Meryl กลับทำให้ผู้เขียนย้อนนึกถึงผลงานหลายๆ ที่เธอแสดงเป็นผู้หญิงที่เคยมีตัวตนอยู่จริงเสียดื้อๆ วันนี้ผู้เขียนจึงอยากชวนผู้อ่านมาดู 5 ภาพยนตร์ชีวประวัติหญิงแกร่งสำหรับคนที่อยากดูฝีมือการแสดงเป็นผู้หญิงที่มีตัวตนจริงๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ เพื่อต้อนรับการกลับมาสู่จอเงินของหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของโลกภาพยนตร์

Article

ภาพ: The Courtesy of the Studio

Julie and Julia

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบทานอาหารฝรั่งเศสหรืออบเสพวัฒนธรรมอเมริกัน ผู้เขียนเชื่อว่าคุณจะต้องรู้จักกับ Julia Child”แน่นอน ด้วยการสอนทำอาหารฝรั่งเศสในแบบที่เข้าใจง่ายจนทำตามได้ที่บ้าน บวกกับวิธีการพูดและสไตล์ของเธอ ทำให้ Julia Child ถูกขนามนามจากสื่อต่างๆ ในฐานะผูบุกเบิกที่นำอาหารฝรั่งเศสมาสู่ครัวเรือนอเมริกันอย่างแท้จริง 

ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจเช่นนี้ ทำให้ในปี 2009 ผู้กำกับอย่าง Nora Ephron นำเรื่องราวของเธอจากหนังสือ My Life in France เขียนโดย Julia Child และ Alex Prud'homme กับเรื่องราวของ Julie Powell จากหนังสือ Julie & Julia: 365 Days, 524 Recipes, 1 Tiny Apartment Kitchen มาเล่าผ่านภาพยนตร์เรื่อง Julie and Julia หนังที่ว่าด้วยเส้นทางชีวิตของผู้หญิง 2 คนอย่าง Julia Child (Meryl Streep) หญิงอเมริกันที่ต้องย้ายถิ่นฐาตามสามีไปฝรั่งเศส จนทำให้เธอได้เรียนรู้และตกหลุมรักการทำอาหารฝรั่งเศส และ Julie Powell (Amy Adams) พนักงานรับเรื่องร้องทุกข์จากเหตุการณ์ 9/11 ที่กำลังเผชิญวิกฤติวัยกลางคนจนต้องหาเป้าหมายให้ชีวิตตัวเองโดยการทำอาหาร 524 สูตรจากหนังสือ Mastering the Art of French Cooking ของ Julia Child ให้ครบภายใน 1 ปี

แน่นอนว่าการแสดงของทุกคนในเรื่องทำได้ดีในระดับเดียวกัน ทว่าในมุมของผู้เขียนการได้เห็น Meryl Streep ในบท Julia Child นั้นชวนให้เราตกหลุมรักตัวตนของเจ้าแม่อาหารฝรั่งเศส-อเมริกันอย่าง Julia มากขึ้น เช่นเดียวกับตกตะลึงกับฝีมือการแสดงของ Meryl ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่การเลียนสำเนียง Mid-Atlantic แบบชนชั้นสูง จนราวกับ Julia ตัวจริงฟื้นขึ้นมาบนจอ หรือการทุ่มเทเวลาถอดแบบความสามารถในการทำอาหารของบุคคลต้นฉบับออกมาอย่างไร้ที่ติ แม้ตัวเธอจะไม่ถนัดเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งทั้งหมดนี้มันทำให้เราในฐานะคนดูได้ลิ้มรสชาติแสนกลมกล่อมที่หลอมรวมอยู่ในตัวตนของคนชื่อ Julia Child ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังทำให้หนังเรื่องนี้อร่อยกว่าหนังชีวประวัติคนครัวเรื่องไหนๆ ที่ผู้เขียนเคยดูมา

  • ผู้กำกับ: Nora Ephron
  • ประเภท: Biographical comedy-drama (dramedy)
  • ปีที่ออกฉาย: 2009
  • ความยาว: 123 นาที
  • ช่องทางรับชม: Netflix และเช่าหรือซื้อผ่าน Google Play หรือ Apple TV
Article

