“ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้อง…” คำกล่าวนี้อาจจะฟังดูโหดร้ายกับผู้รับฟังเสียเหลือเกิน แต่โลกความจริงกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งและทรงประสิทธิภาพ บทเรียนจากคำพูดเพียงไม่กี่คำสามารถสะท้อนเรื่องราวและให้แง่คิดเกี่ยวกับการให้ความสำคัญและปฏิบัติหน้าที่เสียเหลือเกิน ‘The Devil Wears Prada 2’ ภาพยนตร์ภาคต่อที่แฟนๆ รอคอยมาร่วม 2 ทศวรรษ กำลังบอกเล่าเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และไม่เพียงแค่บอกเล่า แต่กำลังถ่ายทอดมุมมองที่เปี่ยมด้วยความเป็นเหตุเป็นผล มากกว่าแค่คำพูดสวยหรูหรือความเยือกเย็น
บทเรียนนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่กับวงการแฟชั่น เพราะคำกล่าวแสนเรียบง่ายแต่เฉียบคมนี้สามารถสอดแทรกเข้าไปในบริบทของชีวิตทุกคนได้อย่างชัดเจน บางครั้งเรากังวลกับสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย บางครั้งเราอยากจะช่วยเหลือใครสักคนหรือกอบกู้สถานการณ์ต่างๆ ในมุมหนึ่งอาจเพราะมันเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของเราเอง ทั้งในเชิงอารมณ์ความรู้สึกและสถานะการใช้ชีวิตรูปแบบต่างๆ จึงไม่แปลกที่หลายครั้งคนในสังคมจะเอื้อมมือเข้าไปยุ่มย่ามเกินขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบ แต่สิ่งตอบแทนอาจไม่ใช่คำขอบคุณ เพราะปลายทางมันอาจไม่ได้สวยหรูเอื้อให้ใครสักคนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
แล้วอะไรคือสิ่งที่ใครสักคนในสังคมจะทำได้ดีที่สุด คำถามนี้จะผุดขึ้นมาทันที คำตอบมันง่ายแสนง่ายคือ “ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” โลกยุคใหม่กับสังคมที่มีระบบระเบียบ แต่ละคนมีฟังก์ชั่นหน้าที่ของตัวเอง หากทุกคนสามารถปฏิบัติตามหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด หากคุณเชื่อในระบบ พลังแห่งความพยายามในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ คือรูปแบบของความช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมและทรงประสิทธิภาพที่สุด วันนั้นคำขอบคุณจะกลับมาหาโดยไม่ต้องถวิลหา แม้ปลายทางอาจไม่ได้สวยหรูก็ตาม
หากพยายามทำเกินขอบเขตหน้าที่ โชคดีสักหน่อยก็อาจเป็นฮีโร่กู้สถานการณ์บางอย่าง แต่ถ้าโชคร้ายความฉิบหายก็จะมาเยี่ยมเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว แนวคิดและฟังก์ชั่นการทำงานตามขอบเขตใครก็จะมีความเชี่ยวชาญต่างกัน แน่นอนล่ะว่าในโลกยุคปัจจุบันไม่ใช่ระบบการทำตามสั่งหรือถูกปิดกั้นแบบไร้ภาพไร้เสียง ความคิดเห็นอาจช่วยเหลือใครสักคนที่กำลังตกที่นั่งลำบาก แต่ใครก็ตามที่คลุกคลีอยู่กับบทบาทหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งมาเป็นเวลานานจนมากประสบการณ์ พึงระลึกไว้เสมอว่าผู้นั้นย่อมมีประสบการณ์ในการมองสถานการณ์ตามหน้าเสื่อได้เฉียบขาดเช่นกัน
วันนี้ในความพยายามของใครสักคนที่อยากจะช่วยเหลือ กอบกู้ หรือแสดงออกเชิงสนับสนุนด้วยการก้าวข้ามขอบเขต ต้องบอกเลยว่าความหวังดีคือสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ในท้ายที่สุดสิ่งที่ต้องยึดถือและดำเนินต่อไปคือการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ได้อย่างดี มันไม่ใช่แค่กับเรื่องการทำงาน เพราะมันสามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในห้วงชีวิตได้อย่างหลากหลาย ที่ปรึกษาและสถานะผู้สนับสนุนคือโซนปลอดภัยที่หากอยากจะผลักดันใครสักคนเพื่ออนาคตหรือกอบกู้อะไรบางอย่าง การออกนอกขอบเขตด้วยการยื่นมือออกไปจับแขนใครสักคนเพื่อความมั่นคงหรือเติมสติ นั่นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด บทเรียนนี้มาจาก ‘The Devil Wears Prada 2’ หากใครยังไม่ได้ชมบอกเลยว่าเราจะเห็นแง่มุมเหล่านี้ผ่านตัวละครทั้ง ‘Miranda Priestly’ และ ‘Andrea Sachs’ เรื่อยไปจนถึง ‘Nigel Kipling’ แฟนนิยายและภาพยนตร์เรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด มากไปกว่านั้นใครสักคนที่อาจมองหาแง่มุมความสนุก บทเรียนของชีวิตแบบย่อยง่าย และความน่าตื่นเต้นปนอารมณ์ที่หลากหลายก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของ The Devil Wears Prada 2 ได้กับบทความ ผู้กำกับ The Devil Wears Prada 2 พยายามคว้าตัว 'Nate’ แฟนหนุ่มของ 'Andrea Sachs' กลับมาแต่ไม่สำเร็จ)

