SOCIETY

ใครจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง ‘ดยุกแห่งเอดินบะระ’ ของเจ้าชายฟิลิป เป็นคนต่อไป

หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ตำแหน่งดังกล่าวจะตกไปเป็นของใคร

     นอกเสียจากเรื่องของงานพระราชพิธีบรมศพของเจ้าชายฟิลิปที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนทั่วโลก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทางพระราชวังบักกิ้งแฮมก็ได้ออกมาให้คำตอบแล้วอย่างเป็นทางการว่า พระราชพิธีจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามขนบประเพณี อีกทั้งตามพระบรมราชวินิจฉัยในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่จะทรงจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานให้เหลือเพียง 30 คนแล้วนั้น อีกหนึ่งคำถามที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันก็เห็นจะหนีไม่พ้น “สมาชิกราชวงศ์คนไหนที่จะได้รับไม้ต่อในตำแหน่ง ‘ดยุกแห่งเอดินบะระ’ เป็นคนต่อไป”...

(ซ้าย) เจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ (ขวา) เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์

 

     หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป มิได้ส่งผลต่อลำดับการสืบราชบัลลังก์ใดๆ เนื่องจากพระองค์มิได้อยู่ในฐานะของผู้สืบบัลลังก์แต่แรก ดังนั้นสายลำดับการสืบราชบัลลังก์จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นคือเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ จะยังทรงอยู่ในลำดับแรกของสายลำดับการสืบราชบัลลังก์ตามเดิม ตามมาด้วยเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และพระโอรสพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ของเจ้าชายวิลเลียม ส่วนในเรื่องของตำแหน่งดยุกแห่งเอดินบะระนั้น มีการคาดการณ์ว่า เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ ผู้เป็นพระโอรสองค์เล็กสุดของเจ้าชายฟิลิป และสมเด็จพระราชินีนาถนั้น จะเป็นผู้สืบทอดพระอิสริยยศนี้ต่อไป เนื่องจากการพระราชทานพระอิสสริยยศดังกล่าว เป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัยในสมเด็จพระราชินีนาถ ซึ่งเจ้าชายฟิลิป และเจ้าชายชาร์ลส์ ทรงเห็นพ้องต้องกัน เมื่อครั้งงานพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด และโซฟี ไรส์-โจนส์ ในปี 1999 ที่นอกจากจะมีการพระราชทานบรรดาศักดิ์ “เอิร์ลและเคานต์เตสแห่งเวสเซ็กส์” แล้ว สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมขณะนั้นยังได้ออกแถลงการณ์ว่า หากพระราชมารดา และพระราชบิดาสวรรคต เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดจะทรงดำรงบรรดาศักดิ์ดยุกแห่งเอดินบะระเป็นพระองค์ต่อไป

     แต่ ในเวลานี้ยังไม่ได้มีการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ทำให้เจ้าชายชาร์ลส์ ผู้เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ดยุกแห่งเอดินบะระไปก่อนในเวลานี้ ตามธรรมเนียมการสืบบรรดาศักดิ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ และหากว่าเมื่อใดก็ตามที่เจ้าชายชาร์ลส์เสด็จขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (หรือเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเสด็จสวรรคต) บรรดาศักดิ์นี้จะถูกถ่ายโอนออกไปให้กับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทันที นั่นส่งผลให้ตอนนี้เจ้าชายชาร์ลส์ มีพระราชอิสริยยศเต็มคือ “เจ้าชายชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ เจ้าชายแห่งเวลส์ ดยุกแห่งคอร์นวอลล์ ดยุกแห่งรอธเซย์ ดยุกแห่งเอดินบะระ เอิร์ลแห่งเชสเตอร์ เอิร์ลแห่งคาร์ริค เอิร์ลแห่งแมริออเน็ธ บารอนกรีนิช บารอนแห่งเรนฟริว ลอร์ดแห่งไอล์ส เจ้าชายและผู้พิทักษ์แห่งสก๊อตแลนด์”

     สำหรับบรรดาศักดิ์ ดยุกแห่งเอดินบะระ ซึ่งตั้งชื่อตามกรุงเอดินบะระ ในประเทศสก๊อตแลนด์นั้น มีการพระราชทานแก่สมาชิกแห่งราชวงศ์อังกฤษมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1726 โดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 1 พระราชทานแก่ เจ้าชายเฟรเดอริก ซึ่งพระองค์ทรงดำรงบรรดาศักดิ์นี้กระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อปี 1751 ก่อนจะถูกส่งต่อให้กับพระโอรสอย่าง เจ้าชายจอร์จ ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 2 เมื่อปี 176 และครั้งที่สองในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย  พระองค์ก็ได้พระราชทานแก่เจ้าชายอัลเฟร็ด เมื่อปี 1866 ซึ่งนับเป็นการแหวกขนบราชประเพณีดั้งเดิม ที่จะต้องพระราชทานบรรดาศักดิ์แก่พระราชโอรสองค์รองเป็น ดยุกแห่งยอร์ก และในครั้งที่สามก็ได้มีการพระราชทานแก่ ฟิลิป เมาต์แบตเทิน ในปี 1947 ในการพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ (ซึ่งต้องมากลายเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2) นั่นเอง

ข้อมูล : CBS News

คีย์เวิร์ด: #RoyalFamily #PrincePhilip #DukeOfEdinburgh