ภาพ: The Courtesy of the Studio

Silkwood

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นตัวท็อปแห่งวงการแสดงและไอคอนแห่งวงการเพลงโคจรมาอยู่บนแผ่นฟิล์มเดียวกัน แต่ภาพยนตร์เรื่อง Silkwood กลับทำให้เรื่องไม่คุ้นตานั้นเกิดขึ้นได้ด้วยการนำ Meryl Streep และนักร้องดังอย่าง Cher มารับบทสาวโรงงานอย่าง Karen Silkwood (Meryl Streep) และ Dolly Pelliker (Cher)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ตีแผ่ชีวิตของ Karen Silkwood พนักงานโรงงานผลิตแท่งเชื้อเพลิงพลูโทเนียมของบริษัท Kerr-McGee ที่กล้าออกมาดับเครื่องชนกับโรงงานที่เธอทำงานอยู่ด้วยการเป็น “Whistleblower” หรือผู้เปิดโปพฤติกรรมไม่พึงประสงค์หลายๆ อย่างของโรงงาน ตั้งแต่มาตรฐานการทำงานที่หละหลวมและการปกปิดข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งอาจจะสร้างภาระแก่ชุมชน จนนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิของคนงาน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราได้เห็นการแสดงอันน่าประทับใจของ Meryl Streep ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็ถือเป็นเบอร์ต้นของยุค 80’s แล้ว แต่ยังทำให้เราได้เห็นฝีมือการแสดงทดราม่าครั้งแรกของ Cher ด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากหนังเรื่องนี้คือบทสอนใจเหล่าพนักงานตัวเล็กตัวน้อยที่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้องให้กล้าเรียกร้องความถูกต้องเพื่อสิทธิอันชอบธรรมของตัวเอง

  • ผู้กำกับ: Mike Nichols
  • ประเภท: Biographical drama
  • ปีที่ออกฉาย: 1983
  • ความยาว: 131 นาที
  • ช่องทางรับชม: เช่าหรือซื้อผ่าน Google Play
Article

ภาพ: The Courtesy of the Studio

 Florence Foster Jenkins

บนโลกนี้ไม่มีคนไม่เก่ง มีแค่คนกล้ากับคนกลัวคือประโยคแรกที่ผู้เขียนคิดตอนดูหนังเรื่อง Florence Foster Jenkins จบ เพราะตัวละครหลักอย่าง Florence Foster Jenkins คือบทพิสูจน์ของประโยคนั้นอย่างแท้จริง 

ภาพยนตร์จากปี 2016 เรื่องนี้ชวนคนดูย้อนกลับไปในช่วงกลางยุค 40’s เพื่อทำความรู้จัก Florence Foster Jenkins สาวสังคมไฮโซที่มีความรักและความใฝ่ฝันจะตะกายขึ้นไปเป็นดาวเด่นแห่งวงการโอเปร่าของเมืองแมนแฮตตัน ประเทศอเมริกา แม้เส้นเสียงที่มีทำให้เธอเป็นได้แค่ นักร้องเสียง…” (โปรดเติมคำในช่องว่างเอง)

ตลอดทั้งเรื่องไม่เพียงแต่ทำให้เราเห็นความพยายามของ Meryl Streep ในการบิดเสียงร้องฟ้าประทานของเธอให้ดูเวิ่นเว้อและไม่เข้าร่องเข้ารอยเพื่อสร้างตัวละครให้เหมือนกับ Florence ที่สุด แต่ยังทำให้เราได้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์ ผู้หญิงที่รู้ตัวดีว่ารักสิ่งใด อยากยืนอยู่จุดไหน และอยากเป็นที่จดจำในฐานะอะไร โดยไม่ยอมให้เสียงขบขัน การหันหน้าหนี หรือคำพูดดูถูกย่ำยีมาเป็นตัวบีบบังคับให้เธอยอมรับความเป็นไปได้ที่ว่าเธอนั้นไม่เหมาะจะยืนอยู่บนเวทีความบันเทิงหนึ่งเดียวของผู้คนในยุคนั้น 

  • ผู้กำกับ: Stephen Frears
  • ประเภท: biographical comedy-drama และ musical
  • ปีที่ออกฉาย: 2016
  • ความยาว: 110 นาที
  • ช่องทางรับชม: เช่าหรือซื้อผ่าน Google Play
Article

ภาพ: The Courtesy of the Studio

The Iron Lady

คุณคิดว่าตัวเองรู้จัก Margaret Thatcher ในบทบาทใด? บทบาทลูกสาวจากครอบครัวชนชั้นกลาง บทบาทของนักศึกษาด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด บทบาทของศรีภรรยาที่ศรัทธาในตัวสามี หรือบทบาทของนายกรัฐมนตรีฟากอนุรักษนิยมที่เป็นทั้งที่รักสุดหัวใจและที่ชังมากกว่านายกคนใดที่เมืองผู้ดีเคยมีมา

ไม่ว่าคุณจะรู้จักเธอในฐานะอะไรหรืออาจจะไม่รู้จักเลยก็ตาม ภาพยนตร์เรื่อง The Iron Lady จะเป็นประตูที่พาคุณไปสัมผัสบทบาทชีวิตตามที่กล่าวไปข้างต้นของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดของสหราชอาณาจักรคนนี้มากขึ้ผ่านวิธีการเล่าเรื่องของ Phyllida Lloyd ที่เลือกตัดสลับช่วงชีวิตตั้งแต่วัยสาว วัยทำงาน จนถึงวัยชราของ Margaret ไปมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเธอทั้งในฐานะผู้นำที่ยืนหลังโพเดียมใหญ่ และผู้หญิงทั่วไปของคนในครอบครัว

  • ผู้กำกับ: Phyllida Lloyd
  • ประเภท: Biographical drama และ Political drama
  • ปีที่ออกฉาย: 2011
  • ความยาว: 105 นาที
  • ช่องทางรับชม: เช่าหรือซื้อผ่าน Google Play
Article

ภาพ: The Courtesy of the Studio

A Cry in the Dark

จะเป็นอย่างไรหากวันหนึ่งมีเด็กวัยแบเบาะหายไปในป่าใหญ่ โดยมีมารดาและหมาป่าเป็นทั้งผู้ต้องหาทางกฎหมายและจำเลยทางสังคมในเวลาเดียวกัน?  

คำถามดังกล่าวคือแก่นหลักของภาพยนตร์เรื่อง A Cry in the Dark (บางแหล่งใช้ชื่อ Evil Angel) ภาพยนตร์จากปี 1988 ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Evil Angel ของ John Bryson ว่าด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 1980ที่ Azaria Chamberlain เด็กน้อยวัย 9 สัปดาห์หายตัวไปจากเต็นท์ของครอบครัว โดยที่แม่เด็กยืนยันเสียงแข็งว่า Dingo ate my baby ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประโยคที่สะเทือนทั้งระบบยุติธรรมและวงการสื่อมวลชน ตลอดจนเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกคนที่เลือกแสดงความคิดเห็นหรือตั้งอคติทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

แม้ปัจจุบันคดีจะได้รับการคลี่คลายแล้วก็ตาม แต่ A Cry in the Dark ซึ่งออกฉายห่างจากเหตุการณ์จริงเพียง 8 ปี จะพาเราย้อนกลับไปในห้วงเวลาที่ปริศนากำลังปกคลุมการพิจารณาคดีในชั้นศาลเป็นหลัก ซึ่งถ้าใครเกิดไม่ทันหรือไม่ได้ติดตามคดีนี้มาก่อนก็จะได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันว่าแท้จริงแล้ว หมา" หรือ "แม่ กันแน่ที่พาแบเบาะออกไปจากเต็นท์ในค่ำคืนั้น

โดยคนดูจะได้เห็นการแสดงสุดบีบหัวใจของ Meryl Streep ในบทบาท Lindy Chamberlain-Creighton หรือแม่ของหนูน้อย Azaria ซึ่งครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นบทบาทที่เล่นได้ยากมาก ทว่าไม่ใช่เพราะการต้องเลียนแบบท่าทางหรือสำเนียงออสซี่ให้เหมือน Lindy เป๊ะ หากแต่เป็นเพราะทัศนคติส่วนตัวของเธอในตอนนั้นที่เชื่อว่า Lindy เป็นผู้บริสุทธิ์ แม้กระแสสังคมจะไปในทิศทางตรงกันข้ามก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเธอยังคงแสดงออกมาได้อย่างสมจริง น่าประทับใจ และไร้ซึ่งทัศนคติส่วนตัวได้อยู่ดี จนทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงในปี 1989 ได้

  • ผู้กำกับ: Fred Schepisi
  • ประเภท: Biographical drama และ Legal drama
  • ปีที่ออกฉาย: 1988
  • ความยาว: 121 นาที
  • ช่องทางรับชม: เช่าหรือซื้อผ่าน Google Play

 

สำหรับใครที่ติดตามผลงานของ Meryl Streep อยู่แล้ว จะรู้ดีว่าภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่องที่ผู้เขียนยกมาแนะนำเป็นเพียงส่วนหนึ่งบทบาทผู้หญิงแกร่งบนหน้าประวัติศาสตร์ที่เธอเคยแสดงมา เพราะจริงๆ ยังมีผลงานภาพยนตร์อีกมากมายที่ Meryl ได้กลายร่างเป็นผู้หญิงหลายๆ คนที่มีความสำคัญต่อโลกใบนี้ ไม่ว่าในเรื่อง Out of Africa, Music of the Heart, Suffragette และ The Post รวมถึงซีรี่ย์เรื่อง Angels in America ด้วย และในอีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นเธอเล่นภาพยนตร์แนวชีวประวัติอีกครั้ง หลังมีการรายงานว่าเธอเตรียมรับบทนักร้องระดับตำนานอย่าง Joni Mitchell ในโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่

สุดท้ายแล้วผู้เขียนมองว่าการแสดงบทบาทบุคคลในประวัติศาสตร์ของ Meryl Streep ไม่เคยเป็นเพียงแค่การแสดงเพื่อสร้างความบันเทิงแก่ผู้ชม หากแต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงหลากยุคหลายสมัยที่ต่างต่อสู้ ยืนหยัด และเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของตัวเอง โดยมีฝีมือการแสดงที่เธอตั้งใจออกแบบเป็นตัวเชื่อมเรื่องราของผู้หญิงในอดีตเหล่านั้นมาสู่สายตาคนดูในปัจจุบัน จนทำให้คนดูเหมือนหลุดเข้าไปในห้วงเวลานั้นอย่างแท้จริง